ManageEngine เปิดตัว Zia Agents ระบบ Autonomous AI Agent สำหรับงาน IT องค์กร ช่วยจัดการ Service Desk, Security, Cloud Cost พร้อมชู Data Sovereignty
ManageEngine ผู้พัฒนาโซลูชั

Rajesh Ganesan ซีอีโอ ManageEngine
- มีเอเจนต์สำเร็จรูปพร้อมใช้
งานทันทีในคลิกเดียว พร้อมเครื่องมือ Zia Agent Studio ผู้ใช้สามารถสร้ างเอเจนต์ขึ้นใหม่เองหรือตั้งค่ าผ่านการสั่งงานด้ วยภาษาธรรมชาติ (NLP) ได้ โดยระบบเปิดให้ปรับแต่งได้อย่ างอิสระ ทั้งเรื่องการตั้งค่า เครื่องมือ และคลังข้อมูลที่ใช้อ้างอิง - รองรับกระบวนการทำงานที่ซับซ้
อนด้วยระบบ Multi-agent Orchestration โดยมี Master Agent ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุ มและกระจายงานไปยังเอเจนต์ย่ อยที่มีความเชี่ ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างแม่ นยำและราบรื่น - ปลอดภัยสูงสุดด้วยนโยบายไม่นำข้
อมูลของลูกค้าไปใช้ฝึกสอนโมเดล AI พร้อมระบบให้ผู้ดู แลกำหนดขอบเขตพฤติกรรม (Guardrails) ของเอเจนต์เอง พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบหรือ Observability ในตัว ทำให้ติ ดตามและตรวจสอบการทำงานของเอเจน ต์ได้ทุกขั้นตอน - เครื่องมือของ ManageEngine
รองรับโปรโตคอลมาตรฐาน MCP ช่ วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อใช้ งานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และแพลตฟอร์มเอเจนต์ จากผู้พัฒนารายอื่นได้อย่างคล่ องตัว
- เพิ่มความคล่องตัวให้
กระบวนการทำงานด้าน IT และบริการทางธุรกิจ: สำหรั บการบริหารจัดการงานบริการ ทีมงานสามารถสร้าง AI Agents เพื่อรองรับงานสารพั ดประโยชน์ทั้งในส่วนของ IT และธุรกิจได้ง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอน เช่น ระบบช่วยแก้ไขปัญหา ระบบช่วยเหลืองานบุคคล หรือระบบวิเคราะห์ความสมบูรณ์ และผลกระทบขององค์ประกอบในระบบ (CI) โดยทั้งหมดจะเชื่อมต่อกั บแอปพลิเคชันต่าง ๆ และทำงานร่วมกันภายใต้การควบคุ มของ Master Agent พร้อมวิเคราะห์ข้อมู ลตามบริบทจริงและอยู่ภายใต้ ขอบเขตที่กำหนดไว้เพื่อบริหารจั ดการงานตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากนี้ ยังมีเอเจนต์สำเร็จรูป เช่น เจ้าหน้าที่ Service Desk ระดับ L1 ระบบออกรายงาน PIR และระบบช่วยเขียนบทความ Knowledge Base ที่พร้อมเปิดใช้งานได้ ภายในไม่กี่นาที - ยกระดับระบบ IT ให้ตรวจวิเคราะห์ปัญหาได้เอง:
