Cisco เปิดตัว Cloud Control แพลตฟอร์ม Agentic AI สำหรับบริหารและปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน IT รวมคนกับ AI agents ไว้ในศูนย์ควบคุมเดียว

  • Cisco Cloud Control คือแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์และเอเจนต์ AI สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่สำคัญร่วมกันได้อย่างราบรื่น แพลตฟอร์มนี้เป็นการรวมเทคโนโลยีต่าง ๆ ของซิสโก้เข้าด้วยกัน พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ AgenticOps ของซิสโก้ให้ก้าวไปอีกขั้น ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างแอปพลิเคชันและเอเจนต์ของตนเองได้ด้วยภาษาธรรมชาติ และขยายการรองรับไปยังเครื่องมือของพันธมิตรรายอื่น ๆ อีกด้วย
  • ในยุคที่ AI กำลังเร่งให้ช่องว่างระหว่างการตรวจพบช่องโหว่กับการโจมตีสั้นลงจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ซิสโก้จึงได้ประกาศนวัตกรรมความปลอดภัยใหม่ ๆ หลายรายการ รวมถึงการขยายความสามารถของ Live Protect เพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์ของซิสโก้จากช่องโหว่ใหม่ ๆ ได้ทันทีในระหว่างที่ระบบกำลังทำงาน โดยไม่ต้องรีบูต ไม่ต้องอัปเกรด และไม่มีระบบล่ม
  • ความสามารถใหม่ของ Cisco IQ จะช่วยให้ลูกค้าสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาวเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต โดยบริการ Resilient Infrastructure Services จะช่วยให้ลูกค้าก้าวล้ำหน้าความเสี่ยงจากโมเดล AI ระดับแถวหน้า ขณะที่บริการประเมินความพร้อมใหม่อย่าง Quantum Ready Assessments จะช่วยระบุสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการโจมตีประเภท “ดักเก็บข้อมูลวันนี้ เพื่อไปถอดรหัสในวันหน้า” (Harvest now, decrypt later) พร้อมให้คำแนะนำว่าควรเริ่มรับมือจากจุดใดก่อน

ที่งาน Cisco Live US 2026 – ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ AI (Agentic AI) องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องดำเนินการและปกป้องระบบด้วยความเร็วและสเกลในระดับเดียวกับเครื่องจักร วันนี้ในงาน Cisco Live ซิสโก้ได้เปิดตัว Cisco Cloud Control ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวมศูนย์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์และเอเจนต์ AI ร่วมกันบริหารจัดการ ตรวจสอบ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่สำคัญ และยังเป็นรากฐานสำหรับรูปแบบการดำเนินงาน AgenticOps ของซิสโก้อีกด้วย

ด้วยการเข้าสู่ระบบเพียงครั้งเดียว Cisco Cloud Control จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของระบบเครือข่าย, ความปลอดภัย, การประมวลผล, การสังเกตการณ์ระบบ และการทำงานร่วมกันของซิสโก้ทั้งหมดได้ภายในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียว โดยทั้งคนและเอเจนต์ AI จะทำงานบนเลเยอร์ข้อมูล (Data Layer) เดียวกัน แชร์บริบทการทำงานร่วมกัน และใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกัน โดยที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมสูงสุด

ลูกค้าสามารถสร้างแอปพลิเคชันและเอเจนต์ของตนเองได้โดยใช้ภาษาธรรมชาติโดยตรงภายในแพลตฟอร์ม ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มนี้ยังเชื่อมต่อกับอีโคซิสเต็มขนาดใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น AWS, Linear, Microsoft, PagerDuty, ServiceNow, Slack รวมถึง Google Cloud ซึ่งในปัจจุบันได้รวม Wiz เข้าไว้ด้วยกันแล้ว 

“เอเจนต์ AI สามารถคิดวิเคราะห์และดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วระดับ software speed ซึ่งสิ่งนี้จะเปลี่ยนทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีที่เราขยายระบบ บริหารจัดการ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ Cisco Cloud Control คือศูนย์บัญชาการสำหรับเอเจนต์ AI มันคือแพลตฟอร์มที่ทีมของคุณและเอเจนต์ AI จะทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน โดยมีมนุษย์เป็นผู้ควบคุม” จีทู พาเทล ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ กล่าว

แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวสำหรับมนุษย์และเอเจนต์ในการขับเคลื่อนองค์กรยุค Agentic

