ถ้าโจทย์ของคุณคือ “พก 5G ไปได้ทุกที่ มีย่าน 6 GHz พร้อมใช้ เสียบไฟ type C จากแหล่งไหนก็ได้ และกลับถึงบ้านต้องแรงและเสถียรใช้แทนเราเตอร์ตั้งโต๊ะได้” — ครบถ้วนแบบนี้ TP-Link M8550 คือคำตอบสุดท้ายสำหรับคุณ การันตีว่า Pocket Wi-Fi ที่ขายในไทยหรือ region นี้ ในปี 2025 มีแค่ M8550 ตัวเดียว และที่สำคัญ ราคาไม่เว่อร์วัง เป็นเจ้าของได้แบบสบาย ๆ เพียง 6990.-

M8550 รุ่นนี้ เป็น Pocket Wi-Fi ที่ทาง TP-Link ตั้งใจผลิตเพื่อทำลายข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยการอัดชิป 5G ที่ทรงพลังอย่าง Snapdragon X62 รองรับเครือข่ายในบ้านเราไปถึงอนาคตครบทั้ง 5G/5G+ SA/NSA และเป็น Wi-Fi 6E (Tri-Band AXE3600) ที่สามารถปล่อยคลื่นความถี่ 6 GHz ได้ ถือเป็น “ตัวจบ” สำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีช่องสัญญาณแออัดย่าน 2.4/5 GHz อย่างเด็ดขาดเพื่อส่งมอบความแรงจากเน็ต 5G+ ได้อย่างแท้จริง

ที่สำคัญ M8550 ยังมาพร้อมฮาร์ดแวร์ระดับโปร ทั้ง พอร์ต LAN Gigabit, ช่องต่อ เสาอากาศภายนอก (TS-9) และโหมดเด็ดคือ เสียบไฟตรงผ่าน USB-C พร้อมถอดแบตเตอรี่ เพื่อแปลงร่างเป็นเราเตอร์ 5G+ ประจำบ้านหรือออฟฟิศได้ทันที เรียกว่าเป็นอุปกรณ์ที่พร้อมลุยไปกับคุณได้ทุกหนแห่ง เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานให้รอบด้าน
แกะกล่องและสำรวจ (What’s in the Box)

เมื่อแกะกล่อง TP-Link M8550 ออกมา จะพบกับชุดอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งานทันที ประกอบด้วย: ตัวเครื่อง TP-Link M8550 แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 4680 mAh สาย USB-C to USB-A คู่มือการติดตั้งฉบับย่อและข้อมูลการรับประกัน

ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 2.4 นิ้ว ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนและตั้งค่าพื้นฐานได้สะดวก มีพอร์ตเชื่อมต่อที่จำเป็นครบครันทั้ง USB-C สำหรับชาร์จและเชื่อมต่อข้อมูล, พอร์ต Gigabit LAN/WAN และที่สำคัญคือพอร์ตสำหรับต่อเสาอากาศภายนอกแบบ TS-9
M8550 เหมาะกับใคร?

จากคุณสมบัติที่ให้มาขนาดนี้ มันทำให้ M8550 ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลากหลายกลุ่มมาก ตั้งแต่คนทำงานคนที่ไม่มีเน็ตบ้าน หรือคนที่ชอบเดินทางในและต่างประเทศ สายลุยต่างๆ มีการใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน กลุ่มงานที่ต้องการเน็ตที่มีความเสถียรภาพ ไปจนถึงการใช้งานในธุรกิจขนาดเล็ก / SME :
คนทำงานสาย Remote / Hybrid Work: สำหรับพนักงานหรือฟรีแลนซ์ที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ต้องการอินเทอร์เน็ตที่เร็วและเสถียรสูงสุดเพื่อการประชุมออนไลน์, ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ หรือเชื่อมต่อ VPN ของบริษัท
ครีเอเตอร์และสตรีมเมอร์: ไม่ว่าจะเป็น YouTuber, TikToker หรือ Live Streamer ที่ต้องการอัปโหลดไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง หรือไลฟ์สดนอกสถานที่ M8550 มอบความเร็ว 5G และความเสถียรของ Wi-Fi 6E เพื่อให้งานราบรื่นไม่สะดุด
นักเดินทางและครอบครัว: พกเครื่องเดียวจบ สามารถแชร์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้อุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 32 อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กของทุกคนในครอบครัว
ธุรกิจขนาดเล็ก / ทีมงาน Event / ออกบูธ: เหมาะสำหรับใช้ในงานสัมมนา, งานแสดงสินค้า หรือร้าน Pop-up ที่ต้องการตั้งค่าระบบเน็ตเวิร์กที่รวดเร็วและรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน
ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย: ด้วยฟีเจอร์ VPN Encryption ในตัว ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Server ของบริษัทหรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างปลอดภัย
สเปคทางเทคนิค: ขุมพลังที่อัดแน่น

