Kaspersky พบการตรวจจับโมบายมัลแวร์ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่ม 49% ต่อผู้ใช้ ขณะที่ไทยสูงสุดในอาเซียน จาก 3.0 เป็น 11.9 ครั้งต่อคน

รายงานข้อมูลล่าสุดจากแคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์บนอุปกรณ์โมบายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เริ่มมีความกระจุกตัวมากขึ้น โดยอาชญากรไซเบอร์มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้งานขนาดเล็กลง แต่เน้นโจมตีผู้ใช้แต่ละรายอย่างต่อเนื่องและเจาะจงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อาชญากรไซเบอร์ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้ในท้องถิ่น บริการดิจิทัลยอดนิยม และสอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เน้นการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก (Mobile-First)
จากข้อมูลของตลาด 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 จำนวนการตรวจพบภัยคุกคามบนมือถือเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ พุ่งสูงขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจาก 4.9 ครั้ง เป็น 7.3 ครั้งต่อคน ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ปรากฏในทุกๆ ตลาดที่ทำการวิเคราะห์ แม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานรวมทั้งหมดที่พบเจอกับภัยคุกคามบนมือถือจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม

ข้อสรุปสำคัญจากไตรมาสแรกของปี 2569
- จำนวนการตรวจพบภัยคุกคามต่อผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นในตลาดทั้ง 8 ประเทศที่ทำการวิเคราะห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมุ่งเป้าโจมตีผู้ใช้รายบุคคลอย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้น
- ประเทศไทยบันทึกความกระจุกตัวของการโจมตีสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยอดการตรวจพบพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็น 2,494 ครั้ง ในขณะที่จำนวนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบลดลง ทำให้ตัวเลขการตรวจพบต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 3.0 เป็น 11.9 ครั้ง
- ศรีลังกามีการตรวจพบ 922 ครั้ง เพิ่มขึ้น 132% โดยการตรวจพบต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 5.5 เป็น 17.4 ครั้ง
- การตรวจพบในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 28% เป็น 2,011 ครั้ง และบังกลาเทศเพิ่มขึ้น 108% เป็น 1,859 ครั้ง
- จีนบันทึกการตรวจพบ 6,797 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568
- จีนและบังกลาเทศเป็นเพียงสองประเทศที่มีทั้งจำนวนการตรวจพบและจำนวนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น
- อินเดียและอินโดนีเซียมีปริมาณการตรวจพบสูงที่สุดในภูมิภาค โดยมีจำนวนอยู่ที่ 18,187 และ 15,163 ครั้งตามลำดับ
นักวิจัยยังพบการเติบโตของกลโกงสแกมบนมือถือที่หลอกลวงผ่านโปรโมชันปลอม หน้าเว็บฟิชชิง โฆษณาแฝงมัลแวร์ แบบสำรวจหลอกลวง และเทคนิควิศวกรรมสังคมอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยลิงก์ฟิชชิงยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่พบบ่อยที่สุดในการล่อลวงผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม ผ่านโดเมนปลอม การสะกดชื่อเว็บใกล้เคียง (Typosquatting) และการเลียนแบบแบรนด์ที่น่าเชื่อถือได้อย่างแนบเนียน
ปัจจุบันลิงก์อันตรายเหล่านี้แพร่กระจายไปไกลกว่าอีเมล โดยส่งผ่าน SMS แอปส่งข้อความ โซเชียลมีเดีย การรับสมัครงานปลอม กิจกรรมแจกคริปโทเคอร์เรนซี และโปรโมชันดิจิทัล แพลตฟอร์มรับส่งข้อความกลายเป็นเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบัญชีที่ถูกแฮกมักถูกนำไปใช้ส่งลิงก์อันตรายที่ดูเหมือนมาจากผู้ติดต่อที่ไว้วางใจ ทั้งนี้ ข้อมูลเข้าสู่ระบบของแอปส่งข้อความและพอร์ทัลบริการภาครัฐถือเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากสิทธิ์การเข้าถึงสามารถนำไปสู่การขโมยอัตลักษณ์ การฉ้อโกง และการเข้าถึงชีวิตดิจิทัลของเหยื่อในวงกว้าง
เทคนิคการโจมตีมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้บางรายตกเป็นเหยื่อเนื้อหาอันตรายเพียงแค่เข้าชมเว็บไซต์ที่ถูกแฮก โดยแทบไม่ต้องกดหรือปฏิสัมพันธ์ใดๆ นอกจากนี้ ห่วงโซ่การโจมตีแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage attack chains) ซึ่งเริ่มต้นจากไฟล์ ลิงก์ หรือข้อความที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย ก็ยิ่งทำให้การตรวจจับและบล็อกภัยคุกคามทำได้ยากขึ้น
ตระกูลมัลแวร์ต่างๆ ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ โดยอินเดียยังคงเผชิญกับมัลแวร์โทรจัน Rewardsteal ที่ปลอมตัวเป็นแอปแจกรางวัลหรือของขวัญเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ ควบคู่ไปกับการกลับมาของโทรจัน Thamera ที่เข้ายึดครองอุปกรณ์เพื่อสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมจำนวนมาก
AI กำลังทำให้กลโกงบนมือถือมีความแนบเนียนและตรวจจับได้ยากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาวิจัยผู้บริโภคระดับโลกของแคสเปอร์สกี้เกี่ยวกับการฉ้อโกงผ่านแอปส่งข้อความในชื่อ “The Great Messaging Heist” พบว่าเหยื่อจำนวน 2 ใน 3 ราย (66%) เชื่อว่า AI ถูกนำมาใช้โจมตี โดยส่วนใหญ่เป็นข้อความที่เขียนโดย AI (42%) รองลงมาคือการสร้างหรือปลอมแปลงเสียง (31%) และภาพหรือวิดีโอดีปเฟก (25%) สแกมเมอร์ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว เพื่อกดดันให้เหยื่อรีบโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างเร่งด่วน ผลการวิจัยเดียวกันยังพบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของกลโกงที่ประสบความสำเร็จ (52%) ใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่ถึง 30 นาที นับตั้งแต่นาทีแรกที่ติดต่อจนถึงช่วงที่มีการโอนเงินหรือส่งมอบข้อมูลส่วนตัว
