Nothing บริษัทเทคโนโลยีจากลอนดอน ประกาศ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับโลกพร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ Nothing Phone (4a) Pro, Nothing Phone (4a) และ Headphone (a) โดยทั้งผลิตภัณฑ์ทั้งสามรุ่น สะท้อน แนวคิด การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผสานดีไซน์โปร่งใส เทคโนโลยีกล้อง ระ ดับเรือธง ประสิทธิภาพจากชิป Snapdragon รุ่นใหม่ และระบบ ปฏิบัติการ Nothing OS ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล เป็นส่วนตัว และชาญฉลาดยิ่งขึ้น

การเปิดตัว Phone (4a) Series ถือเป็นก้าวสำคัญของ Nothing ในการยกระดับสมาร์ต โฟนระดับกลางให้มีมาตรฐานใกล้เคียงระดับเรือธง ทั้งในด้านดีไซน์ วัสดุ กล้อง และ ซอฟต์แวร์ พร้อมด้วยเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวัน ง่ายขึ้นสร้าง สรรค์ได้มากขึ้น และสะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน

ดีไซน์เอกลักษณ์ใหม่ของ Nothing

Nothing Phone (4a) Series ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การออกแบบแบบโปร่งใสของ Nothing พร้อมยกระดับทั้งวัสดุ ความแข็งแรง และรายละเอียดเชิงวิศวกรรม

โดย Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมโครงสร้าง metal unibody แบบขึ้นรูปชิ้น เดียวผิวสัมผัสเรียบหรูและตัวเครื่องบางเพียง 7.95 มม. ซึ่งถือเป็นสมาร์ตโฟนที่บาง ที่สุด ของ Nothing จนถึงปัจจุบัน ตัวเครื่องเสริมความแข็งแรงด้วยมาตรฐาน IP65 และระบบ ระบายความร้อน VC ขนาด 5300 มม² เพื่อประสิทธิภาพที่เสถียรแม้ใช้งาน หนัก ดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ผสานเข้ากับโมดูลกล้องและ Glyph Matrix อย่าง ไร้รอยต่อ สะท้อนแสงได้อย่างสวยงาม พร้อมตัวเลือกสี Silver, Black และ Metallic Pink

ด้าน Nothing Phone (4a) โดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งใสที่เผยให้เห็นโครงสร้างภายใน พร้อม Glyph Bar รุ่นใหม่ และไฟ Recording Light สีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ แบรนด์ ตัวเครื่องเสริมความแข็งแรงด้วยโครงสร้างใหม่ ปุ่มโลหะ และมาตรฐาน IP64 โดยมีสี ใหม่อย่าง Transparent Blue และ Soft Pink เพิ่มความโดดเด่นให้กับ ดีไซน์

กล้องระดับเรือธง พร้อมเทคโนโลยี TrueLens Engine

Nothing Phone (4a) Pro ยกระดับประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยเซ็นเซอร์หลัก Sony LYT700C พร้อม OIS และเลนส์ Periscope Telephoto 50MP ซูมออปติคอล 3.5x ที่สามารถ ซูมได้สูงสุดถึง 140x ซึ่งถือเป็นระยะซูมที่ไกลที่สุดในสมาร์ตโฟน Nothing

ระบบกล้องยังประกอบด้วยเลนส์ Ultra-Wide จาก Sony และกล้องหน้า 32MP พร้อม เทคโนโลยี TrueLens Engine 4 ที่รองรับ Ultra XDR Photo และวิดีโอ 4K Ultra XDR ให้สีสันสมจริงและรายละเอียดสูง

Nothing Phone (4a) ยกระดับมาตรฐานกล้องในระดับเดียวกัน ด้วยกล้องหลัก 50MP OIS พร้อมเลนส์ Periscope 50MP ที่ซูมได้ตั้งแต่ 0.6x ถึง 70x และยังรองรับ AI Photography เช่น AI Photo Eraser สำหรับลบวัตถุ Motion Photos พร้อม Ultra XDR และ Presets สำหรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ

Glyph Interface ที่ฉลาดและใช้งานได้จริงยิ่งขึ้น

เอกลักษณ์สำคัญของ Nothing อย่าง Glyph Interface ถูกพัฒนาให้มีความสามารถ มากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาหน้าจอ โดย Nothing Phone (4a) มาพร้อม Glyph Bar ที่มี LED ขนาดเล็ก 63 ดวง แบ่งเป็น 7 โซนความสว่างสูงสุด 3500 nitsให้การแจ้งเตือน ชัดเจน แม้อยู่กลางแดด ในขณะที่ Nothing Phone (4a) Pro ใช้ Glyph Matrix จำนวน 137 LED ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นถึง 57% และให้ความสว่างเพิ่มขึ้นถึง 100% ช่วยแสดงการ แจ้งเตือน นาฬิกา ตัวจับเวลา และ Glyph Toys ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเปิดหน้าจอ

Nothing OS 4.1 และพลัง AI ที่ฉลาดขึ้น

Nothing Phone (4a) Series ทำงานบน Nothing OS 4.1 บน Android 16 ซึ่งได้รับการออก แบบใหม่ให้เรียบง่าย ใช้งานง่าย และปรับแต่งได้มากขึ้น ฟีเจอร์ ใหม่ประกอบด้วย AI Dashboard สำหรับควบคุมฟีเจอร์ AI, Floating Apps สำหรับ การทำงานหลาย หน้าจอ, Widgets และ Lock Screen แบบปรับแต่งได้ และ Playground สำหรับสร้าง widget และ Essential Apps แบบ no-code นอกจากนี้ยัง รองรับ Essential AI Tools เช่น Essential Search และ Essential Memory ที่ช่วยให้ ค้นหาและจัดการข้อมูล ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมการอัปเดต Android 3 ปี และ Security Patch นานถึง 6 ปี

จอแสดงผล AMOLED ระดับเรือธง

Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมหน้าจอ 6.83 นิ้ว AMOLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz และความสว่างสูงสุด 5000 nits (HDR) ส่วน Nothing Phone (4a) ใช้หน้าจอ 6.78 นิ้ว AMOLED 1.5K รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 4500 nits พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 7i ที่ทนรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดีกว่า รุ่นก่อน

ประสิทธิภาพ Snapdragon รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน

Nothing Phone (4a) Pro ใช้ชิป Snapdragon 7 Gen 4 ที่ให้ CPU เร็วขึ้น 27% GPU แรงขึ้น 30% และ AI เร็วขึ้น 65% รองรับ LPDDR5X และ UFS 3.1 สำหรับการใช้ งานที่ รวด เร็ว ขณะที่ Nothing Phone (4a) ใช้ Snapdragon 7s Gen ที่ให้ประสิทธิ ภาพดีขึ้น และประหยัดพลังงานกว่าเดิม พร้อมรองรับการเล่นเกมระดับสูงอย่าง BGMI และ PUBG ที่เฟรม เรตสูง โดย Nothing Phone (4a) Series มาพร้อม แบตเตอรี่ขนาด 5,080 mAh รองรับการใช้ งานแบบผสมผสานทั้งการฟังเพลง ดูวิดีโอ เล่นเกม และส่งข้อความ ได้นาน สูงสุด 17 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยี 50W Fast Charging ที่สามารถชาร์จ แบตเตอรี่ได้ถึง 60% ภายในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งเร็วกว่า Nothing Phone (2a) Series เกือบ 10% นอกจากนี้ระบบจัดการสุขภาพ แบตเตอรี่ขั้นสูงยังช่วยรักษาความ จุแบตเตอรี่ให้คงมาก กว่า 90% หลังการชาร์จ 1,200รอบซึ่งเทียบเท่ากับการใช้งาน และชาร์จทุกวันนานกว่า 3 ปี

มุ่งสู่สมาร์ตโฟนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมค่า Carbon Footprint เพียง 50.5 kg CO₂e โดยมี 46 ชิ้นส่วน ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล คิดเป็น 16.6% ของน้ำหนักตัวเครื่อง รวมถึง พลาสติก อะลูมิเนียม ดีบุก และเหล็กรีไซเคิลอีกทั้งบรรจุภัณฑ์ยังปราศจากพลาสติก มากกว่า 99% และกระบวนการประกอบขั้นสุดท้ายใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

ด้าน Nothing Phone (4a) ยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการผลิตอย่างยั่งยืนด้วยค่า Carbon Footprint เพียง 51.13 kg CO₂eซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ของ Nothing โดยมี 30 ชิ้นส่วน ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น พลาสติกรีไซเคิล 30%, อะลูมิเนียม และดีบุกรีไซเคิล 100% และเหล็กรีไซเคิล 80% พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ปราศจาก พลาสติกมากกว่า 99% และกระบวนการประกอบที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

นอกจากการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่แล้ว Nothing ยังได้เปิดตัวหูฟังครอบหูรุ่นใหม่ Nothing Headphone (a) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในไลน์ออดิโอของแบรนด์ โดยมา พร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ใน 4 สี ได้แก่ Pink, Yellow, White และ Black ผสาน เอกลักษณ์งานออกแบบของ Nothing เข้ากับโทนสีใหม่ที่สนุกและโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การฟังเพลงต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 5 วัน หรือ 135 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Headphone (a) ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพียง 310 กรัม พร้อมเบาะรองหูแบบ memory foam ที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน อีกทั้ง ยังมาพร้อมมาตรฐาน IP52 ที่ช่วยป้องกันฝุ่น สิ่งสกปรก และละอองน้ำเหมาะสำหรับ การใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงระหว่างการออกกำลังกายหรือสภาพอากาศ ที่ไม่เอื้ออำนวย

ในด้านประสิทธิภาพ Headphone (a) รองรับการใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 135 ชั่วโมง เมื่อปิดระบบ Active Noise Cancellation (ANC) และรองรับ Rapid Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถใช้งานต่อได้ถึง 5 ชั่วโมงเพื่อให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกช่วง เวลาของการฟังเพลง มาพร้อมระบบควบคุมแบบเฉพาะของ Nothing ได้แก่ Roller, Paddle และ Button ที่ติดตั้งบนตัวหูฟัง เพื่อให้สามารถปรับระดับเสียง ควบคุมเพลง หรือสลับโหมด ANC ได้อย่างสะดวก โดยฟีเจอร์ Channel Hop ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ สลับไปยังแอปหรือฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้ทันทีเพียงกดปุ่ม ขณะที่ Camera Shutter Mode ยังสามารถใช้ปุ่มดังกล่าวเป็นรีโมตสำหรับถ่ายภาพหรือเริ่มบันทึกวิดีโอบน สมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่อได้ รองรับ Hi-Resolution Audio Wireless และ LDAC codec พร้อมไดรเวอร์เคลือบไทเทเนียมขนาด 40 มม. ที่ให้เสียงทรงพลังและคมชัดในทุก ย่านความถี่ โดยมาพร้อมระบบ Adaptive Active Noise Cancellation ที่มี 3 ระดับ ได้แก่ Low, Mid และ High เพื่อลดเสียงรบกวนรอบตัวผู้ใช้ รวมถึง Transparency Mode ที่ช่วยให้ยังคงได้ยินเสียงรอบข้างเมื่อจำเป็น

นอกจากนี้ ระบบไมโครโฟน 3 ตัวพร้อมอัลกอริทึม AI ที่ผ่านการฝึกจากสถานการณ์ เสียงรบกวนกว่า 28 ล้านรูปแบบ ยังช่วยแยกเสียงพูดของผู้ใช้ให้ชัดเจนระหว่าง การสนทนา แม้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งประสบการณ์การฟังได้ผ่านแอป Nothing X ที่มาพร้อม Advanced EQ แบบ 8 แบนด์ สำหรับปรับโปรไฟล์เสียงได้อย่างละเอียด รวมถึง สามารถสร้างและแชร์โปรไฟล์เสียงกับผู้ใช้งานคนอื่นในชุมชน Nothing ได้อีกทั้งยังมี อัลกอริทึม Bass Enhancement แบบเรียลไทม์ที่ช่วยเพิ่มพลังเสียงเบสโดยยังคง ความชัดเจนของเสียงกลางและเสียงแหลม

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Nothing ทั้งสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ออดิโอ รุ่นล่าสุด รายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ราคา และช่วงเวลา การวางจำหน่ายในประเทศไทย สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร อัปเดตผลิตภัณฑ์ รวมถึงกิจกรรม พิเศษจากแบรนด์ได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Nothing Thailand หรือติดตามได้ที่เว็ปไซต์ https://th.nothing.tech/ เพื่อไม่พลาดทุกความ เคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาสร้างประสบการณ์เทคโนโลยีที่แตกต่างให้กับผู้ใช้งานในประเทศไทย

Comments

comments