Cellular Network: 5G+: รองรับ 5G Advanced SA/NSA ให้ความเร็วสูงสุดในทางทฤษฎีถึง 3.4 Gbps 4G: รองรับ 4G+ LTE-Advanced Cat.19 4x4MIMO ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Carrier Aggregation ได้ถึง 3CA โดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ และสำหรับมือโปรฯ สามารถเลือกคลื่นหรือล๊อคคลื่นเพื่อใช้งานในสถานการณ์ต่างๆตามความเหมาะสมได้อีกด้วย
Wi-Fi Standard: Wi-Fi 6E (802.11ax): Tri-Band AXE3600 6 GHz Bandwidth 20/40/60/80/160 MHz : LinkSpeed สูงสุด 2880 Mbps 5 GHz: สูงสุด 2880 Mbps 2.4 GHz: สูงสุด 688 Mbps
พอร์ตเชื่อมต่อ: 1 x Gigabit LAN/WAN Port 1 x USB-C Port 2 x TS-9 External Antenna Ports 1 x Nano SIM Card Slot
ความปลอดภัย: รองรับ VPN Encryption แบตเตอรี่: 4680 mAh ถอดเปลี่ยนได้ หน้าจอ: 2.4-inch Color Touchscreen การเชื่อมต่อพร้อมกัน: สูงสุด 32 อุปกรณ์
รองรับ MicroSD Card Slot (สูงสุด 2TB)
การตั้งค่าและการใช้งานเบื้องต้น

การเริ่มต้นใช้งาน M8550 นั้นทำได้ง่ายและยืดหยุ่นสูง ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสถานการณ์
- เริ่มต้นใช้งาน: เพียงเสียบซิมแบบนาโนซิมและเปิดเครื่อง ก็พร้อมใช้งานได้ทันที สามารถตั้งค่าชื่อ Wi-Fi และรหัสผ่านได้อย่างรวดเร็วผ่านหน้าจอสัมผัสของตัวเครื่อง หรือจะตั้งค่าขั้นสูงผ่านแอปพลิเคชัน TP-Link Tether บนสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน
- โหมด Wi-Fi: ตัวเครื่องมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเลือกโหมดการปล่อยสัญญาณได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยคลื่นเดี่ยวๆ เช่น 2.4 GHz, 5 GHz หรือ 6 GHz หรือจะปล่อยพร้อมกันสองคลื่น เช่น 2.4 GHz + 5 GHz และ 2.4 GHz + 6 GHz เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายหรือเพิ่มระยะทำการให้ไกลขึ้น
- โหมดเราเตอร์ (Home/Office Use): สำหรับการใช้งานประจำที่ เพียงถอดแบตเตอรี่ออกแล้วเสียบสาย USB-C จากแหล่งจ่ายไฟ เช่นหัวชาร์จมือถือ หรือเสียบกับ Power Bank จะช่วยให้เครื่องทำงานได้เสถียรและควบคุมอุณหภูมิได้ดี สามารถเปิดทิ้งไว้แบบไม่หยุดพัก และยังสามารถต่อสายจากพอร์ต Gigabit LAN เข้ากับคอมพิวเตอร์หรือ Network Switch เพื่อกระจายเน็ตไปยังอุปกรณ์ที่มากขึ้นพร้อมความเร็วและเสถียรภาพเฉกเช่นเดียวกับการใช้ Router 5G ที่วางขายในตลาด
- การเชื่อมต่อเสาภายนอก: M8550 มาพร้อมพอร์ต TS-9 สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการรับสัญญาณ 4G/5G สูงสุด หรืออยู่ในพื้นที่สัญญาณอ่อน สามารถใช้อะแดปเตอร์แปลง TS-9 เป็นหัวต่อแบบ SMA เพื่อเชื่อมต่อกับเสาอากาศ 4G/5G ภายนอกได้
- การแชร์ไฟล์ผ่าน Wi-Fi: ตัวเครื่องมีช่องใส่ microSD Card ที่รองรับความจุสูงสุดถึง 2TB ทำให้สามารถใช้ M8550 เป็น NAS ขนาดพกพาสำหรับแชร์ไฟล์งาน, รูปภาพ หรือวิดีโอให้กับอุปกรณ์ในวง Wi-Fi ได้อย่างสะดวก
การทดสอบการใช้งาน

