มาเลเซียจับมืออินโดนีเซียเปิดตัวเซลล์แบตเตอรี่ NMC-Graphene ในงาน ABTC 2026 พร้อมลงนามพันธมิตรเร่งการผลิตและการใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วอาเซียน

การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 4 (ABTC 2026) ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานครั้งนี้รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิต นักวิจัย นักลงทุน และผู้นำในอุตสาหกรรมจากทั่วอาเซียนและนานาประเทศ มาร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของแบตเตอรี่ที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

งานครั้งนี้จัดขึ้นโดยองค์การนาโนมาเลเซีย (NMB) ณ โรงแรมโมเวนพิค แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เคแอลไอเอ เมืองเซปัง ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยต่อยอดจากการจัดงานครั้งก่อน ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่สู่ระดับอุตสาหกรรม: เสริมสร้างห่วงโซ่คุณค่าของแบตเตอรี่แห่งอาเซียน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก” โดย ABTC 2026 ได้ปรับทิศทางการเสวนาระดับภูมิภาคไปสู่ความร่วมมือเชิงปฏิบัติการ ตั้งแต่การขยายกำลังการผลิต การยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานการรับรองต่างๆ ไปจนถึงการส่งเสริมการลงทุน การนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และการเชื่อมโยงประเทศต่างๆในอาเซียนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

 

วายบี ดาโต๊ะ จาง ลิห์ คัง (YB Datuk Chang Lih Kang) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (MOSTI) ประเทศมาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในวันเปิดงานว่า “จุดแข็งของอาเซียนอยู่ที่ความสามารถในการส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทั้งด้านการวิจัย การผลิต การพัฒนามาตรฐาน การลงทุน และการบูรณาการ การทำงานร่วมกันจะช่วยให้เราสามารถสร้างห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่งและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศ”

บทบาทของมาเลเซียในฐานะเจ้าภาพเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่จากงานวิจัยไปสู่อุตสาหกรรม อาทิ โครงการด้านเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานของนาโนมาเลเซีย (NanoMalaysia Energy Storage Technology Initiative: NESTI) และศูนย์ไฮโดรเจน-อีวี-แบตเตอรี่ (Hydrogen–EV–Battery Centre: HEBATT) ที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ตั้งแต่การวิจัย การสร้างต้นแบบ การทดสอบ การรับรอง ไปจนถึงการผลิตนำร่อง นอกจากนี้ การก่อตั้งบริษัท GigaFactory Malaysia Sdn Bhd (GMSB) และการเปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสริมด้วยกราฟีนของมาเลเซีย ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ความก้าวหน้าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเป้าหมายระดับภูมิภาคของ ABTC 2026 ที่เชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละประเทศในอาเซียน ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ที่มีการบูรณาการร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เรซัล ไครี บิน อาหมัด (Rezal Khairi Ahmad) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทนาโนมาเลเซีย (NMB) กล่าวว่า “การที่มาเลเซียได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ABTC 2026 นับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะวันนี้อาเซียนมีศักยภาพด้านเทคนิคและจุดแข็งด้านนวัตกรรมอยู่แล้วทั่วทั้งภูมิภาค โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราจะเติบโต บูรณาการ และต่อยอดสิ่งเหล่านี้ให้ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างไร มาเลเซียเองได้วางโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับการนำเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงทั้งในระดับนำร่องและอุตสาหกรรม แต่ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะสร้างเศรษฐกิจแบตเตอรี่ขึ้นมาได้เพียงลำพัง ABTC จึงเป็นโอกาสให้เราเชื่อมโยงศักยภาพของแต่ละประเทศในอาเซียนเข้าด้วยกัน สร้างความร่วมมือข้ามพรมแดนและร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมที่แข่งขันได้ในระดับโลก” 

มาเลเซีย-อินโดนีเซีย ความร่วมมือสู่การพัฒนาแบตเตอรี่ในภูมิภาค

ไฮไลต์สำคัญของวันเปิดงาน คือ ความร่วมมือระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ในการเปิดตัวเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนชนิดปูช (pouch cell) แบบ NMC-กราฟีน ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาค ระหว่างองค์การนาโนมาเลเซีย (NMB) และสถาบันวิจัยแบตเตอรี่แห่งชาติ (NBRI) ประเทศอินโดนีเซีย ที่ต่อยอดมาจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ในปี 2568 ที่วางกรอบความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรม การทดสอบ การกำหนดมาตรฐาน ตลอดจนการศึกษาและการฝึกอบรมในอุตสาหกรรม

