ทีเอ็ม โรห์ ประธานธุรกิจ Mobile eXperience ของซัมซุง เดินสายพบนวัตกรรมสื่อมวลชนภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย หลังการเปิดตัว Galaxy S26 Series อย่างยิ่งใหญ่ โดยเน้นย้ำความสำคัญของตลาดนี้ที่มีอัตราการเปิดรับ AI สูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้งาน AI บนมือถือทุกวันถึง 90% พร้อมประกาศกลยุทธ์ “Agentic AI” ที่จะเปลี่ยนมือถือจากการรอรับคำสั่ง เป็นฝ่ายรุกช่วยจัดการชีวิตประจำวันให้ง่ายขึ้นแบบ Proactive
ความพิเศษของ Galaxy S26 Series ในปี 2026 คือการยกระดับ Galaxy AI สู่การเป็น “Agent” ที่เข้าใจบริบทได้ลึกซึ้งขึ้น ผ่านขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ปรับแต่งมาเพื่อ Galaxy โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้การประมวลผล AI ในตัวเครื่อง (On-device) รวดเร็วและปลอดภัย พร้อมฟีเจอร์ไฮไลต์อย่าง “Now Nudge” และ “Now Brief” ที่คอยแจ้งเตือนและสรุปข้อมูลสำคัญตามสถานการณ์จริง โดยซัมซุงได้ใช้ศูนย์ R&D ในอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เพื่อปรับปรุงภาษาและบริบทให้เข้ากับผู้ใช้งานในอาเซียนโดยเฉพาะ

“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียเป็นภูมิภาคที่เปิดรับนวัตกรรม AI ได้เร็วที่สุด และเป็นพื้นที่สำคัญต่อการพัฒนา AI ในอนาคต เราจึงมุ่งมั่นปรับเทคโนโลยีให้เหมาะกับคนในพื้นที่ หรือ Localization เพื่อให้ Galaxy AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างแท้จริง” — ทีเอ็ม โรห์ ประธานธุรกิจ Mobile eXperience ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
นอกจากซอฟต์แวร์อัจฉริยะ Galaxy S26 Ultra ยังมาพร้อมนวัตกรรมหน้าจอ “Privacy Display” รุ่นแรกของโลกที่ควบคุมการกระจายแสงเพื่อความเป็นส่วนตัวในการมองเห็น และกล้องพลัง AI 200MP ที่สว่างกว่าเดิมถึง 47% โดยซัมซุงเผยสถิติที่น่าสนใจว่า ลูกค้าในภูมิภาคนี้กว่า 67% เลือกซื้อรุ่น Ultra ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Galaxy S26 Series จะเริ่มวางจำหน่ายเฟสแรกใน 5 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป

