Nothing Thailand รุกหนักตลาดสมาร์ตโฟนไทยปี 2569 ประกาศปรับลดราคาสินค้าตระกูล Nothing Phone ยกแผง พร้อมชูไฮไลต์ฟีเจอร์ AI และ Nothing OS รุ่นใหม่ที่ช่วยสร้าง App Widget ได้ด้วยตัวเอง มั่นใจด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่ม 5 เท่าและบริการหลังการขาย 24 ชั่วโมง

ปี 2569 คือปีที่ Nothing แบรนด์เทคโนโลยีดีไซน์จัดจ้านจากลอนดอน ไม่ได้แค่ “มาเล่น ๆ” แต่ประกาศชัดตั้งแต่ต้นปีว่า “ปีนี้เอาจริง” และสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็พิสูจน์แล้วว่า Nothing ไม่ได้แค่พูด แต่ลงมือทำแบบไม่แคร์สูตรสำเร็จใคร

ตั้งแต่งานเปิดตัว Phone (4a) Series ที่เล่นใหญ่แบบไม่เกรงใจใคร, การจับมือ CARNIVAL เขย่าสยามจนต้อง “ขยายเวลา” เพราะคนล้น, ไปจนถึงการยกขบวนขันหมากบุกตึก YUPP! เพื่อ “สู่ขอ” MILLI มาเป็น Brand Ambassador คนแรกของประเทศไทย พร้อมเนรมิตลานน้ำพุ Siam Center ให้กลายเป็นจักรวาลข้าวเหนียวมะม่วงสีเหลือง และเปิดตัว Headphone (a) Yellow Edition ทุกโมเมนต์คือหลักฐานว่า Nothing ไม่เคยเดินตามเกม แต่เลือกสร้างเกมใหม่เอง

พร้อมกันนี้ Nothing ยังเดินหน้าพัฒนา Nothing OS และ AI ecosystem อย่างต่อเนื่อง ผ่านฟีเจอร์ใหม่อย่าง Essential Voice  ระบบการพิมพ์ด้วยเสียงแบบอัจฉริยะที่มุ่งหวังจะใช้ AI เปลี่ยนแปลงการพิมพ์ด้วยเสียงให้ง่ายและแม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น รองรับถึง 100 ภาษา รวมถึง Nothing Playground พื้นที่ที่จะทำให้ไอเดียของคุณเป็นจริงบน Nothing OS ที่เปิดให้ผู้ที่ใช้ Nothing Phone (4a) Series และ Nothing Phone (3) สามารถสร้างสามารถเขียน App Widget ขึ้นมาเองโดยการคุยกับ AI ง่ายๆ

สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการให้สมาร์ตโฟนไม่ใช่แค่ “อุปกรณ์” แต่เป็นพื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์และการใช้งานในแบบของแต่ละคนและหลังจากกระแสตอบรับมาแรงเกินคาด Nothing Thailand ก็ขอเอาใจเหล่า Nothinger ด้วยการประกาศปรับราคาสมาร์ตโฟนในไลน์อัป เพื่อให้ผู้ใช้งานชาวไทยเข้าถึงประสบการณ์แบบ Nothing ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) เปิดฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่

ความเคลื่อนไหวของ Nothing ในไทยก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเดือนมีนาคม 2569 Nothing ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่นในไทย ได้แก่ Phone (4a) Pro, Phone (4a) และ Headphone (a) ภายใต้คอนเซปต์ “Built Different” หรือ “เกิดมาไม่ตามใคร” ซึ่งต่อยอดมาจาก a Series รุ่นก่อนหน้า

โดยมีการขยายโปรโมชันสำหรับ Phone (4a) Series ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 69 รับข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวมกว่า 3,498 บาทฟรี โดยจะได้รับส่วนลด 20% เมื่อสั่งซื้อ Headphone (a) คู่กับ Phone (4a) Series และ Phone (4a) มีให้เลือก 2 รุ่นความจุ ได้แก่ 12+256GB ราคา 16,999 บาท และ 8+256GB ราคา 14,999 บาท มาพร้อม 4 สี ขาว ดำ ชมพู และน้ำเงิน รับฟรี Nothing Storage Bag และฟรีรับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี มูลค่า 3,298 บาท และ Phone (4a) Pro ความจุ 12+256GB ราคา 18,999 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว ดำ และชมพู รับฟรี Nothing Drawstring Backpack พร้อมรับประกันตัวเครื่องฟรี 2 ปี มูลค่า 3,498 บาท สินค้ามีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสด และไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นได้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และสำหรับ Headphone (a) ราคา 5,999 บาท สีขาว ดำ ชมพู และมีสีเหลือง Yellow Edition

