<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>dgitalhealth &#8211; Telecomlover.com</title>
	<atom:link href="https://www.telecomlover.com/tag/dgitalhealth/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.telecomlover.com</link>
	<description>TelecomLover</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Jul 2022 04:26:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.5.14</generator>
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">213012396</site>	<item>
		<title>AIS จับมือ StartUp &#8220;Agnos health&#8221; ให้ลูกค้าเช็กอาการป่วยด้วยตัวเอง</title>
		<link>https://www.telecomlover.com/2022/07/14/digital-health/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Pan Kridakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Jul 2022 04:26:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[News Updates]]></category>
		<category><![CDATA[PRNEWS]]></category>
		<category><![CDATA[agnos]]></category>
		<category><![CDATA[AIS5G]]></category>
		<category><![CDATA[dgitalhealth]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.telecomlover.com/?p=40504</guid>

					<description><![CDATA[AIS ยังคงเดินหน้าส่งมอบบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเฉพาะในแกนของ สุขภาพและความงาม “Well-being” ที่กำลังได้รับความนิยม ล่าสุดผนึกกำลัง Agnos สตาร์อัพสายสุขภาพสัญชาติไทย ร่วมกันมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเข้าถึงการดูแลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมงด้วยแพลตฟอร์ม AI ที่ใช้ตรวจอาการป่วยเบื้องต้นด้วยตนเอง เพื่อวิเคราะห์โอกาสการเกิดโรคต่างๆ ก่อนพบแพทย์ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ บนมือถือผ่านแอปฯmyAIS แบบครบจบในช่องทางเดียว ขานรับเทรนด์ Digital Health ในการดูแลสุขภาพและความงามโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อน ที่สำคัญความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนการทำงานของ AIS ที่พร้อมหนุนให้พาร์ทเนอร์อย่างสตาร์ทอัพ ได้สร้างการเติบโต ด้วยโอกาสส่งมอบสินค้า บริการแก่ลูกค้า ตามเป้าหมายการเติบโตและแข็งแกร่งร่วมกันในฐานะ Digital Partner นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ AIS กล่าวว่า “แอปพลิเคชัน myAISในวันนี้มีการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมของลูกค้ามีความหลากหลายและแตกต่าง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ AIS ไม่เคยหยุดเดินหน้าเติมความสุขผ่านการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น กิน, ดื่ม, ช้อปปิ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “Well-being” หรือ สุขภาพและความงาม ที่ในวันนี้ลูกค้าเข้ามารับสิทธิพิเศษอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้บริการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621"><strong>AIS</strong> ยังคงเดินหน้าส่งมอบบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยเฉพาะในแกนของ สุขภาพและความงาม “<strong>Well-being</strong>” ที่กำลังได้รับความนิยม ล่าสุดผนึกกำลัง <strong>Agnos</strong> สตาร์อัพสายสุขภาพสัญชาติไทย ร่วมกันมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเข้าถึงการดูแลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมงด้วยแพลตฟอร์ม AI ที่ใช้ตรวจอาการป่วยเบื้องต้นด้วยตนเอง เพื่อวิเคราะห์โอกาสการเกิดโรคต่างๆ ก่อนพบแพทย์ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ บนมือถือผ่านแอปฯmyAIS แบบครบจบในช่องทางเดียว ขานรับเทรนด์ Digital Health ในการดูแลสุขภาพและความงามโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อน ที่สำคัญความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนการทำงานของ AIS ที่พร้อมหนุนให้พาร์ทเนอร์อย่างสตาร์ทอัพ ได้สร้างการเติบโต ด้วยโอกาสส่งมอบสินค้า บริการแก่ลูกค้า ตามเป้าหมายการเติบโตและแข็งแกร่งร่วมกันในฐานะ Digital Partner</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-40506" src="https://www.telecomlover.com/wp-content/uploads/2022/07/4079E335-51C5-4B94-A8BD-4CA8AF6CD610.jpeg" alt="" width="1776" height="1184" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ </span></strong><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">AIS </span></strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">กล่าวว่า “แอปพลิเคชัน </span><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">myAISในวันนี้มีการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมของลูกค้ามีความหลากหลายและแตกต่าง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ AIS ไม่เคยหยุดเดินหน้าเติมความสุขผ่านการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น กิน, ดื่ม, ช้อปปิ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “Well-being” หรือ สุขภาพและความงาม ที่ในวันนี้ลูกค้าเข้ามารับสิทธิพิเศษอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้บริการ Telemedicine รวมทั้งการใช้สิทธิ์จากร้านยาชั้นนำกว่า 350 สาขาทั่วประเทศ และล่าสุดเราได้ร่วมมือกับทาง Agnos มอบสิทธิพิเศษด้านสุขภาพให้ลูกค้า AIS ได้ใช้บริการเช็กอาการป่วยด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยเทคโนโลยี AI ได้แล้วผ่านแอปฯ myAIS”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">นางบุษยา</span></strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621"> กล่าวต่อไปว่า </span><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">“ความร่วมมือกับทาง Agnos ในวันนี้ ถือเป็นการสร้างประโยชน์ในวงกว้างโดยเฉพาะในภาคประชาชนที่จะสามารถใช้บริการดังกล่าวเพื่อดูอาการป่วยในเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง สอดรับกับสถานการณ์และเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ Digital Health ทั้งนี้เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานกับสตาร์ทอัพคนไทยที่มีฝีมือระดับสากล และมีเป้าหมายเดียวกันคือ ยกระดับสุขภาพของคนไทยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเราพร้อมเป็นจุดเชื่อมโยงดิจิทัลพาร์ทเนอร์กลุ่มต่างๆ เพื่อร่วมส่งมอบประสบการณ์จากสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ที่เชื่อมโยงกันแบบไร้รอยต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่การเป็น Personalized Super App รวมถึงสร้างโอกาสในการเติบโตทั้งในส่วนของพาร์ทเนอร์และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไป”</span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-40507" src="https://www.telecomlover.com/wp-content/uploads/2022/07/B9F13A59-D663-41DA-A7AB-E99CD11CF865.jpeg" alt="" width="1776" height="1184" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง </span></strong><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">Agnos health </span></strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">กล่าวว่า “สำหรับ </span><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">Agnos เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็น Health Tech startup ผ่านการนำ AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยยกระดับบริการด้านสุขภาพของประเทศไทย โดยหลังจากเข้าร่วมโครงการ Singtel Group Future Makers Regional Program ที่ทาง AIS และกลุ่ม Singtel จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา เราได้รับการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาด การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและทุนจาก AIS ทำให้เราสามารถต่อยอดการพัฒนาแพลตฟอร์ม Agnos อย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของวิเคราะห์โรค, คัดกรองอาการ และให้คำแนะนำผู้ป่วยที่สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านมือถือ ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ Agnos ยังมีการขยายความร่วมมือกับ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพอีกมากมาย ทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก หรือ แลปทางการแพทย์ เพื่อให้บริการในราคาพิเศษ แก่ลูกค้าอีกด้วย”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">“ความโดดเด่นของ </span><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">Agnos คือการนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์อาการและปัจจัยเสี่ยงสุขภาพของแต่ละบุคคล จากนั้นจะคัดเลือกโรคที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับอาการของคุณเพื่อนำไปสู่การรักษาในลำดับต่อไป แต่ในวันนี้การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง AIS The StartUp ทำให้ Agnos สามารถยกระดับการทำงานของแพลตฟอร์มให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น ที่สำคัญเรายังถือเป็นสตาร์ทอัพรายแรกๆ ของไทยที่นำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้างประโยชน์และแก้ปัญหาการใช้ชีวิตให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมสอดรับกับแนวคิดการทำงานของ Agnos ในการเป็นเพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง </span><a