Cisco Cloud Control คือศูนย์รวมการบริหารจัดการเพียงหนึ่งเดียว (Single Management Plane) ที่นำสินทรัพย์ไอทีทั้งหมดของลูกค้ามาไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน โดยการเข้าสู่ระบบครั้งเดียว มองเห็นได้ทั้งหมด นี่คือวิธีใหม่ในการรันโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งหลอมรวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน:

  • ข้อมูลการตรวจวัดระยะไกลข้ามโดเมน (Cross-domain Telemetry): ข้อมูลอันมหาศาลที่ไหลผ่านระบบเครือข่าย ความปลอดภัย การสังเกตการณ์ระบบ การทำงานร่วมกัน และอื่น ๆ จะถูกรวบรวมไว้ใน Cloud Control เพื่อให้มนุษย์และเอเจนต์ AI สามารถดำเนินการบนฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายสำคัญทางธุรกิจ เช่น ระยะเวลาที่ระบบทำงานได้ต่อเนื่อง (Uptime) พฤติกรรมของเอเจนต์ และการบริหารจัดการเหรียญโทเค็น (Tokenomics) 
  • โมเดลที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ: Cloud Control สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อนได้ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างโมเดลเฉพาะทางและโมเดลระดับแถวหน้า ซึ่งรวมถึง Deep Network Model ของซิสโก้ ที่ได้รับการพัฒนามาจากข้อมูลการดำเนินงานด้านระบบเครือข่ายของซิสโก้มานานกว่า 40 ปี ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบอัจฉริยะที่ขยายขีดความสามารถตามความซับซ้อนของปัญหา ไม่ใช่แค่ขนาดของโมเดลเพียงอย่างเดียว 
  • เอเจนต์ AI ที่น่าเชื่อถือ (Trusted Agents): ผู้ดูแลระบบจะสามารถทำงานร่วมกับเอเจนต์ AI อัตโนมัติที่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับสัญญาณเตือนไปจนถึงการลงมือแก้ไข โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจจับปัญหา ระบุสาเหตุ ลงมือแก้ไข ทดสอบการเปลี่ยนแปลงก่อนนำไปใช้งานจริง และตรวจสอบว่าประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้กลับมาเป็นปกติแล้ว เอเจนต์เหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล Telemetry ของซิสโก้และโมเดลที่สร้างขึ้นเฉพาะทาง และจะใช้ประโยชน์จากความสามารถอื่น ๆ เช่น Expanded Experience Metrics, Deep Reasoning, Digital Twin และ Cisco Agentic Workflows ซึ่งทีมงานจะสามารถเปลี่ยนการทำงานของระบบเครือข่ายให้เป็นอัตโนมัติด้วยลูปของเอเจนต์ (Agentic Loop) ในขณะที่ยังคงมองเห็นและควบคุมทุกการกระทำได้ 
  • Cisco AI Canvas: พื้นที่ทำงานแบบ Generative ที่รองรับผู้ใช้หลายคน ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบและเอเจนต์ AI ทำงานร่วมกันจากข้อมูลที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนร่วมกันได้ทันที โดยบริบทของข้อมูลจะยังคงอยู่แม้จะมีการเปลี่ยนกะการทำงานหรือการส่งต่องาน ทำให้ไม่มีข้อมูลใดสูญหายและไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน
  • Cloud Control Studio: พื้นที่ที่เปิดล็อกสภาพแวดล้อมที่ปรับแต่ง 2 รูปแบบ ได้แก่ Agent Builder ที่ช่วยให้ลูกค้าสร้างเอเจนต์สำหรับ Cloud Control ที่ปรับแต่งให้เข้ากับนโยบายและเวิร์กโฟลว์ของตนเอง พร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มและเครื่องมือภายนอกอื่น ๆ มากกว่า 50 รายการผ่านคอนเนคเตอร์ในตัวหรือโปรโตคอล Open Model Context Protocol (MCP) และ App Builder ที่ช่วยให้ลูกค้าสร้างและเผยแพร่แอป รวมถึงเวิร์กโฟลว์สำหรับ Cloud Control จากคำสั่งภาษาธรรมชาติ โดยมี OpenAI Codex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเอเจนต์อัจฉริยะที่ช่วยคุณสร้างและส่งมอบงานด้วย AI ที่ฝังอยู่ภายใน ทั้งนี้ ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นใน Studio รวมไปถึงเอเจนต์และแอปพลิเคชันจากทั่วทั้งอีโคซิสเต็มของซิสโก้ จะสามารถเผยแพร่ไปยัง Cloud Control Marketplace ได้ทั้งหมด

Cisco Cloud Control เริ่มเปิดให้ใช้งานแบบจำกัดในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันนี้ และจะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกในลำดับต่อไป