เอเจนต์เหล่านี้ยังเข้ามาเติ มเต็มระบบเฝ้าระวังทั่วไป โดยเพิ่มขีดความสามารถในการสั่ งการและลงมือแก้ไขหรือ Action Layer ไว้บนเลเยอร์ของการมองเห็ นระบบ (Visibility Layer) ช่วยให้องค์กรก้าวข้ ามการดูข้อมูลระบบแบบเดิม ๆ และลดเวลาในการกู้คืนระบบได้อย่ างมหาศาล ช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงของปั ญหาเพื่อนำไปสู่กระบวนการแก้ ไขและฟื้นฟูระบบโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน เอเจนต์ในโซลูชันช่วยบริหารจั ดการต้นทุนของคลาวด์จะเข้ามาช่ วยตรวจสอบกรณีที่พบยอดใช้จ่ายพุ่ งสูงผิดปกติ พร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายรวมจากบั ญชีคลาวด์ต่าง ๆ ให้อย่างเสร็จสรรพ - ทำงานอัตโนมัติเพื่อรับมือภัยคุ
กคามได้ทันท่วงที: Zia Agents ช่วยให้งานด้ านความปลอดภัยเป็นไปอย่างอั ตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ ใช้งาน การเชื่อมโยงเหตุการณ์แจ้งเตือน หรือการสืบสวนภัยคุกคามที่มี หลายขั้นตอน ช่วยย่นเวลาการทำงานที่เคยทำด้ วยมือจากหลายชั่วโมงให้เหลือเพี ยงไม่กี่นาที องค์กรสามารถสร้างเอเจนต์ เฉพาะของตัวเองโดยอิงจากฐานข้ อมูล กระบวนการทำงาน และระดับความเสี่ยงภายในองค์ กรเพื่อลดการแจ้งเตือนที่ผิ ดพลาด นอกจากนี้ ด้วยการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ IT ทั้งระบบ เอเจนต์จึงสามารถดึงข้อมู ลจากหลายโดเมนมาวิเคราะห์ร่วมกั นเพื่อหาความผิดปกติ ประเมินช่องโหว่ และจัดทำสรุปความเสี่ยงของอุ ปกรณ์ทั้งหมดในรายงานเดียว ช่วยให้ทีมงานตอบสนองได้เร็ วและแม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้งทีมงานยังสามารถพิมพ์สั่ งงานด้วยภาษาอังกฤษแบบไม่ซับซ้ อนเพื่อเรียกดู Log หรือข้อมู ลแจ้งเตือน โดยให้เอเจนต์สำเร็จรูปหรื อเอเจนต์ที่สร้างขึ้นทำหน้าที่ แทนได้ทันที - ดูแลอุปกรณ์ปลายทางให้ปลอดภั
ยและสอดคล้องกับข้อกำหนดอยู่ เสมอ: มีเอเจนต์สำเร็จรูปบางส่ วนที่ออกแบบมาเพื่อคัดกรองเหตุ การณ์ที่น่าสงสัยบนอุปกรณ์ ปลายทาง (EDR Event Triage) วินิจฉัยปัญหาของอุ ปกรณ์ แก้ไขปัญหาการอั ปเดตแพตช์ และดูแลให้เป็นไปตามกฎระเบียบ โดยเอเจนต์ EDR Event Triage จะคัดกรองข้อมูลทางไกล สรุปขั้นตอนการโจมตีตามแนวทาง MITRE ATT&CK พร้อมทั้งแนะนำแนวทางจั ดการตามลำดับความสำคัญให้ทันที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ ามาตรวจสอบ ส่วนเอเจนต์ Device Investigation จะสรุปสาเหตุ ของปัญหาให้เสร็จสรรพทันทีที่มี การแจ้งเคสเข้ามาโดยไม่ต้องค้ นหาข้อมูลเอง ยิ่งไปกว่านั้น ทีมงานยังสามารถใช้ Zia Agents วิเคราะห์เจาะลึกอุปกรณ์ ที่ทำงานล้มเหลว โดยระบบจะส่งขั้นตอนการแก้ ไขและข้อมูลบริบทของอุปกรณ์ให้ ทันทีเมื่อเรียกใช้ พร้อมวิเคราะห์ช่องว่างในการติ ดตั้งระบบและจัดทำแผนงานเพื่ อปรับปรุงอุปกรณ์ใหม่อยู่ ในเกณฑ์มาตรฐานแบบ 100 % รวมทั้งยังมีตัวเลือกในการสร้ างเอเจนต์แบบกำหนดเองสำหรั บงานเฉพาะทางอื่น ๆ ของอุปกรณ์ปลายทางอีกด้วย

