Nothing เปิดตัวไลน์อัปหูฟังดีไซน์โปร่งแสง 4 รุ่นรวด นำโดยเรือธง Nothing Ear (3) ดึง ChatGPT สั่งงานเสียง อัดโปรโมชัน Payday ลดสูงสุด 20% และเตรียมขยายหน้าร้านในไทย 5 เท่า

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายฟังเพลงระหว่างเดินทาง สายออกกำลังกายที่ขาดเพลย์ลิสต์ไม่ได้ หรือสายแฟที่มองหาแกดเจ็ตคู่ใจที่บ่งบอกสไตล์ Nothing แบรนด์เทคโนโลยีจากลอนดอน พร้อมเติมสีสันให้ทุกโมเมนต์ในแต่ละวัน ด้วยการขนทัพผลิตภัณฑ์ออดิโอถึง 4 รุ่นมาเอาใจผู้ใช้งานทุกไลฟ์สไตล์พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Nothing Ear (open) หูฟัง Open-Ear ดีไซน์โปร่งแสงสุดเท่ที่สวมใส่สบายเหมือนไม่ได้ใส่, CMF Buds 2a หูฟังตัวคุ้มฟังก์ชันแน่นที่ตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน, Headphone (a) หูฟังครอบหูที่มาพร้อมเสียงระดับพรีเมียมในดีไซน์ที่จับต้องได้ และ Nothing Ear (3) หูฟังเรือธงที่ยกระดับประสบการณ์การฟังให้ครบทุกมิติ ครั้งนี้ Nothing พิสูจน์อีกครั้งว่าไม่ว่าจะฟังสไตล์ไหน ก็มีของดีรอคุณอยู่เสมอ มาพร้อมโปรโมชันช่วง Payday สั่งผ่านช่องทางออนไลน์รับส่วนลดสูงสุดกว่า 20%

Nothing Ear (open) หูฟังสายออกกำลัง ดีไซน์โปร่งใสสุดเท่ เพื่อคนที่อยากโดดเด่นแบบมีสไตล์

เริ่มต้นด้วย Nothing Ear (open) หูฟัง Open-Ear ตัวล่าสุด ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์งานดีไซน์โปร่งใสอันโดดเด่นของ Nothing ออกมาได้อย่างมีสไตล์ เหมาะสำหรับทั้งสายแต่งตัว สายกิจกรรม ไปจนถึงคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ทั้งดูดีและใช้งานได้จริง

ตัวหูฟังได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมโครงสร้างเกี่ยวหูที่กระชับและน้ำหนักเบาเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง ให้ความรู้สึกเบาสบายราวกับไม่ได้สวมใส่ แม้ขยับตัวแรงหรือออกกำลังกายก็ไม่หลุดง่าย ด้านคุณภาพเสียงมาพร้อมพลังเบสที่หนักแน่นเต็มอิ่ม พร้อมเทคโนโลยี Sound Seal System ที่ช่วยลดการรั่วไหลของเสียง ให้ฟังเพลงได้อย่างเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมาพร้อมไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนด้วย AI ที่ช่วยให้การสนทนาชัดเจนในทุกสถานการณ์ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 ที่พร้อมลุยทุกกิจกรรมตลอดวัน

CMF Buds 2a หูฟังตัวตึงสายคุ้มค่า ฟังก์ชันจัดเต็มเกินราคา

สำหรับผู้ที่มองหาหูฟังคุณภาพดีในราคาจับต้องได้ CMF Buds 2a คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์มินิมอลและฟังก์ชันที่ครบครันเกินราคา มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงสุดถึง 42dB ช่วยให้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันยังรองรับ Transparency Mode สำหรับเปิดรับเสียงรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง


ด้านคุณภาพเสียง CMF Buds 2a มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 12.4 มิลลิเมตร ปรับจูนเสียงโดย Dirac และเทคโนโลยี Ultra Bass 2.0 ที่มอบเสียงคมชัดพร้อมเบสหนักแน่น รองรับ Bluetooth 5.4 และการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ ใช้งานได้อย่างลื่นไหลทั้งบนระบบ Android และ iOS พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 35.5 ชั่วโมง

Headphone (a) เสียงที่มีดีไซน์ และดีไซน์ที่มีเสียง

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตนของ Nothing ได้อย่างชัดเจนคือ Headphone (a) หูฟังครอบหูรุ่นแรกที่ยังคงเอกลักษณ์งานออกแบบโปร่งใสเอาไว้อย่างครบถ้วน พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นจนกลายเป็นมากกว่าอุปกรณ์ฟังเพลง แต่ยังเป็นแฟชันไอเทมที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่

