U Mobile มาเลเซีย เปิดตัว ULTRA5G Priority ให้ผู้ใช้กด “Priority Lane” ดึงสปีด 5G เต็มพิกัดในช่วงเน็ตหนาแน่น สะท้อนเทรนด์ Experience-based Monetization ที่ AIS บุกเบิกผ่าน Boost Mode และ AIS Living Network

 

การขยับตัวครั้งสำคัญของวงการโทรคมนาคมในภูมิภาคอาเซียนเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ U Mobile ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่จากประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับบริการ “ULTRA5G Priority” ซึ่งเป็นบริการที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถกดรับสิทธิ์เพื่อเข้าถึงช่องสัญญาณ 5G แบบด่วนพิเศษ (Priority Lane) ได้ตามความต้องการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับสูงสุดแม้ในพื้นที่หรือช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่น

สำหรับรายละเอียดของการเปิดตัวในครั้งนี้ U Mobile ได้ผนวกสิทธิ์การใช้งาน ULTRA5G Priority เข้ากับแพ็กเกจกลุ่ม ULTRA Postpaid ไม่ว่าจะเป็นราคา 45, 68 หรือ 98 ริงกิต โดยผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์การกดใช้งาน (Priority Pass) จำนวน 1-3 สิทธิ์ต่อรอบบิล แตกต่างกันไปตามแพ็กเกจ ซึ่งแต่ละสิทธิ์จะสามารถดึงศักยภาพของเครือข่าย 5G มาใช้งานเป็นกรณีพิเศษได้ต่อเนื่องนาน 3 ชั่วโมงต่อครั้ง บริการนี้มุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความมั่นใจในคุณภาพสัญญาณขั้นสุดในช่วงเวลาที่สำคัญ โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน MyUMobile ของทางค่าย

อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับมาที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย แนวคิดการให้อำนาจลูกค้าในการควบคุมเครือข่ายแบบออนดีมานด์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะ AIS ได้สร้างมาตรฐานและบุกเบิกนวัตกรรมนี้ล่วงหน้ามาก่อนแล้วหลายปี ภายใต้บริการที่คุ้นเคยกันดีในชื่อ “Boost Mode” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมโครงข่ายอัจฉริยะ AIS Living Network (หรือ myNetwork) ที่เปิดให้ลูกค้าของ AIS สามารถปรับแต่งและเลือกประสบการณ์การใช้งานเครือข่าย 5G ได้ด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วดาวน์โหลด (Boost Mode), การลดค่าความหน่วงให้ต่ำสุดเพื่อการแข่งขันอีสปอร์ต (Game Mode) หรือการรักษาความเสถียรของแบนด์วิดท์อัปโหลดเพื่อการสตรีมมิง (Live Mode)

ความน่าสนใจของปรากฏการณ์นี้คือการชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโทรคมนาคมของ AIS อย่างชัดเจน การพลิกโฉมจากรูปแบบเดิมที่เน้นขายเพียงปริมาณความจุหรือความเร็วสูงสุด (Data Volume & Speed) มาสู่การบุกเบิกการขาย “ประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียม” (Experience-based Monetization) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างตรงจุด จนความสำเร็จนี้ได้กลายเป็นโมเดลต้นแบบที่สร้างแรงกระเพื่อมในระดับภูมิภาค และทำให้โอเปอเรเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านต้องทยอยนำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเครือข่ายของตนเอง

นอกจากวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำจนกลายเป็นกรณีศึกษาให้ค่ายมือถือในภูมิภาคเดินตามแล้ว นวัตกรรมโครงข่ายอัจฉริยะของ AIS นี้ยังได้รับการการันตีความสำเร็จบนเวทีระดับโลกมาแล้วอย่างยิ่งใหญ่ โดย AIS เคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง GTI Awards จากงาน Mobile World Congress (MWC) ในหมวด Market Development and Business Value ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำให้เห็นว่า บริการที่มอบสิทธิพิเศษในการจัดการเครือข่ายด้วยตนเองนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ลูกเล่นทางการตลาด แต่เป็นนวัตกรรมระดับโลกที่เกิดขึ้นจริงและสร้างมูลค่าได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของ AIS ที่ต้องการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของไทยให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลกอย่างแท้จริง

Comments

comments