Kaspersky ผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก เผยรายงานวิเคราะห์ทิศทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปี 2026 โดยระบุว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำการแข่งขัน AI ระดับโลกอย่างเต็มตัว ด้วยอัตราการใช้งานในหมู่ผู้เชี่ยวชาญที่สูงถึง 78% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้านี้เปรียบเสมือนดาบสองคมที่สร้างทั้งเกราะป้องกันและขยายโอกาสให้แก่ผู้ก่อภัยคุกคาม
รายงาน Kaspersky Security Bulletin คาดการณ์ว่าในปี 2026 เทคโนโลยี Deepfake จะกลายเป็นกระแสหลักและมีความแนบเนียนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคุณภาพเสียงที่จะลดช่องว่างความแตกต่างจากมนุษย์จริง ขณะที่การโจมตีทางไซเบอร์จะถูกยกระดับสู่รูปแบบ “AI-driven” ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การโจมตี ตั้งแต่การสแกนหาช่องโหว่อัตโนมัติไปจนถึงการสร้างหน้าเว็บฟิชชิงที่ยากจะแยกแยะด้วยสายตา
วลาดิสลาฟ ทุชคาโนฟ ผู้จัดการกลุ่มวิจัยและพัฒนาของ Kaspersky เน้นย้ำว่า เส้นแบ่งระหว่างเนื้อหาที่สร้างโดย AI ที่ถูกต้องและเนื้อหาฉ้อโกงจะเลือนลางลงอย่างมาก เนื่องจากแบรนด์ใหญ่เริ่มใช้ AI ในงานโฆษณาจนผู้บริโภคเกิดความคุ้นชิน ส่งผลให้การแยกแยะของจริงและของปลอมทำได้ยากขึ้นทั้งสำหรับมนุษย์และระบบตรวจจับอัตโนมัติ
ในด้านการป้องกัน AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปรับโฉมการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) โดยระบบเอเจนต์อัจฉริยะจะสามารถสแกนโครงสร้างพื้นฐานและวิเคราะห์บริบทภัยคุกคามได้ล่วงหน้า ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นผ่านอินเทอร์เฟซภาษาธรรมชาติ (Natural Language) แทนการใช้คำสั่งทางเทคนิคที่ซับซ้อนแบบเดิม
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Kaspersky ทิ้งท้ายว่า องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Kaspersky Next และนำข้อมูลภัยคุกคามล่าสุด (Threat Intelligence) มาใช้ประกอบการวางกลยุทธ์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Frontier อย่างปลอดภัย