href="http://bit.ly/Agnos_AIS" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://bit.ly/Agnos_AIS&amp;source=gmail&amp;ust=1657858554360000&amp;usg=AOvVaw06uOve7m2GwUJq061i_bIU"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">http://bit.ly/Agnos_AIS</span></a><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">”</span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-40508" src="https://www.telecomlover.com/wp-content/uploads/2022/07/717ECD1D-3585-4E4C-94C4-126C91C42868.jpeg" alt="" width="1776" height="1184" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการ </span></strong><strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">AIS The StartUp</span></strong><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621"> กล่าวว่า “สำหรับ AIS The StartUp เราเชื่อมั่นว่ากลุ่มสตาร์ทอัพคือหัวใจสำคัญที่จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาต่อยอดในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งการทำงานร่วมกับ Agnos หนึ่งในพาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วมในโครงการ Singtel Group Future Makers Regional Program ที่สามารถได้รับเงินทุนการสนับสนุนจากโครงการ เราสามารถขยายผลและต่อยอดการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่เพิ่มฐานลูกค้า การพัฒนาสินค้า ตลอดจนการสร้างบริการใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ฉะนั้นแล้วโจทย์ของการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพในวันนี้ AIS พร้อมเป็นส่วนเติมเต็มในการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่างๆ มาร่วมแชร์ไอเดียและผนึกความร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์ Business Model ใหม่ๆ ที่สำคัญการมองถึงประโยชน์จากบริการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต จนเกิดผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มถือเป็นเป้าหมายของเราที่จะขับเคลื่อนต่อไปต่อจากนี้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-40510" src="https://www.telecomlover.com/wp-content/uploads/2022/07/1FA96857-AE38-4B5F-B75A-6F06F046D260.jpeg" alt="" width="1568" height="1044" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">“สำหรับการใช้บริการ </span><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">Agnos หรือ แพลตฟอร์มเช็กอาการป่วยด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้ลูกค้า AIS สามารถใช้บริการได้ฟรี โดยมีรายละเอียดดังนี้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">&#8211; Log In ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS จากนั้นเลือกส่วนของไลฟ์สไตล์ &amp; บริการ ในหมวดหมู่ สุขภาพ และคลิกที่ Agnos</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">&#8211; เมื่อเข้ามาที่ Agnos กรอกยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP จากเบอร์โทรศัพท์ของ AIS จากนั้นกรอกชื่อ นามสกุล และเพศ </span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">-ในแพลตฟอร์ม Agnos ที่ลงทะเบียนเรียบร้อย ลูกค้า AIS สามารถ ตรวจโรคด้วยตัวเองผ่านระบบ AI ของ Agnos โดยสามารถเลือกได้ทั้งวิเคราะห์อาการป่วยของตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งฟีเจอร์นี้ ลูกค้า AIS สามารถใช้บริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-40509" src="https://www.telecomlover.com/wp-content/uploads/2022/07/E2486446-24C4-4200-9D7C-CE3F2AB48A98.jpeg" alt="" width="1776" height="1184" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">“อย่างที่ทราบกันในขณะนี้ เทรนด์เรื่องสุขภาพกลายเป็นความต้องการอันดับแรกๆ ของผู้บริโภค ฉะนั้นการทำงานร่วมกับ </span><span data-originalfontsize="16pt" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">Agnos เพื่อส่งมอบบริการดูแลสุขภาพผ่านแอปฯ myAIS ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่สะท้อนการทำงานได้เป็นอย่างดีว่า ลูกค้า AIS จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์เสมอ” กล่าวทิ้งท้าย <strong data-removefontsize="true" data-originalcomputedfontsize="21.33333396911621">นางบุษยา</strong></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">40504</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เผยเทรนด์ Digital Health มาแรงในเอเชีย แนะเพิ่มความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อศักยภาพที่เหนือกว่า</title>
		<link>https://www.telecomlover.com/2021/01/12/digitalhealth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Pan Kridakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Jan 2021 10:29:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Updates]]></category>