Nothing Phone (3) เรือธงที่ยังคงสดใหม่อยู่เสมอ

อีกหนึ่งรุ่นที่ยังคงถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Nothing Phone (3) สมาร์ตโฟนแฟลกชิปที่สะท้อนแนวคิด “เทคโนโลยีที่สนุกขึ้น” โดยแม้จะเป็นสมาร์ตโฟนที่เปิดตัวมาได้สักพัก แต่ Nothing Phone (3) ยังคงได้รับการอัปเดตฟีเจอร์และประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่าง Essential Voice และ Nothing Playground เช่นกัน

จุดเด่นของรุ่นนี้คือการอัปเกรด Glyph Interface ครั้งใหญ่สู่ “Glyph Matrix” ระบบไฟ LED รูปแบบใหม่ที่ประกอบด้วยไฟกว่า 489 ดวง เปลี่ยนด้านหลังเครื่องให้กลายเป็นพื้นที่สื่อสารแบบใหม่ ทั้งการแจ้งเตือน สายเรียกเข้าไปจนถึงลูกเล่นอินเตอร์แอ็กทีฟอย่าง Glyph Toys ที่เพิ่มความสนุกให้ทุกวันใช้งานในสไตล์ Nothing

Phone (3) ยังมาพร้อม Essential Space และ Essential Search ฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่ช่วยจัดระเบียบทุกไอเดียและข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกเสียง สรุปประชุม จัดกลุ่มคอนเทนต์ หรือค้นหาข้อมูลภายในเครื่องได้ทันทีผ่านการปัดหน้าจอเพียงครั้งเดียว เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ด้านกล้อง Nothing Phone (3) ยกระดับสู่ระบบกล้อง 50MP ทั้ง 4 ตัว รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดระดับ 4K 60fps ทุกเลนส์ ครอบคลุมตั้งแต่กล้องหลัก OIS, Periscope Zoom, Ultra-wide ไปจนถึงกล้องหน้า พร้อมขับเคลื่อนด้วย TrueLens Engine 4 ที่ผสาน AI และการประมวลผลภาพระดับแฟลกชิป เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด สีสวย และเก็บรายละเอียดได้ยอดเยี่ยมทั้งภาพนิ่งและวิดีโอในทุกสภาพแสง

พร้อมกันนี้ Nothing Thailand ยังประกาศปรับราคาพิเศษสำหรับ Nothing Phone (3) เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงประสบการณ์แฟลกชิปในแบบ Nothing ได้ง่ายขึ้น โดย

  • รุ่น12GB+256GB จากราคา 27,999 บาท เหลือเพียง 24,999 บาท
  • รุ่น16GB+512GB จากราคา 30,999 บาท เหลือเพียง 27,999 บาท

Nothing Phone (3a) ความคุ้มที่ยังได้ DNA แบบ Nothing ครบถ้วน

หลังจากสร้างปรากฏการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งหมดนี้ จนได้รับกระแสและความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ Nothing Thailand
ขอประกาศอีกหนึ่งข่าวดีที่แฟน ๆ รอคอย Nothing Phone (3a) ปรับราคาอย่างเป็นทางการ โดย

  • รุ่น 8/128GB ราคาเพียง 10,499 บาท จากราคาเดิม 12,499 บาท
  • รุ่น 12/256GB ราคาเพียง 12,999 บาท จากราคาเดิม 14,999 บาท

Phone (3a) มาพร้อม DNA แบบ Nothing ครบถ้วน ทั้งดีไซน์โปร่งใสและ Glyph Interface ที่เป็นเอกลักษณ์, Nothing OS ที่ฉลาดขึ้นด้วย Essential Key และ Essential Space

ด้านกล้องให้มาครบเกินราคา ด้วยระบบ 4 กล้อง นำโดยกล้องหลัก 50MP พร้อม OIS, กล้อง Telephoto 50MP และกล้องหน้า 32MP รองรับวิดีโอ 4K พร้อมระบบกันสั่นคู่

