การเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของ ดร. ลิซ่า ซู ประธานและซีอีโอของ AMD ในสัปดาห์นี้ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Samsung, NAVER Cloud และ Upstage เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศ AI ที่ทรงพลังและมีความเป็นอิสระทางข้อมูล หรือ Sovereign AI ให้เกิดขึ้นจริง


ดีลไฮไลต์ที่ทั่วโลกจับตามองคือการเซ็น MOU ระหว่าง Samsung และ AMD เพื่อร่วมกันพัฒนาหน่วยความจำ HBM4 เจนเนอเรชันใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นขุมพลังหลักในชิปประมวลผล AI ตัวท็อปอย่าง AMD Instinct MI455X รวมถึงการปรับแต่งหน่วยความจำ DDR5 ประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจนเนอเรชัน 6 (Venice) และสถาปัตยกรรมระดับแร็ค AMD Helios ที่พร้อมตอบโจทย์ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่

ในส่วนของคำกล่าวผู้บริหาร ยอง ฮยอน จุน รองประธานและซีอีโอของ Samsung Electronics ระบุว่า “Samsung มีความโดดเด่นในการส่งมอบโซลูชันแบบ Turnkey ที่หาคู่แข่งเทียบได้ยาก ตั้งแต่หน่วยความจำ HBM4 ไปจนถึงการผลิตชิป (Foundry) และเทคโนโลยีการแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง ซึ่งพร้อมจะสนับสนุน Roadmap ด้าน AI ของ AMD ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ด้านการขยายตัวของระบบคลาวด์ NAVER Cloud เตรียมนำชิป AMD EPYC และ Instinct MI455X มาใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน Sovereign AI เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลระดับชาติ เช่นเดียวกับ Upstage แล็บ AI ชั้นนำที่เลือกใช้ชิปตระกูล Instinct และซอฟต์แวร์แบบเปิด AMD ROCm ในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI ของเกาหลีใต้ให้ก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ดร. ลิซ่า ซู ซีอีโอของ AMD ย้ำถึงวิสัยทัศน์นี้ว่า “โครงสร้างพื้นฐาน Sovereign AI มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการที่แต่ละประเทศจะสร้างและปรับใช้งาน AI ขั้นสูง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำแพลตฟอร์มการประมวลผลระดับผู้นำของ AMD มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์และโมเดลภาษา เพื่อเร่งนวัตกรรม AI เจนเนอเรชันถัดไปให้เกิดขึ้น”

Comments

comments