ด้วยการผสานขีดความสามารถของอินโดนีเซียในการผลิต NMC เข้ากับความเชี่ยวชาญของมาเลเซียในการผลิตวัสดุ เทคโนโลยีกราฟีน และการพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ โครงการเซลล์แบตเตอรี่ชนิดปูชนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียน ทั้งในด้านวัสดุแบตเตอรี่ การพัฒนาเทคโนโลยี และการนำไปใช้เชิงพาณิชย์

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ขับเคลื่อนการพัฒนาแบตเตอรี่ในภูมิภาค

ภายในงาน ABTC 2026 ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และข้อตกลงหลายฉบับ เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรม และการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ และการเติบโตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั่วภูมิภาค โดยความร่วมมือที่ประกาศในครั้งนี้ ได้แก่

  • GigaFactory Malaysia Sdn Bhd (GMSB) และ Milan Utama: ข้อตกลงด้านการจัดหา (Supply Agreement) สำหรับการพัฒนาต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด (Compact BESS) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโซลูชันด้านการกักเก็บพลังงานสำหรับอนาคต
  • Infien Energy และ Ampace: ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่
  • Green Tenaga และ Go Rental Singapore: ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนและการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดไปใช้อย่างแพร่หลาย
  • Neoron Energy Network, Aryva Energy, Nano Commerce Sdn Bhd (NCSB) และ GigaFactory Malaysia Sdn Bhd (GMSB): ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งพัฒนาและนำโซลูชันด้านแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์ พร้อมเสริมสร้างศักยภาพด้านการผลิตและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
  • GigaFactory Malaysia Sdn Bhd (GMSB) และ Axium Industries: โครงการร่วมมือเพื่อนำเทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาใช้ยกระดับการผลิตแบตเตอรี่ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการขับเคลื่อและนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
  • GigaFactory Malaysia Sdn Bhd (GMSB) และ Montavista Energy Technologies Corporation: ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนานวัตกรรมและการนำแบตเตอรี่ความหนาแน่นสูงไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ผ่านการใช้วัสดุขั้นสูง การรีไซเคิลแบตเตอรี่ การเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิต การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ และการพัฒนาตลาดร่วมกัน

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมทั่วอาเซียน

ในวันเปิดงานยังมีการหารือในประเด็นความปลอดภัยของแบตเตอรี่ การขยายกำลังการผลิต ระบบกักเก็บพลังงาน เศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น โดยได้รับมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อาทิ ศาสตราจารย์อิง เชอร์ลีย์ เหมง (Ying Shirley Meng) จากมหาวิทยาลัยชิคาโกและห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอนน์ และศาสตราจารย์คาลิล อามีน (Khalil Amine) จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอนน์ พร้อมด้วยผู้นำระดับภูมิภาคจาก SEDA, MARii, Pertamina, A*STAR และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งฟิลิปปินส์ (EVAP)

ทีเอส. ดร.นูรุล อักมาเลียะห์ บินติ ดซุลกุรนัยน์ (Nurul Akmaliah Bt Dzulkurnain) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์แบตเตอรี่นานาชาติ (International Battery Center: IBC) กล่าวว่า “ABTC เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอาเซียน ในความร่วมกันเพื่อค้นหาโอกาสในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่นั้น แต่ละประเทศต่างมีจุดแข็งเฉพาะตัว ทั้งด้านนโยบาย การวิจัย การผลิต ความปลอดภัย และการนำไปใช้งานจริง การเชื่อมโยงขีดความสามารถเหล่านี้ในภูมิภาค จะช่วยให้เราร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็งและมีศักยภาพในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น”

