วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อล่าสุด Amazon Web Services หรือ AWS ยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์ระดับโลกออกมายอมรับว่าศูนย์ข้อมูลในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ต้องหยุดชะงักลงหลังจากเกิดเหตุวัตถุไม่ทราบฝ่ายพุ่งเข้าชนอาคารจนเกิดประกายไฟและเพลิงไหม้ตามมา ส่งผลให้ระบบจ่ายไฟฟ้าหลักถูกตัดขาดเพื่อความปลอดภัยในทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค โดยทาง UAE กำลังเผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการตอบโต้กันไปมาระหว่างอิหร่านและกองกำลังพันธมิตร การโจมตีในวงกว้างครั้งนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ฐานทัพทางการทหาร แต่ยังลุกลามไปถึงท่าเรือ สนามบิน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของการเชื่อมต่อข้อมูลดิจิทัลในแถบอ่าวเปอร์เซีย

“ระบบไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ใน UAE ถูกสั่งปิดเป็นการชั่วคราวหลังจากมีวัตถุกระแทกเข้ากับตัวอาคาร จนเป็นเหตุให้เกิดประกายไฟและเพลิงไหม้” — ตัวแทนจาก AWS แถลงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะนี้ทีมวิศวกรของ AWS กำลังเร่งประเมินความเสียหายและหาแนวทางกู้คืนระบบเพื่อให้กระทบต่อผู้ใช้งานในโซนตะวันออกกลางน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและคลาวด์ท่ามกลางภาวะสงคราม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเสถียรภาพของบริการดิจิทัลในระดับภูมิภาคหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

Source : Economictimes

Comments

comments