หน้าจอ AMOLED 6.77 นิ้ว FHD+ Flexible ความสว่างสูงสุด 3,000 nits อัตราการรีเฟรช 120Hz และ Touch Sampling Rate 1,000Hz ทำให้ทุกการสัมผัสลื่นไหลโดยไม่มีสะดุด รองรับ 2160 Hz PWM Dimming  HDR10+ และ Screen-to-Body Ratio 91.4%

ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 7s Gen 3 บนสถาปัตยกรรม 4nm พร้อมแบตเตอรี่ 5,000 mAh และชาร์จไว 50W ที่เติมเต็มการใช้งานได้ตลอดวัน และล่าสุด Nothing Phone (3a) ยังได้รับการอัพเดต เป็น Nothing OS 4.1 ซึ่งรองรับ Nothing Playground แบบเต็มระบบ ทำให้สามารถสร้าง App ผ่าน Essential Apps, สร้างสรรค์ และโหลด Preset รูปภาพโทนสีที่คุณต้องการได้ในทันที

 Phone (3a) Lite รุ่นเริ่มต้นที่ยังคงความเป็น Nothing แบบเต็มตัว

สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบ Nothing ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น Nothing Phone (3a) Lite คือสมาร์ตโฟนรุ่นเริ่มต้นที่ยังคงถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจน ทั้งดีไซน์โปร่งใส ซอฟต์แวร์ที่ลื่นไหล และลูกเล่นที่สนุกกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป

จุดเด่นของรุ่นนี้คือ “Glyph Light” ระบบไฟแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก notification light ของโทรศัพท์ยุคก่อน ผสานเข้ากับดีไซน์กระจกใสในสไตล์ Nothing ได้อย่างลงตัว รองรับฟีเจอร์อย่าง Flip to Glyph สำหรับการแจ้งเตือนแบบ light-only, Essential Notifications และ Camera Countdown พร้อมการปรับแต่งรูปแบบไฟสำหรับสายเรียกเข้าและรายชื่อผู้ติดต่อเฉพาะ ช่วยให้ Phone (3a) Lite ยังคงมีเอกลักษณ์และ personality แบบ Nothing อย่างครบถ้วน

ด้านกล้อง Phone (3a) Lite มาพร้อมระบบกล้องที่นำโดยกล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Samsung ขนาดใหญ่ 1/1.57 นิ้ว รองรับการถ่ายภาพคมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย พร้อมกล้อง Ultra-wide และ Macro ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพ ขับเคลื่อนด้วย TrueLens Engine 4.0 เทคโนโลยีประมวลผลภาพเดียวกับ Nothing Phone (3)

Phone (3a) Lite ยังมาพร้อม Nothing OS 3.5 บน Android 15 และฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง Essential Space และ Essential Search ที่ช่วยจัดเก็บ ค้นหา และจัดระเบียบทุกไอเดียได้ง่ายขึ้นผ่าน AI พร้อมการอัปเดต Android นาน 3 ปี และอัปเดตความปลอดภัยสูงสุดถึง 6 ปี

โดยมีให้เลือก 2 รุ่นความจุ ได้แก่

  • รุ่น8GB+128GB ราคา 7,999 บาท
  • รุ่น8GB+256GB ราคา 8,999 บาท

กลุ่มหูฟัง Nothing และ CMF ก็ยังคงได้รับกระแสตอบรับอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ด้วยดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ผสานกับคุณภาพเสียงที่ตอบโจทย์ทั้งสายฟังเพลง เล่นเกม และใช้งานในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น CMF Buds 2a, Ear (a), Ear (3) หรือ Ear (open) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ Open-ear สำหรับผู้ที่ต้องการฟังเพลงพร้อมรับรู้สิ่งรอบตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยลูกค้าที่ซื้อสมาร์ตโฟนหรือสินค้าที่ร่วมรายการ สามารถรับส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับกลุ่มหูฟัง Nothing และ CMF ได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ecosystem ของ Nothing ได้ครบทั้งภาพ เสียง และประสบการณ์การใช้งานในสไตล์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง

เพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ลูกค้า Nothing ประกาศแผนขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5 เท่าภายในปี 2026 ครอบคลุมทั้งร้านค้าพาร์ตเนอร์อย่าง AIS, Banana, Dotlife, PowerBuy และ True รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ Lazada, Shopee และ TikTok Shop ด้านบริการหลังการขายเปิด Call Center โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 พร้อมศูนย์บริการ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับฐานผู้ใช้ที่เติบโตขึ้น

Comments

comments