AIS เปิดยุค 5G Advanced รายแรกอาเซียน ยกระดับเครือข่ายอัจฉริยะด้วย AI และ 3CC Carrier Aggregation

AIS ประกาศก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย เปิดตัว “AIS 5G-ADVANCED” อย่างเป็นทางการในฐานะผู้ให้บริการรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับเครือข่าย 5G สู่มาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ผ่านการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับโครงข่าย พร้อมเปิดใช้งาน Downlink 3CC และ Uplink 2CC เพื่อเพิ่มศักยภาพทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร และการตอบสนองของเครือข่าย รองรับการใช้งานดิจิทัลยุคใหม่ก่อนก้าวสู่ยุค 6G ในอนาคต

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของ AIS จากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สู่ “National Digital Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ที่ครอบคลุมทั้ง Mobile Network, Broadband, Cloud, AI และ Data Center เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

นอกจากนี้ AIS ยังเปิดเผยภาพรวม Digital Infrastructure ของบริษัท ทั้งเครือข่ายมือถือที่ครอบคลุมกว่า 95% ของประเทศ, Fixed Broadband ที่เข้าถึงกว่า 20 ล้านครัวเรือน รวมถึงแผนลงทุน AI Data Center ระดับ 200MW and beyond และ Sovereign Cloud เพื่อรองรับบริการ AI และ Hyperscale Infrastructure ในอนาคต

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า การพัฒนาโครงข่ายในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็วหรือจำนวนสถานีฐาน แต่คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกการใช้งาน

“พันธกิจสำคัญของ AIS คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง ทันสมัย และพร้อมรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต โดยเฉพาะโครงข่ายมือถือซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการเชื่อมต่อทั้งภาคประชาชน ธุรกิจ และอุตสาหกรรม” นายวสิษฐ์กล่าว

หัวใจสำคัญของ AIS 5G-ADVANCED คือการรวมพลัง 3 ด้าน “Partnership + AI + Innovation” ผ่านเทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation ที่ผสานคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน ทั้ง Downlink 3CC บนคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz รวมถึง Uplink 2CC บนคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายให้เหนือกว่าเดิม

AIS ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มความเร็ว Download สูงสุด 1.5 เท่า ผ่าน 5G SA Downlink 2CC/3CC และเพิ่มความเร็ว Upload สูงสุด 2 เท่า ผ่าน 5G SA Uplink 2CC ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้งานยุคใหม่ที่เน้นการ Upload มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Live Streaming, Video Call, Cloud Service, AI Assistant หรือการสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์

AIS อธิบายว่า “5G Advanced” คือก้าวต่อไประหว่างยุค 5G และ 6G คล้ายกับที่อุตสาหกรรมเคยผ่านช่วง 3G Advanced และ 4G Advanced มาแล้ว โดยในพื้นที่ที่รองรับ ผู้ใช้งานจะเห็นสัญลักษณ์ “5G+” บนหน้าจอมือถือระหว่างใช้งาน Data เพื่อสะท้อนว่าอุปกรณ์กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G ที่ได้รับการยกระดับแล้ว

ปัจจุบัน AIS เปิดให้บริการ 5G SA Downlink 3CC แล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายสู่พื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 ขณะที่ 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตัวเมืองทั่วประเทศ ส่วน 5G SA Uplink 2CC เปิดให้บริการแล้วในตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล และมีแผนขยายสู่ตัวเมืองทั่วประเทศภายในปี 2569

จุดที่น่าสนใจคือ AIS เน้นการนำ AI และ Automation ไปใช้งานจริงบนโครงข่ายเชิงพาณิชย์ หรือ Commercial Deployment มากกว่าการกำหนด และทดสอบเบื้องต้นแบบจำกัด ในระดับ Lab หรือ Alpha Scenario

โดยข้อมูลในหน้า AN Resources ของ TM Forum แสดงให้เห็นว่า AIS มีการประเมิน Autonomous Network ในกลุ่ม Radio Network Fault Management, Core Network Stability และ Core Network Fault Management บนมาตรฐาน GB1059A v2.1.0 ระดับ 3.8 และ GB1059B v2.1.0 ระดับ 3.6 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในสถานะ General Availability (GA) หรือระดับใช้งานจริงแล้ว สะท้อนความพร้อมของ Autonomous Network บน Commercial Network มากกว่าการทดลองในสภาพแวดล้อมจำลอง

ในอีกด้าน AIS ยังเดินหน้าพัฒนา Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ทั้งผู้ผลิตชิปเซ็ต ผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่าย และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนหลายแบรนด์ เพื่อรองรับ AIS 5G-ADVANCED อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ Qualcomm, MediaTek ไปจนถึงผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอย่าง Apple, Samsung, OPPO, Xiaomi, vivo, HONOR, realme, ASUS, Sony, OnePlus, Pixel, Nokia, TCL, ZTE และอีกหลายแบรนด์

โดย AIS ระบุว่าการเปิดใช้งาน 5G Advanced ไม่ใช่เพียงการอัปเดตซอฟต์แวร์ แต่ต้องทำงานร่วมกันทั้งระดับชิปเซ็ต Firmware ตัวเครื่อง และการปรับจูน Network Parameter บนโครงข่ายจริง ซึ่งใช้เวลาพัฒนาร่วมกันหลายเดือนกว่าจะเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ได้

นอกจากเรื่องความเร็วและประสิทธิภาพเครือข่าย AIS ยังนำ AI เข้ามาใช้ด้านความปลอดภัยผ่าน AIS SAFE CONNECT ที่ช่วยแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยระหว่างโทร รวมถึงบริการ “แจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร” ผ่าน *1185# และสายด่วน 1185 ที่ทำงานร่วมกับตำรวจในการรับแจ้งเบาะแสเบอร์และ SMS ต้องสงสัย เพื่อนำไปสู่การบล็อกและลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์
การเปิดตัว AIS 5G-ADVANCED ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็วเครือข่าย แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้พร้อมรองรับบริการยุคใหม่ ทั้ง AI, Cloud, Smart Industry, Digital Service และเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

AIS launches “AIS 5G-ADVANCED” as the first provider in Southeast Asia, elevating Thailand’s telecommunications to a new standard of intelligent connectivity. By integrating AI with its network infrastructure and implementing 5G SA Carrier Aggregation (Downlink 3CC and Uplink 2CC), AIS has significantly boosted network speed, stability, and responsiveness. This transition marks AIS’s evolution into a “National Digital Infrastructure” provider, encompassing Mobile Networks, Broadband, Cloud, AI, and Data Centers to support the long-term digital economy.
Wasit Wattanasap, Head of Nationwide Operations and Support Business Unit at AIS, stated: “AIS’s vital mission is to elevate the country’s digital infrastructure to be strong, modern, and ready for the future digital economy, especially the mobile network which is the main artery for connecting people, businesses, and industries.”
The core of AIS 5G-ADVANCED lies in its “Autonomous Network,” which uses AI for real-time analysis and management. AIS has collaborated with TM Forum to validate its use cases, achieving high efficiency levels in RAN and Core Network management. Furthermore, AIS is enhancing user security through “AIS SAFE CONNECT” and the 1185 hotline to combat cyber threats, ensuring a comprehensive and secure digital experience as the country prepares for the upcoming 6G era.

