AIS ตอกย้ำผู้นำ 5G ปูพรมเครือข่ายอัจฉริยะทั่วอีสาน
ชู “5G UL 2CC” ครั้งแรก SouthEastAsia หนุนท่องเที่ยว-ไลฟ์สด รับเทศกาลใหญ่

AIS เดินหน้าสานต่อภารกิจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วประเทศเพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นในบทบาทการเป็นเสาหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ภายใต้แนวคิด “AI for Sustainable Nation” โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายอัจฉริยะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ

โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “ภาคอีสาน” ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ (1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศไทย) และมีประชากรถึง 20 จังหวัด AIS ได้ประกาศความพร้อมของโครงข่าย AIS 5G ที่ครอบคลุมประชากรแล้ว 95% พร้อมด้วยเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 ที่เข้าถึง 6.6 ล้านครัวเรือน เพื่อนำศักยภาพของเครือข่ายอัจฉริยะ มายกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นในทุกด้าน

พันธกิจครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสานผ่านโครงข่ายอัจฉริยะ โดยมีไฮไลท์สำคัญ ได้แก่: ➤ การปูพรมเครือข่าย 5G ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อรองรับเทศกาลและประเพณีท้องถิ่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล ➤ การเปิดตัวนวัตกรรม “AIS 5G UL 2CC” (Uplink 2 Carrier Combination) เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นที่ภาคอีสาน เพื่อเพิ่มความเร็ว Upload ขึ้น 2 เท่า ตอบโจทย์เทรนด์ Live Streaming ที่เติบโตสูง ➤ การตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Autonomous Network ด้วยรางวัลระดับโลก Network AI Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ➤ การขยายสิทธิพิเศษ AIS Points สู่ร้านค้าและพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อสร้างความสุขแบบ “ม่วนคักคัก” และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน

‘เครือข่ายต้องแข็งแกร่ง’ รับทุกเทศกาลและประเพณี

ภาคอีสานมีจุดเด่นด้านวัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น

คุณวิศรุต พิศาล หัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ AIS กล่าวว่า “โจทย์สำคัญของทีมงานในภาคอีสานคือช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น สงกรานต์และปีใหม่ ที่มีปริมาณการใช้งานหนาแน่น รวมถึงงานประเพณีที่เป็นไฮไลท์ของภูมิภาค เรายึดแนวคิดว่า ‘เครือข่ายต้องแข็งแกร่ง’ เพื่อการติดต่อสื่อสารที่ไร้รอยต่อ”

“อย่างช่วงออกพรรษาที่ผ่านมา ตลอดแนวริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ หนองคาย ไปจนถึงบึงกาฬ และนครพนม จะมีงานใหญ่ต่อเนื่อง เช่น งานไหลเรือไฟ หรืองานแห่ปราสาทผึ้งที่สกลนคร ซึ่ง AIS ได้เข้าไปดูแลไซต์งานกว่า 511 Sites เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้คนใช้งานหนาแน่นมากก็ตาม เพราะนี่คือเสน่ห์ของอีสานที่เราต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่”

นวัตกรรมเครือข่ายอัจฉริยะ ‘AI for Sustainable Nation’

การรองรับการใช้งานที่หนาแน่นในทุกเทศกาล คือบทพิสูจน์ของโครงข่ายอัจฉริยะที่ AIS พัฒนามาอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “AI for Sustainable Nation” ซึ่งไม่ใช่แค่การลงทุนใน 5G, Fiber Optic, Cloud หรือ Data Center เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่คือการนำ AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายในเชิงลึก

คุณวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS เปิดเผยว่า “เราตอกย้ำมาตลอดว่าเน็ตเวิร์ค AIS รันด้วย AI และล่าสุดเรายังคงได้รับรางวัลระดับโลก Network AI Award จาก FUTURENET ASIA 2025 ซึ่งได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รางวัลนี้ยืนยันความเป็นผู้นำของ AIS ในการสร้างนวัตกรรมเครือข่ายอัตโนมัติ (Autonomous Network) ในภาคอีสาน เราใช้ AI Agent หลายตัวทำงานร่วมกัน (Multi-Agent Collaboration) ทั้งการดูแลประสิทธิภาพเครือข่าย (NW Optimization) และการจัดการเหตุขัดข้อง (Fault Handling) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหา (Troubleshooting efficiency) ถึง 30% และเพิ่มอัตราการปิดเคสอัตโนมัติ (Self-closed-loop rate) ได้ 23.4%

คุณวสิษฐ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “แม้แต่การทำ Optimization เครือข่ายก็เป็นอัตโนมัติ เช่น หากมีไซต์ล่ม ไซต์ข้างเคียงจะเพิ่มกำลังส่งเองเพื่อชดเชยพื้นที่ และเมื่อไซต์เพื่อนกลับมา ก็จะลดกำลังส่งกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งหมดนี้ AI ทำงานเอง เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”

ครั้งแรกใน SEA! ‘5G UL 2CC’ อาวุธลับอัปโหลดแรง 2 เท่า เพื่อชาวอีสาน

ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดในครั้งนี้ คือการเปิดตัวนวัตกรรม AIS 5G UL 2CC หรือการรวมคลื่น 2 ย่านความถี่ (2600MHz และ 700MHz) สำหรับ “ขาอัปโหลด” เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการอัปโหลดได้สูงขึ้นถึง 2 เท่า และ AIS เลือก “ภาคอีสาน” เป็นที่แรกในการเปิดให้บริการนี้

คุณวสิษฐ์ ได้ให้ข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่น่าสนใจจาก “AIS Usage Data Trend” ว่า “เราพบพฤติกรรมการใช้งานที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปี 2022-2025 การใช้งานดาวน์โหลดทั่วประเทศโตขึ้น 10 เท่า แต่ การใช้งานอัปโหลดโตขึ้นถึง 25 เท่า! พอไปดูว่าแอปพลิเคชันอะไร ก็พบว่าเป็น Facebook และ TikTok ซึ่งคือการ Live Streaming”

“เราจึงวิเคราะห์ต่อ และพบว่า ‘จำนวนคนที่มีพฤติกรรมอัปโหลดมากกว่าดาวน์โหลดเป็น 2 เท่า’ มีจำนวนมากที่สุดในภาคอีสาน นี่คือจุดที่แตกต่าง เพราะแม่ค้าออนไลน์ในกรุงเทพฯ อาจใช้เน็ตบ้าน (Fibre) ในการไลฟ์ แต่ในอีสาน พ่อค้าแม่ค้าไลฟ์ขายของผ่านมือถือตามตลาด หรือหน้าร้านของตนเอง ซึ่งใช้เครือข่ายมือถือเป็นหลัก”

 

 

 

 

 

 

“นี่คือเหตุผลที่เรานำเทคโนโลยี 5G UL 2CC มาเปิดให้บริการที่ภาคอีสานเป็นที่แรก เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ขายของ, การ Live สดบรรยากาศท่องเที่ยวตามเทศกาล หรือการใช้งาน AI ที่ต้องมีการส่งข้อมูลขึ้นไปประมวลผล เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มสปีดอัปโหลด แต่ยังช่วยขยายขอบเขตของ 5G ให้กว้างขึ้นด้วย”

มากกว่าเครือข่าย คือสิทธิพิเศษ ‘ม่วนคักคัก’ เพื่อคนท้องถิ่น

นอกจากการพัฒนาเครือข่ายที่แข็งแกร่ง AIS ยังมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง

คุณวิศรุต กล่าวเสริมว่า “เราต่อยอดประสบการณ์ดิจิทัลด้วยบริการ AIS Points ที่ขยายสู่ร้านค้าและพันธมิตรในท้องถิ่นมากขึ้น ภายใต้แคมเปญ “สุขใจเที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” ที่ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และยังมีแคมเปญ “อิ่มฟิน อร่อยฟรี” ที่นำพอยท์ไปแลกคูปองเงินสดในงานเทศกาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความสุขแบบ ‘ม่วนคักคัก’ ให้กับคนอีสาน และเรายังภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนชุมชน อย่างการสนับสนุนขบวนเทียนพรรษาวัดศรีประดู จ.อุบลราชธานี จนได้รับรางวัลชนะเลิศในปีที่ผ่านมา”

การประกาศความพร้อมและการนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ในภาคอีสานครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของ AIS ที่ไม่ได้มองแค่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย แต่คือการเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสใหม่ๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกภูมิภาคอย่างยั่งยืน

Comments

comments