ความปลอดภัยสำหรับยุค Mythos ที่หลอมรวมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง

การตั้งรับและรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยป้องกัน (Reactive Defense) นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อช่องว่างระหว่างการพบช่องโหว่กับการถูกโจมตีนั้นสั้นลงจากหลักสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งโครงการ Project Glasswing ของ Anthropic และ Daybreak ของ OpenAI ซิสโก้ได้ทำการทดสอบความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ตนเองโดยใช้โมเดล AI ระดับแถวหน้าล่าสุด เพื่อค้นหาจุดอ่อนที่ผู้ไม่หวังดีอาจพบ ก่อนที่จะลงมือจริง และซิสโก้ไม่ได้เก็บข้อได้เปรียบนี้ไว้ใช้เพียงคนเดียว แต่ผ่านข้อกำหนดความปลอดภัย Foundry Security Spec ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นโอเพนซอร์ส ทุกคนที่เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยจะสามารถนำมาตรฐานความรัดกุมแบบเดียวกันนี้ไปใช้กับการประเมินความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของตนเองได้

ซิสโก้กำลังขยายการปกป้องไปยังโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเพื่อป้องกันลูกค้าจากช่องโหว่ใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วทันทีหลังจากที่ถูกค้นพบ โดยมี Cisco Cloud Control ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการความปลอดภัยที่การป้องกันจะเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์

การป้องกันระบบที่ Always-on ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐาน

Live Protect ทำหน้าที่เสมือนระบบภูมิคุ้มกันดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ โดยจะช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์จากช่องโหว่ใหม่ ๆ ที่ตรวจพบ และได้รับการจัดลำดับความสำคัญสำหรับแพลตฟอร์มที่รองรับในขณะที่ระบบกำลังทำงาน โดยไม่ต้องรีบูต ไม่ต้องอัปเกรด และไม่ต้องมีช่วงเวลาปิดปรับปรุงระบบ ปัจจุบันฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานแล้วในสวิตช์ตระกูล N9000 series และรวมอยู่ในสิทธิ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ Nexus One แล้ว โดย Live Protect กำลังขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในพอร์ตโฟลิโอของซิสโก้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เริ่มต้นจากสมาร์ทสวิตช์สำหรับใช้งานในองค์กรและสาขา และตามด้วยเราเตอร์ที่มีความปลอดภัยสูง ในช่วงปลายปีนี้

Hybrid Mesh Firewall ขยายการปกป้องแบบรวมศูนย์ครอบคลุมทั้งเครือข่าย แอปพลิเคชัน ตลอดจนไฟร์วอลล์ของซิสโก้เองและของผู้ผลิตรายอื่น เพื่อจำกัดวงความเสียหาย เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้น

‘ปกป้องเอเจนต์’ จากโลก และ ‘ปกป้องโลก’ จากเอเจนต์ 

เอเจนต์ AI กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังคน โดยทำงานร่วมกับมนุษย์และรับผิดชอบงานที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ในงาน RSAC ซิสโก้ได้ประกาศนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมายเพื่อปกป้องเอเจนต์จากโลกภายนอก ปกป้องโลกภายนอกจากเอเจนต์ และตรวจจับรวมถึงตอบสนองต่อปัญหาด้วยความเร็วระดับ machine speed วันนี้ ซิสโก้ได้ประกาศยกระดับโซลูชันความปลอดภัยสำหรับเอเจนต์เพิ่มเติม ตั้งแต่ AI Defense, Zero Trust สำหรับเอเจนต์ ไปจนถึง Agentic SOC

เส้นทางที่ชัดเจนสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum-Safe Infrastructure) 

การโจมตีแบบ “ดักเก็บข้อมูลวันนี้ เพื่อไปถอดรหัสในวันหน้า” กำลังเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน โดยผู้โจมตีจะเก็บรวบรวมข้อมูลที่เข้ารหัสไว้เพื่อรอไปถอดรหัสเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมก้าวหน้าขึ้น ซิสโก้กำลังเปลี่ยนภัยคุกคามของวันพรุ่งนี้ให้กลายเป็น ‘แผนงานที่องค์กรสามารถเริ่มลงมือสร้างได้’ ตั้งแต่วันนี้: 

