Samsung ประกาศความสำเร็จของ Galaxy S26 Series ในประเทศไทย หลังสร้างสถิติยอดจองล่วงหน้าสูงสุดครั้งใหม่ สะท้อนแรงตอบรับของผู้บริโภคไทยที่มีต่อนวัตกรรมสมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุด โดยเฉพาะการมาของ The World’s First Privacy Display หน้าจอเพื่อความเป็นส่วนตัวที่ Samsung วางให้เป็นมาตรฐานใหม่ของการใช้งานมือถือยุคปัจจุบัน

Samsung ระบุว่า Galaxy S26 Series มียอดจองล่วงหน้าในไทยเติบโต 1.4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมตอกย้ำทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านสเปก ไปสู่การแข่งขันด้าน ประสบการณ์การใช้งาน AI Phone ที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเข้าใจผู้ใช้มากขึ้น

สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของ Galaxy S26 Series ไม่ได้สะท้อนเพียงยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อนวัตกรรมของ Samsung ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง โดยเฉพาะ Privacy Display ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในชีวิตประจำวัน

“Galaxy S26 Series แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมมือถือกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพื้นฐานสำคัญของประสบการณ์การใช้งานทั้งหมด” สิทธิโชคกล่าว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Samsung เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Galaxy S23 ที่ยกระดับการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีซูม, Galaxy S24 ที่เปิดยุค First AI Phone, Galaxy S25 ที่ผลักดัน AI Companion และล่าสุด Galaxy S26 ที่ยกระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ผ่าน Privacy Display

ในมุมของการใช้งาน AI ปัจจุบัน Galaxy AI ถูกใช้งานแล้วบนอุปกรณ์กว่า 400 ล้านเครื่องทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประสบการณ์บนสมาร์ตโฟน ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา การสื่อสาร การทำงาน หรือการสร้างคอนเทนต์

ประเทศไทยยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในตลาด AI Phone ที่ก้าวหน้าที่สุด โดยมีอัตรา Daily AI Usage อยู่ที่ 36% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 24% ขณะที่การใช้งานฟีเจอร์อย่าง Photo Assist และ Generative AI เติบโตเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนว่าผู้ใช้ไทยเริ่มนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน

Samsung ยังชูแนวคิด Human-Centric Innovation เป็นหัวใจในการพัฒนานวัตกรรม โดยมองว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจ Pain Point ของผู้ใช้จริง หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ Privacy Display ที่ช่วยปกป้องข้อมูลจากสายตาคนรอบข้าง และรองรับการตั้งค่าใช้งานแบบยืดหยุ่นเฉพาะแอปหรือพื้นที่ที่ต้องการ

ข้อมูลของบริษัทระบุว่า 60% ของผู้ใช้ให้ความสำคัญกับ Privacy Display ในการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ตโฟน ซึ่งสะท้อนชัดว่าความเป็นส่วนตัวกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของตลาดมือถือยุคใหม่

นอกจากตัวสมาร์ตโฟนแล้ว Samsung ยังเดินหน้าขยายประสบการณ์ AI ไปยังอีโคซิสเต็มของอุปกรณ์ Galaxy อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Galaxy Buds4 Series ที่รองรับผู้ช่วย AI หลายแพลตฟอร์ม รวมถึงฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์มากกว่า 22 ภาษา และการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อกับอุปกรณ์อื่นภายในระบบนิเวศของแบรนด์

Galaxy S26 Series จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวสมาร์ตโฟนแฟลกชิปใหม่ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสู่ยุคที่ AI ความปลอดภัย และประสบการณ์ใช้งานจริง กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขัน และ Samsung ยังคงวางตัวเองเป็นผู้เล่นที่เดินนำหน้าตลาดอย่างต่อเนื่อง

Comments

comments