ก้าวต่อไป:จากการขยายการผลิตสู่การใช้งานจริงในตลาด

ก้าวต่อไปของการเสวนาจะร่วมกันหารือเกี่ยวกับการผลิตแบตเตอรี่ (Battery Manufacturing Deep Dive) ซึ่งจะพิจารณาว่าอาเซียนจะขยายกำลังการผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถตั้งแต่ระดับวัตถุดิบไปจนถึงการบูรณาการเซลล์และระบบได้อย่างไร จากนั้นจะเสวนาเกี่ยวกับการบูรณาการอการใช้งานและการส่งเสริมตลาด ครอบคลุมการลงทุน ระบบกักเก็บพลังงาน และเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ การหารือเหล่านี้เพื่อพิจารณาว่าอาเซียนจะบูรณาการความร่วมมือในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร ปิดท้ายการส่งมอบเจ้าภาพในการจัดงาน ABTC  ครั้งที่ 5 ในปี 2570 ให้กับ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งฟิลิปปินส์ (eVAP) สะท้อนความมุ่งมั่นต่อเนื่องของอาเซียนในการขับเคลื่อนระบบนิเวศแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค

การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 4 ได้รับการสนับสนุนจาก Platinum sponsors ได้แก่ Xiamen Ampace Technology Limited, Siemens Malaysia Sdn. Bhd. และ Montavista Energy Technologies Corporation, Gold sponsors ได้แก่ Green Tenaga Pte. Limited และ MTI Kejing & KGC, Silver sponsors ได้แก่ Neware Technology Limited, GoRental.MY, Thermo Fisher Scientific Pte. Ltd. และ PEC และ Bronze sponsors ได้แก่ Pyro X Sdn Bhd, Axium Industries Group Pte. Ltd., EV Connection Sdn. Bhd. และ INV New Material Technology (M) Sdn Bhd พร้อมด้วยพันธมิตร UL Standards & Engagement (ULSE)

Malaysia and Indonesia Unveil NMC-Graphene Battery Cell to Strengthen ASEAN Supply Chain

Malaysia and Indonesia have unveiled an NMC-graphene lithium-ion pouch cell at the ASEAN Battery Technology Conference 2026, marking a significant step towards connecting battery materials, technology and manufacturing capabilities across ASEAN.

The project is a collaboration between NanoMalaysia Berhad and Indonesia’s National Battery Research Institute. It builds on a memorandum of understanding signed in 2025 covering technology transfer, research, testing, standardisation, education and workforce training for the battery industry.

The battery cell combines Indonesia’s NMC production capabilities with Malaysia’s expertise in advanced materials, graphene technology and battery cell development. The partners aim to move the technology towards regional production and commercial deployment.

ABTC 2026 was held from 19–21 August 2026 in Sepang, Malaysia. This year’s programme shifted its focus from regional discussions towards manufacturing expansion, safety and certification standards, investment and the commercial adoption of battery technologies.

YB Datuk Chang Lih Kang, Malaysia’s Minister of Science, Technology and Innovation, said ASEAN’s strength lies in the ability of its members to complement one another across research, manufacturing, standards, investment and integration. Regional cooperation, he added, could establish a stronger value chain that benefits the economies of all participating countries.

Malaysia also presented its infrastructure for moving battery research into industrial production. The NanoMalaysia Energy Storage Technology Initiative and the Hydrogen–EV–Battery Centre support research, prototyping, testing, certification and pilot manufacturing. The establishment of GigaFactory Malaysia Sdn Bhd and the development of graphene-enhanced lithium-ion battery technology further illustrate the country’s industrial ambitions.

Several additional agreements covering energy storage and battery manufacturing were announced during the event. These included a Compact BESS prototype project between GigaFactory Malaysia and Milan Utama, a battery technology partnership between Infien Energy and Ampace, and a collaboration between GigaFactory Malaysia and Axium Industries to apply AI and digital technologies to manufacturing operations and supply-chain management.

GigaFactory Malaysia also entered a strategic partnership with Montavista Energy Technologies Corporation to advance high-energy-density batteries. The collaboration covers advanced materials, battery recycling, manufacturing capacity, equipment support and joint market development.

The next phase of regional cooperation will focus on improving manufacturing from raw materials and battery cells through to integrated systems, alongside investment in energy storage and the conditions required for commercial deployment. The fifth ABTC will be hosted by the Electric Vehicle Association of the Philippines in 2027.

Comments

comments