ซิสโก้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการส่งมอบ “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง” สำหรับยุค AI ในงาน Cisco Live EMEA ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีกว่า 21,000 คน โดยเน้นว่าองค์กรกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI อย่างรวดเร็ว แต่ “ความปลอดภัย” คือคอขวดที่ทำให้การใช้งานจริงยังไปได้ไม่สุด

ผลสำรวจของ Cisco ที่นำเสนอในงานระบุว่าองค์กรมีการนำแนวคิด Agentic มาใช้งานแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังติดข้อจำกัดสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและการกำกับดูแล รวมถึงความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีที่ยังไม่สุกงอม ความชัดเจนของ Business Case และงบประมาณ
นายจีทู พาเทล ประธานและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ ซิสโก้ กล่าวว่า
“นวัตกรรม AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา เราจึงมุ่งมั่นส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และนำ AI มาใช้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของซิสโก้ในฐานะแพลตฟอร์มที่ครบวงจร โดยนำนวัตกรรมด้านชิปซิลิคอนและระบบ, AgenticOps, ความปลอดภัย และการตรวจสอบสถานะมาผสานรวมกันเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่ในดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงสถานที่ทำงาน และครอบคลุมไปถึงส่วนอื่นๆ ในองค์กร”

Raj Chopra (SVP และ CPO ฝ่าย Cisco Security Product Management) ให้กรอบคิดว่า ในยุค Agentic องค์กรต้องป้องกันทั้ง “เอเจนต์จากโลกภายนอก” และ “โลกภายนอกจากเอเจนต์” เพราะความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การโจมตีแบบเดิม แต่รวมถึงพฤติกรรมของเอเจนต์ที่เชื่อมต่อเครื่องมือและข้อมูลผิดบริบท ถูกบิดเบือน หรือถูกแทรกแซงระหว่างการทำงาน

ภายใต้ธีมดังกล่าว ซิสโก้สรุปแนวทางรับมือเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ AI Network for the Data Center, Operational Simplicity with AgenticOps และ Security for the Agentic Era

ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ซิสโก้เปิดตัว Silicon One G300 เพื่อรองรับการขยายคลัสเตอร์ AI ในระดับใหญ่ โดยชู Intelligent Collective Networking เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย 33% และลดเวลาการประมวลผล 28% พร้อมระบบ N9100 และ 8000 สำหรับ hyperscalers, neoclouds, sovereign private deployments และองค์กรทั่วไป

ซิสโก้ยังนำเสนอ Nexus One unified management plane ช่วยบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้ง on-premises และ cloud ในมุมเดียว ลดความซับซ้อนการปฏิบัติการ และเพิ่ม ROI จากการลงทุน AI
ด้านการปฏิบัติการ ซิสโก้เปิดตัว New AgenticOps ครอบคลุมทั้ง Networking, Security และ Observability โดยใช้ cross-domain telemetry จาก Cisco Networking, Security Cloud Control, Nexus One และ Splunk เพื่อเพิ่ม automation และลด manual operations

ภายใน Security Cloud Control ความสามารถ AgenticOps จะรองรับงานสำคัญ เช่น Zero Trust policy creation, VPN capacity planning, Elephant flow remediation, PCI-DSS compliance และ Firewall policy optimization โดยระบุ Expected GA: May 2026
ด้านความปลอดภัย ซิสโก้อัปเดต Cisco AI Defense เพื่อปกป้อง AI agents แบบ end-to-end ครอบคลุม AI supply chain governance และ runtime protections พร้อมแนวคิด
“Protect agents from the world” และ “Protect the world from agents”

Secure Access ในโมเดล SASE ถูกยกระดับด้วย intent-aware inspection วิเคราะห์พฤติกรรมและเจตนาของทราฟฟิก agentic เพื่อลดภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และควบคุม agentic interactions ได้แม่นยำยิ่งขึ้น


สำหรับองค์กรใน sovereign environment ซิสโก้ยกระดับบริการผ่าน Cisco Customer Experience (CX) และเปิด Cisco Critical National Services Centers (CNSCs) ในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสเปน รองรับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความมั่นคงระดับสูง พร้อมกระบวนการควบคุมเฉพาะทาง ปัจจุบันมี 4 แห่งในยุโรป และกำลังขยายเพิ่มเติมในอิตาลี

Jeff Schultz (Senior Vice President of Portfolio Strategy) ระบุว่า ความปลอดภัยต้อง “เร็วเท่ากับ AI” เพราะในยุค Agentic ความเสี่ยงเกิดขึ้นในทุก interaction ที่องค์กรต้องมองเห็น ควบคุม และตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์

