อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเตรียมเข้าสู่ยุคทองในปี 2569 โดยมี M STUDIO เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อน หลังจากโชว์ฟอร์มแกร่งครองแชมป์ Box Office ติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน และในปี 2568 ที่ผ่านมาสามารถทำรายได้รวมจากการจัดจำหน่ายหนังไทยสูงถึง 930.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 61% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดอย่างเหนียวแน่น

ยุทธศาสตร์สำคัญในปีนี้คือการทรานส์ฟอร์มจาก Movie Business สู่ “Content IP Business” อย่างเต็มตัว โดยมองว่าคุณค่าของภาพยนตร์ไม่ได้จบลงเพียงรายได้จากโรงหนัง แต่ต้องต่อยอดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระยะยาว ทั้งบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและการขายลิขสิทธิ์ไปยังตลาดต่างประเทศที่ตั้งเป้าขยายสัดส่วนรายได้อย่างจริงจัง

คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO เปิดเผยว่า “หนังหนึ่งเรื่องต้องคิดตั้งแต่วันแรกว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน” ซึ่งความสำเร็จของแฟรนไชส์อย่าง ธี่หยด ที่ขยายตลาดไปกว่า 30 ประเทศ และการร่วมงานกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Universal Studios Singapore คือบทพิสูจน์ศักยภาพ Soft Power ไทยที่สามารถสร้าง Impact ได้จริงในสากล

สำหรับไลน์อัปในปี 2569 M STUDIO เตรียมส่งภาพยนตร์ 17 เรื่องลงจอ ครอบคลุมทุกแนวทั้งสยองขวัญ แอ็กชัน และดราม่า เช่น นาคี 3, ราคี, และคำสารภาพของหมอผี โดยนำ Data และ Insight มาใช้ในการพัฒนาโปรเจกต์ควบคู่กับเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมและลดต้นทุนการผลิต มุ่งสร้างรากฐานอุตสาหกรรมหนังไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