ชุน ฮอง ชี หัวหน้าฝ่ายช่องทางจำหน่ายสำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ภัยคุกคามบนมือถือทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเริ่มซับซ้อนยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาชญากรไซเบอร์ได้รวมเอาเทคนิคการโจมตีแบบหลบเลี่ยง มัลแวร์ที่ฝังตัวแน่น และการล่อลวงด้วยพลัง AI มาใช้มุ่งเป้าโจมตีผู้บริโภค และเมื่อกลโกงเนียนขึ้นจนสังเกตได้ยาก การดูแลความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถตรวจจับภัยคุกคามได้เชิงรุก ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ใช้จะรู้ตัวว่ากำลังถูกโจมตี”
คำแนะนำจากแคสเปอร์สกี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชัน ก่อนทำการดาวน์โหลดทุกครั้ง
- ระมัดระวังข้อเสนอประเภทรางวัลฟรีหรือเงินคืน (Cashback)
- ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงของแอปอย่างละเอียด
- เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) ในทุกบริการที่ทำได้
- ตรวจสอบลิงก์ที่ได้รับอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะมาจากข้อความ อีเมล หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
- อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
- ใช้โซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์บนมือถือที่น่าเชื่อถือเพื่อการปกป้องอย่างต่อเนื่อง
Kaspersky Reports 49% Surge in APAC Mobile Threats Per Affected User with Thailand Recording Highest Attack Concentration in Southeast Asia
Kaspersky has released its cybersecurity findings on mobile devices across the Asia-Pacific (APAC) region for the first quarter of 2026, revealing a strategic shift by cybercriminals toward highly focused and repeated attacks against specific individual targets. Across the eight markets analyzed, the average number of mobile threat detections per affected user increased by 49% year-over-year, climbing from 4.9 to 7.3 incidents per individual, even as the total volume of unique users facing threats showed a downward trend.
The report highlights Thailand as recording the highest concentration of mobile attacks in Southeast Asia, where total detections more than doubled to 2,494 incidents while the base of affected users narrowed, resulting in detections per user jumping from 3.0 to 11.9 incidents. Elsewhere in the region, Sri Lanka recorded 922 detections, marking a 132% increase to 17.4 detections per user. Detections rose 28% in the Philippines to 2,011, increased 108% in Bangladesh to 1,859, and nearly doubled in China to 6,797 incidents. China and Bangladesh were the only two markets to register growth in both total detections and affected user counts, while India and Indonesia logged the region’s largest gross detection volumes at 18,187 and 15,163 incidents, respectively.
Threat landscape analysis identified continuous activity from distinct malware strains, including the Rewardsteal trojan in India, which disguises itself as reward or gift applications, alongside the resurgence of the Thamera trojan used to hijack devices and mass-produce unauthorized social media accounts. Concurrently, phishing campaigns have expanded past email channels into SMS, social networks, malicious ads, fake cryptocurrency giveaways, and messaging apps. Compromised messaging accounts are increasingly used to distribute malicious links impersonating trusted contacts, with messaging and government portal credentials serving as high-value targets. Technical sophistication has also evolved through multi-stage attack chains and compromised websites that deliver malicious payloads upon visit without requiring extensive user interaction.
Artificial intelligence has further complicated threat detection by enhancing the credibility of mobile social engineering scams. According to Kaspersky’s global consumer fraud study, The Great Messaging Heist, 66% of messaging app fraud victims believed AI was involved in their attacks, led by AI-generated text at 42%, voice cloning at 31%, and deepfake imagery or video at 25%. Scammers leverage these assets to impersonate trusted authorities or family members under artificial urgency, with over 52% of successful scams concluding within 30 minutes from initial contact to financial transfer or credential disclosure.
“Mobile threats across the Asia-Pacific region are growing increasingly sophisticated, with cybercriminals combining evasion techniques, deeply embedded malware, and AI-driven deception to target consumers,” said Choon Hong Chee, Head of Consumer Channel for Asia Pacific at Kaspersky. “As scams become harder to spot, cybersecurity requires systems that proactively detect threats before users even realize they are under attack.”
To mitigate risk, Kaspersky advises users to verify application authenticity and review device permissions prior to downloading, exercise caution with free reward or cashback offers, inspect links across all messaging mediums, enable multi-factor authentication, apply routine operating system and application updates, and employ dedicated mobile security software.