		<category><![CDATA[PRNEWS]]></category>
		<category><![CDATA[dgitalhealth]]></category>
		<category><![CDATA[Prudential]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.telecomlover.com/?p=20759</guid>

					<description><![CDATA[กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, วันที่ 12 มกราคม 2564 &#8211; บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย (พรูเด็นเชียล) ได้เผยผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ “The Pulse of Asia – The Health of Asia Barometer” ซึ่งจัดทำโดย The Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยงานวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจของนิตยสารชั้นนำระดับโลก “The Economist” โดยเป็นงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเฮลธ์ได้มอบโอกาสให้คนในเอเชียสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน งานวิจัยฉบับนี้ ได้ทำการศึกษาด้านทัศนคติของคนที่มีต่อการสาธารณสุขในเอเชีย โดยให้ความสำคัญเรื่องความต้องการด้านเครื่องมือและบริการที่จะช่วยนำทางให้ผู้คนในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ความสำคัญในการศึกษาถึงโอกาสสำหรับภาครัฐในด้านความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพของดิจิทัล เฮลธ์แคร์ (Digital Healthcare) อีกด้วย เมื่อการยอมรับเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด การศึกษาฉบับนี้ได้ทำการสำรวจประชากรในวัยที่บรรลุนิติภาวะจำนวน 5,000 รายในตลาดเป้าหมาย 13 แห่งทั่วทั้งทวีปเอเชีย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งของผู้ทำแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสามารถชำระค่าใช้จ่ายนั้นได้ และที่น่าสนใจกว่าคือ น้อยกว่าหนึ่งในสี่ (22 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, วันที่ 12 มกราคม 2564 &#8211; บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย</strong> (พรูเด็นเชียล) ได้เผยผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ “The Pulse of Asia – The Health of Asia Barometer” ซึ่งจัดทำโดย The Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยงานวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจของนิตยสารชั้นนำระดับโลก “The Economist” โดยเป็นงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเฮลธ์ได้มอบโอกาสให้คนในเอเชียสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>
<p>งานวิจัยฉบับนี้ ได้ทำการศึกษาด้านทัศนคติของคนที่มีต่อการสาธารณสุขในเอเชีย โดยให้ความสำคัญเรื่องความต้องการด้านเครื่องมือและบริการที่จะช่วยนำทางให้ผู้คนในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ความสำคัญในการศึกษาถึงโอกาสสำหรับภาครัฐในด้านความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพของดิจิทัล เฮลธ์แคร์ (Digital Healthcare) อีกด้วย</p>
<p><strong>เมื่อการยอมรับเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด</strong></p>
<p>การศึกษาฉบับนี้ได้ทำการสำรวจประชากรในวัยที่บรรลุนิติภาวะจำนวน 5,000 รายในตลาดเป้าหมาย 13 แห่งทั่วทั้งทวีปเอเชีย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งของผู้ทำแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสามารถชำระค่าใช้จ่ายนั้นได้ และที่น่าสนใจกว่าคือ น้อยกว่าหนึ่งในสี่ (22 เปอร์เซ็นต์) สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายและฟิตเนสได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นได้ในปีใหม่นี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การวิจัยของทั่วภูมิภาคเอเซียนี้ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับความท้าทายที่ว่านี้ &nbsp;โดยสี่ในห้า (81 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ทำแบบสำรวจ กล่าวว่า เทคโนโลยีได้ช่วยทำให้การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพดียิ่งขึ้น และสองในสาม (60 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าเทคโนโลยียังช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อีกด้วย</p>
<p>และนับจากนี้ไปอีกสามปีก็ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลด้านสุขภาพจะลดน้อยลงแต่อย่างใด โดย 71 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาจะยิ่งให้ความไว้วางใจกับเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อจะได้มีสุขภาพร่างกายและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นต่อไป</p>
