Thai Watsadu ร่วมกับ Central Tham และมูลนิธิรักสัตว์ป่า เปิดตัวโครงการ ‘Reef Revival’ ชูนวัตกรรมผสมเปลือกหอยและไบโอชาร์สร้างบ้านปะการังเทียม ฟื้นฟูวิกฤตปะการังฟอกขาว ตั้งเป้าคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม.

Thai Watsadu ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ในเครือ Central Retail เดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนใต้ท้องทะเลไทยต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 ด้วยการจับมือโครงการ Central Tham และมูลนิธิรักสัตว์ป่า เปิดตัวโครงการ ‘Reef Revival กิจกรรมสร้างบ้านปะการังจากวัสดุเหลือใช้ สู่ชีวิตใหม่ใต้ท้องทะเล’ มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยที่กำลังเผชิญความเปราะบางจากภาวะโลกร้อนและวิกฤตปะการังฟอกขาว โดยตั้งเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ใต้ทะเลกว่า 10,000 ตารางเมตร

ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวัสดุและงานก่อสร้างของ Thai Watsadu โดยในเฟสแรกได้สนับสนุนปูนซีเมนต์ ทราย หิน รวมถึงวัสดุเหลือใช้จากเปลือกหอย มาใช้ในสูตรนวัตกรรมร่วมกับไบโอชาร์ (วัสดุคาร์บอนจากชีวมวลทางการเกษตร) เพื่อหล่อขึ้นรูปเป็นโครงสร้างปะการังเทียมสูตรพิเศษ สถาปัตยกรรมนี้จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ เพิ่มพื้นผิวที่เหมาะสมต่อการยึดเกาะของตัวอ่อนปะการังตามธรรมชาติ และช่วยกักเก็บคาร์บอนไว้ภายในโครงสร้าง โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เกาะอาศัยของตัวอ่อนได้กว่า 32 ตารางเมตร และรองรับการตั้งถิ่นฐานใหม่ของปะการังได้มากกว่า 400 ตัว

ทั้งนี้ Thai Watsadu ได้เปิดพื้นที่ลานจอดรถในร่ม ณ สาขาบางนา เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม Workshop “ปั้นโขดปะการัง” โดยนำร่องระดมพลังผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจาก Thai Watsadu, BnB home และ Auto1 ร่วมกันสร้างโครงสร้างบ้านปะการังเทียม ก่อนที่จะนำโครงสร้างทั้งหมดไปติดตั้งจริงในพื้นที่ทางทะเลของจังหวัดระยองและสุราษฎร์ธานีต่อไป

คุณธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือ Central Retail กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศและปัญหาปะการังฟอกขาวที่ทวีความรุนแรงขึ้น สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลกำลังสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย Thai Watsadu จึงต้องการนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุและงานก่อสร้างมาต่อยอดสู่การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ที่ผ่านมาบริษัทอาจคุ้นเคยกับการสร้างบ้านและพื้นที่สำหรับผู้คน แต่ครั้งนี้เป็นการใช้ความเชี่ยวชาญเดียวกันมาร่วมสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

ด้านคุณแนนซี่ ลิน กิ๊บสัน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักสัตว์ป่า ได้ให้ข้อมูลเชิงวิชาการว่า การฟื้นฟูปะการังแบบเดิมอย่างการปลูกแบบกิ่ง แม้จะโตเร็วแต่เปราะบางต่อโรคและอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น มูลนิธิฯ จึงผสานวิธีการใช้บ้านปะการังเทียม (Substrate) เพื่อเป็นฐานให้ลูกปะการังตามธรรมชาติมาเกาะเอง ซึ่งวิธีนี้สร้างความทนทานต่อโรคและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีกว่าเนื่องจากเป็นกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ความร่วมมือกับกลุ่ม Central ในครั้งนี้จึงเป็นการดึงเอาองค์ความรู้มาผสานกับศักยภาพด้านวัสดุและพลังเครือข่าย เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมตระหนักถึงวิกฤตนี้ในวงกว้าง

Comments

comments