นี่คือสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าทำไม M8550 ถึงเป็น Game Changer ตัวจริงในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือในธุรกิจ SME, ใช้ตอนไปเที่ยว หรือออกบูธงานอีเวนต์ ตอบโจทก์ได้ครบถ้วนทุกรูปแบบ ก็ด้วยประสิทธิภาพในการรับสัญญาณและการกระจายสัญญาณเชื่อมต่อในระดับมืออาชีพ
- การทดสอบความเร็วสูงสุด 5G+ (SA/NSA) กับ AIS 5G
จากภาพเราจะเห็นการเชื่อมต่อ 5G+ NSA หรือ 5G Advanced ที่รวมคลื่นความถี่ 5G+ และ 4G+ ได้แก่ NR : N41 + N28 และ LTE : B1 + B3 เพื่อนำความเร็วทั้งหมดมารวมกัน ทำให้เราได้ความเร็วสูงสุดในทุกสถานการณ์เพราะตัวเครื่องจะดึงสัญญาณได้ทุกคลื่นความถี่มาใช้งาน ซึ่งนี่คือจุดสูงสุดของเทคโนโลยีที่ผู้ให้บริการเปิดใช้งานในปัจจุบัน รองรับไปถึงอนาคตระยะยาวได้เป็นอย่างดี

หนึ่งในประสิทธิภาพที่น่าทึ่งที่สุดคือความสามารถในการ “จับสัญญาณ 5G+ ทั้งแบบ SA และ NSA” เมื่อทดสอบกับซิมการ์ด AIS ในพื้นที่ที่รองรับ ผลลัพธ์ที่ได้คือการทำลายทุกสถิติของ Pocket Wi-Fi และ Mobile Device ที่เคยทดสอบความเร็วสูงสุด

ผลการทดสอบความเร็วสูงสุดที่ AIS SHOP : Speed DL 1.6 Gbps และ Upload สูงถึง 158 Mbps และค่า Latency: 20ms
2. การปล่อยคลื่น Wi-Fi 6E บนคลื่น 6 GHz
ในสถานการณ์ที่คลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz หนาแน่นจนใช้งานแทบไม่ได้ M8550 สามารถหลีกหนีความแออัดนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการปล่อยสัญญาณบนคลื่น 6 GHz ที่เปรียบเสมือน “ทางด่วนส่วนตัว”

Link Speed ที่ได้จาก Client ที่รองรับ: สามารถทำ Link Speed ได้สูงถึง 2880 Mbps ที่ความกว้างช่องสัญญาณ 160 MHz รูปแบบการปล่อยสัญญาณ: M8550 มีความยืดหยุ่นสูง สามารถตั้งค่าการปล่อย Wi-Fi ได้หลายรูปแบบ เช่น: 2.4 GHz + 5 GHz หรือ 2.4 GHz + 6 GHz และ 6 GHz Only ช่องสัญญาณ (Channel) ที่รองรับบนคลื่น 6 GHz ในไทยเลือกใช้งานได้ตั้งแต่ช่อง 1 – 93 โดยแนะนำให้ใช้เป็นแบบ PSC Channel ช่องที่ 5 21 37 53 69 หรือ 85 เพื่อความรวดเร็วในการสแกนสัญญาณจากอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์จากฝั่ง Apple ที่จะอ่าน SSID เฉพาะช่องที่เป็น PSC เท่านั้น
- ความสามารถรอบด้าน 4G+ 3CA
สำหรับการใช้งานแบบ 4G/4G+ ตัวเครื่องยังคงประสิทธิภาพระดับท็อป ด้วยการรองรับการรวมคลื่น 4G+ (Carrier Aggregation) ได้ครบถ้วนทุกค่ายในไทยระดับ 3CA

ผลการทดสอบภายในบริเวณบ้าน 4G+ 3CA จาก ซิม AIS เราได้ความเร็ว DL ระดับ 258Mbps และ 2CA UL 86 Mbps ซึ่งอยู่ในระดับสูงเทียบชั้นกับความเร็วจาก SmartPhone เรือธงในระดับหลายหมื่นบาทได้เลย
- โหมดการใช้งานที่พลิกโฉม: จาก Pocket Wi-Fi สู่ 5G+ Router อัจฉริยะประจำที่นี่คือฟีเจอร์ที่ยกระดับ M8550 ให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์ 2-in-1 ทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่การ “ถอดแบตเตอรี่ออก แล้วเสียบสาย USB-C” เพื่อแปลงร่างเป็น Router 5G+ ประจำที่เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมความสามารถ Failover ระดับสูงเพื่อการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุด

คุณสามารถเสียบสาย LAN ที่มีอินเทอร์เน็ตบ้านทิ้งไว้เป็นสายหลัก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่น ไฟดับ หรืออินเทอร์เน็ตบ้านล่ม M8550 จะสลับไปใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตจากซิม 4G/5G โดยอัตโนมัติทันที เพื่อให้ทุกกิจกรรมออนไลน์ของคุณดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากสายหลักกลับมาเป็นปกติ ระบบก็จะสลับกลับไปใช้งานเน็ตบ้านให้เองโดยอัตโนมัติ นี่คือโซลูชันที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านและออฟฟิศที่ต้องการความเสถียรสูงสุด

- การทดสอบการบริโภคพลังงานและแบตเตอรี่
ในการใช้งานแบบพกพา อายุการใช้งานแบตเตอรี่คือสิ่งสำคัญ โดยรวมแล้วก็ถือว่าเพียงพอหากไม่ใช้งานที่หนักหน่วงตลอดเวลา ซึ่งหากใช้งานหนักก็มีทางเลือก หรือจะเรียกว่าความยืดหยุ่นรองรับก็ว่าได้ อย่างเช่นการใช้สาย type C เสียบไฟจากแหล่งพลังงานอื่น เช่น Power Bank หรือที่ชาร์จ type C อะไรก็ได้ และออฟชั่นในการถอดแบตเสียบตรง type C ก็ช่วยลดความร้อนเพิ่มความแรงสัญญาณไวไฟให้ไปได้ไกลขึ้น

ระยะเวลาใช้งานต่อเนื่อง มากกว่า 9 ชั่วโมงเต็ม : แบตเต็มและเริ่มใช้งานตั้งแต่ 07.00 น. เปิดสุดไม่ประหยัดแบต ใช้ 5G+ และ Wi-Fi 6E 160 MHz ทั้งในและนอกสถานที่ พบว่า แบตอยู่ได้ถึงเวลา 16.00น. สำหรับคนที่ต้องการระยะเวลาใช้งานให้ยาวนานกว่านี้ สามารถปรับการใช้คลื่นให้น้อยลง เช่นลด Bandwidth Wi-Fi เหลือ 20-40 MHz หรือจะเลือกปล่อยแค่ย่าน2.4/5GHz ก็สามารถเพิ่มระยะเวลาให้การใช้งานนานขึ้นกว่าการใช้ในรูปแบบที่เราทดสอบแบบจัดเต็มได้
สรุป: ไม่ใช่แค่ดีที่สุด แต่เป็นหนึ่งเดียวในตลาดปี 2025

TP-Link M8550 คือ Pocket Wi-Fi ระดับพรีเมียมที่เป็นโซลูชันการเชื่อมต่อแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งโดดเด่นจนหาคู่แข่งในตลาดไม่ได้ ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นมาเพื่ออนาคต (Future-Proof) จากการรองรับ 5G+ ทั้งแบบ SA/NSA หนึ่งเดียวในตลาดที่มาพร้อม Wi-Fi 6E Tri-Band ช่วยแก้ปัญหาคลื่นความถี่ในพื้นที่ใช้งานหนาแน่นและแออัดได้อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นสูงสุดด้วยโหมดการทำงานแบบ 2-in-1 ที่เป็นได้ทั้ง Pocket Wi-Fi สำหรับพกพา และแปลงร่างเป็น Router 5G+ ใช้ประจำที่ได้ทันที เพียงต่อไฟตรงโดยไม่ต้องใส่แบตเตอรี่ พร้อมพอร์ต Gigabit LAN/WAN เพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียร รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ถึง 32 อุปกรณ์ ทั้งยังปลอดภัยเหนือกว่าด้วย VPN Encryption ในตัว แชร์ไฟผ่านไวไฟความจุ 2TB ทั้งหมดนี้ควบคุมได้อย่างง่ายดายผ่านหน้าจอสัมผัส และ Tether App สามารถต่อเสาอากาศเพิ่มได้หากมีความจำเป็น ทำให้ M8550 เป็นอุปกรณ์ที่ครบจบในเครื่องเดียวหาคู่แข่งก็ยังไม่มีท้องตลาด
ราคาและการจัดจำหน่าย: TP-Link M8550 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาที่คุ้มที่สุด 6,990 บาท
สนใจสั่งซื้อได้ทางร้านค้าตัวแทนจำหน่าย จัดส่งถึงบ้านที่ Shopee

