AMD เปิดเวที CES 2026 ด้วยวิสัยทัศน์ “AI Everywhere, for Everyone” ผ่านปาฐกถาของ Lisa Su ประธานและซีอีโอ ซึ่งตอกย้ำทิศทางการผลักดัน AI จากระดับศูนย์ข้อมูล สู่ Edge และอุปกรณ์ปลายทาง โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม อาทิ OpenAI, AstraZeneca และ Illumina เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้เกิดผลกระทบจริงในโลกปัจจุบัน
หัวใจสำคัญของการนำเสนอครั้งนี้ คือ “พิมพ์เขียวใหม่” สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับ Yotta-scale รองรับการเติบโตของขีดความสามารถการประมวลผลจากระดับ zettaflops ในปัจจุบัน สู่มากกว่า 10 yottaflops ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดย AMD ชี้ว่าการก้าวสู่สเกลนี้ ต้องอาศัยทั้งพลังประมวลผล การออกแบบระบบแบบโมดูลาร์ และเครือข่ายความเร็วสูงที่เชื่อมตัวเร่งความเร็วหลายพันตัวเข้าด้วยกัน
AMD เผยโฉมแพลตฟอร์ม Helios ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับ rack-scale ที่ให้พลังประมวลผลสูงสุดถึง 3 AI exaflops ต่อแร็ค ออกแบบมาเพื่อการฝึกโมเดลระดับล้านล้านพารามิเตอร์ โดยผสานการทำงานของ AMD Instinct MI455X, AMD EPYC “Venice” และเครือข่าย AMD Pensando ภายใต้ระบบนิเวศซอฟต์แวร์เปิด ROCm
ด้านฮาร์ดแวร์ AI สำหรับองค์กร AMD เปิดตัว AMD Instinct MI440X สำหรับการใช้งาน AI แบบ on-premises พร้อมพรีวิว Instinct MI500 Series เจเนอเรชันถัดไป ที่ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพ AI สูงขึ้นถึง 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับ MI300X ในช่วงปี 2027 สะท้อนการแข่งขันเชิงโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลกที่เข้มข้นขึ้น
ในฝั่งผู้ใช้ปลายทาง AMD ขยายพอร์ต Ryzen AI สำหรับยุค AI PC เปิดตัว Ryzen AI 400 Series และ Ryzen AI PRO 400 Series พร้อม NPU ประสิทธิภาพ 60 TOPS รองรับ ROCm เต็มรูปแบบ เชื่อมประสบการณ์ AI จากคลาวด์สู่ไคลเอนต์อย่างไร้รอยต่อ ขณะที่ Ryzen AI Halo และ Ryzen AI Max+ Series ถูกออกแบบมาเพื่อนักพัฒนาและครีเอเตอร์ รองรับโมเดลขนาดใหญ่บนอุปกรณ์ได้โดยตรง
AMD ยังขยาย AI ไปสู่โลก Embedded ด้วย Ryzen AI Embedded สำหรับยานยนต์ สุขภาพอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ พร้อมประกาศลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายการเข้าถึง AI ในห้องเรียนและชุมชน ตอกย้ำเป้าหมายการสร้างระบบนิเวศ AI ที่เปิดกว้างและยั่งยืนในระยะยาว