<p>จากการสำรวจพบว่า 88 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย ได้มีการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลเฮลธ์เข้ามาช่วยเหลือในการดูแลจัดการสุขภาพส่วนตัว รวมไปถึงอุปกรณ์วัดความดันเลือด สมาร์ทวอทช์ อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบสวมใส่ ซึ่งผลสำรวจนี้แสดงนัยยะว่าประชากรชาวไทยมีความตระหนักด้านสุขภาพ และเทคโนโลยีด้านดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ราคาของอุปกรณ์ และเรื่องของเวลาในการใช้งาน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความร่วมมือของรัฐและเอกชน หนทางสู่ความก้าวหน้าในด้านการสาธารณสุข</strong></p>
<p>เพื่อให้การพัฒนาศักยภาพของดิจิทัล เฮลธ์แคร์ไปได้ถึงขีดสุด รายงานของ EIU ฉบับนี้ยังเสนอแนะเกี่ยวกับการเพิ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น โดยแนะนำว่ารัฐบาลควรร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนในการนำเสนอวิถีทางที่เป็นนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อส่งเสริมและจัดการในด้านสุขภาพที่ดี</p>
<p>ในรายงานได้เน้นให้เห็นถึงโอกาสสำหรับรัฐบาลในการปรับปรุงข้อมูลด้านการสาธารณสุขผ่านช่องทางดิจิทัล &nbsp;โดยจากผลสำรวจพบว่า โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพส่วนบุคคลและข้อมูลในการดูแลสุขภาพที่ดีที่คนเข้าถึงบ่อยที่สุด &nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้ทำแบบสอบถามยังเห็นด้วยอีกว่าอย่างไรเสียแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดยังคงเป็นข้อมูลที่ได้จากรัฐบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุข &nbsp;ดังนั้นรัฐบาลสามารถใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพของตนเองให้มีคุณภาพและน่าเชื่อถือที่สุดให้กับประชาชน</p>
<p>นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่ารัฐบาลควรมุ่งไปที่การส่งเสริมเครื่องมือที่เชื่อมต่อด้านสุขภาพ แต่สิ่งเหล่านี้ยังต้องมีการวางรากฐานที่มั่นคงบนหลักธรรมาภิบาลข้อมูลอย่างเคร่งครัด &nbsp;การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลจะช่วยให้ข้อมูลด้านสุขภาพถูกรวบรวมเข้าสู่ส่วนกลางอย่างปลอดภัย และยังช่วยเพิ่มความสามารถให้รัฐบาลกำหนดนโยบายและสร้างสาธารณูโภคทางด้านสาธารณสุขตามที่วางเป้าหมายไว้ได้ดียิ่งขึ้น</p>
<figure><img decoding="async" src="https://www.telecomlover.com/wp-content/uploads/2021/01/image-124.jpg" class="size-full"></figure>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>นายนิค นิแคนดรู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย </strong>กล่าวว่า “งานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าขณะที่ภูมิภาคเอเชียได้เริ่มเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัลเฮลธ์แล้วนั้น ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องหาหนทางที่จะให้คนในภูมิภาคนี้ได้ตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงว่าเทคโนโลยีสามารถให้อะไรแก่พวกเขาได้ ด้านภาครัฐและเอกชนเองควรทำงานร่วมกันเพื่อทำให้โอกาสเหล่านี้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้ นั่นคือการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนทุกคน”</p>
<p>“การทำให้ดิจิทัล เฮลธ์แคร์เป็นจริงขึ้นมาได้นั้นเป็นส่วนสำคัญในความพยายามของ พรูเด็นเชียล &nbsp;ซึ่งเราได้ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “Pulse by Prudential” ที่เราได้ร่วมกับพันธมิตรของเราในการนำเสนอนวัตกรรมสุดล้ำที่ช่วยให้ข้อมูลและคำแนะนำทางด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์จากบุคลากรวิชาชีพอีกด้วย โดยเป้าหมายของเราก็เพื่อให้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพที่ดี และมีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น” นาย นิแคนดรู กล่าวเสริม</p>
<p><strong>นายชาร์ลส รอสส์ บรรณาธิการอำนวยการ หน่วยงานวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ (EIU) The Economist </strong>กล่าวว่า “งานวิจัยของเราสะท้อนให้เห็นว่าการทำให้เรื่องของสุขภาพเป็นสิ่งที่เข้าถึงและราคาสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้นนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนจำเป็นจะต้องร่วมมือกัน สิ่งสำคัญในการทำงานคือเลิกการเก็บข้อมูลแบบ silos ที่มีหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพียงหน่วยงานเดียวสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลดังกล่าวได้ และควรสร้างการเชื่อมต่อที่มีความปลอดภัยระหว่างแอปพลิเคชันด้านสุขภาพต่าง ๆ เครื่องมือ และบันทึกข้อมูลผู้ป่วยแบบดิจิทัลที่รวมไว้ในส่วนกลาง”</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">20759</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