ตัวหูฟังผลิตจาก Aluminium Alloy เพื่อความแข็งแรงและสัมผัสระดับพรีเมียม มาพร้อมดีไซน์แบบ Over-ear พร้อม Memory Foam Cushion และหนังสังเคราะห์ PU Leather ที่ช่วยกระจายน้ำหนัก สวมใส่สบายได้ตลอดวัน ขณะที่ระบบควบคุมแบบ Tactile Control ช่วยให้ควบคุมเพลง รับสาย หรือสลับโหมดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก

ด้านคุณภาพเสียง รองรับ Hi-Res Audio, LDAC, USB-C Lossless Audio รวมถึงช่องเชื่อมต่อ 3.5 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Adaptive ANC ที่ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ และ Transparency Mode สำหรับเปิดรับเสียงรอบข้าง เสริมด้วยไมโครโฟน 3 ตัวที่ช่วยให้การสนทนาชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Camera Shutter Mode ที่สามารถใช้หูฟังเป็นรีโมตถ่ายภาพ รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ ทั้ง iOS และ Android และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 135 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC

Nothing Ear (3) หูฟังเรือธงพร้อม SUPER MIC คุยชัดแม้ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน

ปิดท้ายด้วย Nothing Ear (3) หูฟังไร้สายระดับเรือธงที่ผสานงานดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะไว้อย่างลงตัว ตัวหูฟังมีการปรับดีไซน์ให้เข้ากับสรีระของหูมากขึ้น ทำให้ใส่สบายกว่าเดิมและเกาะหูได้ดีขึ้นสำหรับบางคนครับ และยังสามารถเปลี่ยนจุกได้ทั้งหมด 3 แบบ S M L รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวนสูงสุด 45 เดซิเบล และ SUPER MIC ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การสื่อสารให้เหนือกว่าเดิม

หนึ่งในฟีเจอร์ไฮไลต์คือระบบไมโครโฟนคู่บนเคสชาร์จเพียงกดปุ่ม TALK บนเคสค้างไว้แล้วจ่อใกล้ปาก ระบบจะช่วยลดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 95 dB ทำให้การคุยสายหรือบันทึกเสียงยังคงคมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ตัวหูฟังยังมาพร้อมระบบควบคุมแบบ Pinch Control ที่แม่นยำและใช้งานง่าย รองรับการทำงานร่วมกับ ChatGPT เพื่อสั่งงานด้วยเสียง ถามคำถาม หรือแปลภาษาได้ทันทีผ่านหูฟัง ด้านคุณภาพเสียง Nothing Ear (3) มาพร้อมไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มิลลิเมตรที่ได้รับการออกแบบใหม่ รองรับเสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Res LDAC 24-bit มอบเสียงที่คมชัด เบสลึก และรายละเอียดครบถ้วน พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สูงสุด 38 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ

สำหรับโปรโมชัน Payday Sale Nothing Ear (open) มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน และสีขาว วางจำหน่ายในราคา 4,499 บาท พร้อมรับฟรี Nothing Thermal Cup มูลค่า 990 บาท (คละสี) ขณะที่ CMF Buds 2a มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาอ่อน (Light Grey)  สีส้ม (Orange) และ สีเทาเข้ม (Dark Grey) ราคา 1,399 บาท ด้าน Headphone (a) มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีชมพู และสีเหลือง ราคา 5,999 บาท พร้อมรับฟรี Nothing Thermal Cup มูลค่า 990 บาท (คละสี) ส่วน Nothing Ear (3) มีให้เลือก ได้แก่ สีขาว และสีดำ ราคา 5,799 บาท เมื่อสั่งซื้อผ่าน Shopee รับโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 20% สามารถผ่อนชำระผ่าน SPayLater ได้นานสูงสุด 5 เดือน และมีบริการจัดส่งฟรี สั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้

สามารถติดตามสินค้าสุดคูลจาก Nothing ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ Lazada https://shorturl.at/EQ5rh Shopee https://shorturl.at/u2Xsv TikTok https://shorturl.at/abBuu และเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ลูกค้า Nothing ประกาศแผนขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5 เท่าภายในปี 2026 ครอบคลุมทั้งร้านค้าพาร์ตเนอร์อย่าง AIS, Banana, Dotlife, PowerBuy และ True รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ Lazada, Shopee และ TikTok Shop ด้านบริการหลังการขายเปิด Call Center โทรฟรี ที่หมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 พร้อมศูนย์บริการ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับฐานผู้ใช้ที่เติบโตขึ้น

Comments

comments