GrabFood เปิดเผยรายงานแนวโน้มธุรกิจร้านอาหารปี 2026 ชี้ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนจากการบริโภคเพื่อความอิ่มสู่การเลือกอาหารที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ โดย 5 เทรนด์สำคัญที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ รสชาติเรียบหรูอย่างมัทฉะ พิสตาชิโอ และเผือก กระแสคราฟท์เบเกอรี เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์ เมนูไวรัลเอเชีย และฮาลาลอีโคโนมี

รายงานระบุว่า “มัทฉะ–พิสตาชิโอ–เผือก” กลายเป็นรสชาติหลักในหลายเมนูยอดนิยม ทั้งของหวาน เบเกอรี และเครื่องดื่ม สะท้อนความนิยมแนว Calming Luxury ขณะที่คราฟท์เบเกอรี เช่น ซาวโดวจ์และคราฟต์แซนด์วิช เติบโตจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่แมส พร้อมการผสมผสานรสชาติข้ามวัฒนธรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค

ด้านเครื่องดื่ม เทรนด์ Customized Drinks กำลังมาแรง ผู้บริโภคต้องการปรับสูตรและส่วนผสมได้เอง พร้อมรูปลักษณ์ที่ถ่ายรูปสวยเพื่อสื่อสารตัวตนบนโซเชียล ขณะที่เมนูไวรัลจากจีน เกาหลี และญี่ปุ่นยังคงได้รับอิทธิพลจากซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารและวัฒนธรรม

อีกแนวโน้มสำคัญคือการเติบโตของ Halal Economy จากนักท่องเที่ยวมุสลิม โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ซึ่งมีอำนาจซื้อสูง ส่งผลให้ร้านอาหารไทยเร่งพัฒนามาตรฐานฮาลาลและเมนูรสเข้มข้นเพื่อตอบโจทย์ตลาดใหม่ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

รายงานของ GrabFood สะท้อนว่าความสำเร็จของธุรกิจอาหารยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเมนูหรือสาขา แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์และตัวตนของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอย่างมีความหมาย

Comments

comments