  • ความก้าวหน้าใหม่ของการสื่อสารที่ปลอดภัยจากควอนตัมในพอร์ตโฟลิโอหลักของซิสโก้: ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดใช้งานความสามารถในการสื่อสารที่ปลอดภัยจากภัยควอนตัมในพอร์ตโฟลิโอหลักส่วนใหญ่ของซิสโก้ ภายในเดือนธันวาคม 2569 ซิสโก้กำลังขยายการปกป้องยุคหลังควอนตัม (Post-quantum Protection) ไปยังระบบที่มีการรับส่งข้อมูลขององค์กรที่ละเอียดอ่อนที่สุด
  • ปลอดภัยจากควอนตัมตั้งแต่เริ่มต้น (Quantum-safe by default) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่: เริ่มตั้งแต่วันนี้และต่อเนื่องไปในอนาคต ซีรีส์เราเตอร์ สวิตช์ และไฟร์วอลล์สำหรับใช้งานในแคมปัส สาขา และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด จะมาพร้อมกับระบบบูตที่ปลอดภัยจากควอนตัม (Quantum-safe secure boot) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีความปลอดภัยจากควอนตัมแบบเดียวกันที่มีการติดตั้งมาพร้อมกับสมาร์ทสวิตช์สำหรับแคมปัสอยู่แล้วในปัจจุบัน
  • การประเมินความพร้อมใหม่อย่าง Quantum Ready Assessments: ซึ่งพร้อมให้บริการผ่าน Cisco IQ จะช่วยระบุสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการโจมตีประเภท ‘ดักเก็บข้อมูลวันนี้เพื่อไปถอดรหัสวันหน้า’ และแนะนำว่าควรเริ่มจากจุดใด โดยมีแผนเปิดให้ใช้งานทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569
  • กรอบการทำงานใหม่ Quantum Resilience Framework: ช่วยให้องค์กรมีแนวทางที่เป็นระบบในการจัดการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม (Post-quantum Cryptography) ผ่านสองเสาหลัก ได้แก่ การสื่อสารที่ปลอดภัยจากควอนตัม และผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากควอนตัม

สร้างความยืดหยุ่นในระยะยาวด้วยซิสโก้

เพื่อช่วยให้ลูกค้าก้าวผ่านยุคใหม่นี้ไปได้ Cisco Services ประกาศความสามารถใหม่ดังนี้:

  • Resilient Infrastructure Services ซึ่งให้บริการผ่าน Cisco Support และบริการจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ 3 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินความเสี่ยง, การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย และความยืดหยุ่นในการป้องกัน ซึ่งจะช่วยลูกค้าบรรเทาความเสี่ยงจากภัยคุกคามของโมเดล AI ระดับแถวหน้า
  • Cisco IQ ซึ่งได้รับการรวมเข้ากับ Cisco Cloud Control อย่างสมบูรณ์แล้ว คือระบบส่งมอบบริการสนับสนุนและบริการจากผู้เชี่ยวชาญที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของซิสโก้ โดยจะช่วยลูกค้าสร้างความยืดหยุ่นและการฟื้นตัวในระยะยาวตามที่ภัยคุกคามในปัจจุบันต้องการด้วย Resilient Infrastructure Playbook ที่สร้างขึ้นด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และหลักการ Zero Trust
  • เพื่อสนับสนุนลูกค้าที่มีข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูล ปัจจุบัน Cisco IQ จะรองรับตัวเลือกการติดตั้งใช้งานภายในองค์กร (On-premises) แล้ว
  • Peer Benchmarking ของ Cisco IQ ใช้ข้อมูลที่ปกปิดตัวตน เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในด้านต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการสิ้นสุดการสนับสนุน (Last Day of Support – LDOS) และอัตราช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ทำให้สามารถเปรียบเทียบกับองค์กรที่มีขนาดเดียวกัน หรือมีโครงสร้างพื้นฐานที่ใกล้เคียงกันได้

มีแผนเปิดให้ใช้งานทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากบล็อกของผู้บริหาร:

 

เกี่ยวกับซิสโก้ (Cisco)

Cisco (NASDAQ: CSCO) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ปฏิวัติวิธีการเชื่อมต่อและการรักษาความปลอดภัยให้กับองค์กรในยุค AI เป็นเวลากว่า 40 ปีที่ซิสโก้ได้เชื่อมต่อโลกอย่างปลอดภัย ด้วยโซลูชันและบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ชั้นนำในอุตสาหกรรม ซิสโก้ช่วยให้ลูกค้า พันธมิตร และชุมชนสามารถปลดล็อกนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางดิจิทัล ด้วยจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ซิสโก้ยังคงมุ่งมั่นสร้างอนาคตที่เชื่อมต่อและครอบคลุมให้มากขึ้นสำหรับทุกคน

Comments

comments