NT ยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไทยพร้อมรับมือเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลาง มีระบบสำรอง 6 เส้นทาง กระทบต่ำกว่า 10%

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ยืนยันความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในการรับมือสถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูงและมีทางเลือกในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทำให้มั่นใจได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของคนไทยจะไม่หยุดชะงักแม้เกิดเหตุสุดวิสัยในบางเส้นทาง

หัวใจสำคัญของความมั่นใจในครั้งนี้คือการบริหารจัดการทราฟฟิกผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำรวมถึง 6 ระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งเส้นทางภาคพื้นดินและทางทะเล โดย NT ได้จัดเตรียมศักยภาพในการถ่ายโอนทราฟฟิกไปยังเส้นทางสำรอง (Failover) ได้ทันทีร่วมกับผู้ให้บริการระดับสากล เพื่อกระจายความเสี่ยงจากจุดขัดข้องเดียวและรักษาความต่อเนื่องในการรับส่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“NT ได้เตรียมความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน โดยมีระบบสำรองที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพ และ NT พร้อมดูแลให้บริการอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง” พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าว

จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่ามีระบบเคเบิลเพียง 2 ระบบเท่านั้นที่เชื่อมโยงผ่านพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากไทยไปยุโรปน้อยกว่า 10% ของทราฟฟิกทั้งหมด จึงถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ตามแผนสำรองที่วางไว้ นอกจากนี้ NT ยังมีแผนเชิงรุกในการจัดการปัญหาความล่าช้าของข้อมูลหรือ Latency โดยการปรับเส้นทางเชื่อมต่อให้เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ลื่นไหลไม่สะดุด

Comments

comments