Grab Food ชูเคส 2 ร้านอาหารเดลิเวอรีโตแรง ยอดขายทะลุล้านและพุ่งเกือบ 10 เท่า พร้อมหนุนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ด้วยคอมฯ 9%

แกร็บฟู้ด แพลตฟอร์มสั่งอาหารยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย เดินหน้าขานรับโครงการภาครัฐ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” อย่างเต็มรูปแบบ ก่อนที่จะมีการเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกแพลตฟอร์มเดลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นี้ โดยแกร็บฟู้ดเตรียมส่งแคมเปญพิเศษหั่นค่าคอมมิชชันเหลือเพียง 9% พร้อมอัดแพ็กเกจสิทธิประโยชน์สนับสนุนผู้ประกอบการถึง 10 เด้ง เพื่อช่วยลดต้นทุนและสร้างโอกาสเติบโตให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ ย้อนกลับไปในโครงการคนละครึ่งพลัสเมื่อปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและระบบจัดการของแกร็บฟู้ดได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้ร้านอาหารรายย่อยทรานส์ฟอร์มธุรกิจและสร้างยอดขายให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม

ถอดรหัสความสำเร็จจากสองร้านเด่น เริ่มต้นกับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การบริหารของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร ที่เปิดเผยว่า ทางร้านยึดแนวคิดอาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าออเดอร์ด้วยการนำเสนอท็อปปิ้งมากกว่า 15 อย่างให้ลูกค้าเลือกสรร ซึ่งช่วยดันให้ยอดขายเดลิเวอรีเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวและทำรายได้ทะลุหลักล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 2 เดือนในช่วงโครงการรัฐปีที่ผ่านมา พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ได้เกือบ 70%

“ช่วงที่ออเดอร์เข้ามาพร้อมกันจำนวนมากถือเป็นช่วงที่ท้าทายมาก แต่ระบบการจัดการคำสั่งซื้อของแกร็บฟู้ดช่วยให้ร้านบริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้นมาก ทางร้านสามารถเลือกกดรับออเดอร์เพื่อจัดการเวลาในการเตรียมอาหารให้เหมาะสมกับการส่งต่อให้กับไรเดอร์ หรือปิดรับออเดอร์ชั่วคราวเพื่อระบายงานในครัวได้ ทำให้ทุกออเดอร์ถูกจัดการตามลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยจัดการความคาดหวังของลูกค้า ลดปัญหาการโทรติดตามอาหารหรือไรเดอร์มารอหน้าร้าน เพราะทุกฝ่ายเห็นเวลาการจัดส่งที่ชัดเจนตรงกัน ทุกวันนี้หากร้านอาหารยังไม่เปิดขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ก็อาจพลาดโอกาสสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก เพราะช่องทางนี้เปรียบเสมือนการขยายสาขาไปถึงบ้านลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนเปิดหน้าร้านใหม่” อรุณี กล่าว

ขณะที่อีกหนึ่งผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง “PREP & POUR by Kitchen 501” ร้านเดลิเวอรีสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดของ พิม – ศิริพิม อภินันทกุลชัย ที่ต่อยอดประสบการณ์เชฟส์เทเบิลมาสู่เมนูเดลิเวอรี สามารถสร้างยอดขายรวมเติบโตขึ้นกว่าช่วงเริ่มต้นเปิดร้านถึงเกือบ 10 เท่า โดยเน้นการเข้าร่วมแคมเปญร่วมกับแกร็บฟู้ดและการทำการตลาดผ่าน GrabAds ควบคู่ไปกับการนำข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมลูกค้ามาวิเคราะห์แบบวันต่อวันเพื่อจัดเซ็ตเมนูที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เช่น เซ็ตอิ่มจบในชุดเดียว หรือเมนูสั่งคู่ถูกกว่า จนสามารถเปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้กลายเป็นลูกค้าประจำและขยายไลน์ธุรกิจสู่การทำอาหารกล่องสำหรับองค์กรได้สำเร็จ

“สำหรับเรา การเลือกแพลตฟอร์มเดลิเวอรีคือการเลือกพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยให้ร้านเติบโต อยากฝากถึงผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ที่กำลังจะเริ่มเร็วๆ นี้ว่า รูปอาหารคือประตูบานแรกที่ดึงลูกค้าเข้ามา แต่สิ่งที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาสั่งซื้อซ้ำคือ คุณภาพอาหารที่ดี รสชาติคงที่ และต้องเสิร์ฟได้จริงเหมือนในภาพ เพราะความประทับใจในมื้อแรกคือจุดเริ่มต้นของลูกค้าประจำในระยะยาว” ศิริพิม กล่าว

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ร้านอาหารจะได้จับมือกับพาร์ตเนอร์แพลตฟอร์มที่มีระบบนิเวศดิจิทัลและเทคโนโลยีการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งอย่างแกร็บฟู้ด ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยแกร็บฟู้ดพร้อมเปิดรับสมัครร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

Comments

comments