ชไนเดอร์ อิเล็คทริค นำเสนอโซลูชันระบบสำรองไฟ UPS รุ่น Galaxy VXL เพื่อสร้างมาตรฐานความยั่งยืนให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในยุค AI ช่วยลดคาร์บอนแฝง 80%

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ชี้การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI กำลังท้าทายขีดจำกัดของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งในด้านพลังงานและความยั่งยืน แนะใช้โซลูชัน UPS สำรองไฟประสิทธิภาพสูง พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ด้วย Galaxy VXL ที่โดดเด่นด้วยศักยภาพ
การติดตั้งระบบ AI ในทุกครั้งล้วนเพิ่มความต้องการด้านพลังงาน พื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ AI ขณะที่ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนที่สามารถวัดผลได้ สิ่งนี้จึงกลายเป็นความท้าทายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่เพียงแต่ต้องขยายตัวเพื่อรองรับการเติบโตเท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบด้วย
การขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ลูกค้าต้องการหลักฐานมากขึ้นเพื่อยืนยันว่าผู้ให้บริการกำลังดำเนินงานไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ขณะเดียวที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังออกข้อกำหนดและกฎระเบียบเพื่อควบคุมและลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้กระแสความต้องการใช้งาน AI ได้เปลี่ยนมุมมองของการพูดคุยเรื่องความยั่งยืน ในอดีตประสิทธิภาพมักเป็นเกณฑ์หลักในการประเมิน แต่ในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ กำลังมองภาพที่กว้างขึ้น โดยไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ประสิทธิภาพการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงกระบวนการออกแบบ การบำรุงรักษาและตลอดจนการนำกลับมาใช้ใหม่
การเติบโตที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดคือความท้าทาย
ความต้องการพลังงานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โซลูชันที่ยั่งยืนที่สุดจึงต้องใช้วัสดุอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและสนับสนุนหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน การเปลี่ยนแปลงนี้จึงสะท้อนมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืน ซึ่งการส่งมอบศักยภาพทางดิจิทัลที่มากขึ้นควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
ท่ามกลางแรงกดดันในการขยายขีดความสามารถไปพร้อมๆ กับการลดการปล่อยคาร์บอน คำถามสำคัญสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์คือ โครงสร้างพื้นฐานสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งสองด้านนี้พร้อมกันโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนได้หรือไม่? เมื่อพิจารณาแนวโน้มที่ขีดความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คำตอบจึงไม่ใช่เรื่องง่าย จากข้อมูลของ JLL บริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะมีการเพิ่มขีดความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเกือบ 100 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2030 ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
การบรรลุเป้าหมายการขยายตัวในระดับนี้ควบคู่ไปกับการยกระดับความยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์และนวัตกรรมสำหรับผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งหมายถึงการคัดเลือกโครงสร้างพื้นฐานอย่างรอบคอบ โดยสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับรองรับขีดความสามารถที่จำเป็นได้ การพูดคุยเรื่องความยั่งยืนส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นไปที่ระบบทำความเย็น พลังงานหมุนเวียนและการออกแบบอาคาร แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ โดยระบบสำรองไฟ UPS มีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านแนวทางต่างๆ ได้แก่
- ลดการใช้วัตถุดิบและการปล่อยคาร์บอนแฝง (Embodied Carbon) ซึ่งเป็นคาร์บอนที่ปล่อยออกในกระบวนการสกัด การผลิต การขนส่งและการติดตั้ง
- เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่สูญเสียความเสถียรในการทำงาน
- ยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และแบตเตอรี่เพื่อลดปริมาณขยะและขับเคลื่อนเป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน
- สนับสนุนความมุ่งมั่นด้าน ESG พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ระดับโลก
UPS คือ ตัวเร่งความยั่งยืน
โซลูชัน Galaxy VXL ชนิด 3 เฟส จาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบัน โซลูชันนี้ได้พลิกโฉมแนวคิดของระบบ UPS จากเดิมที่เป็นเพียงอุปกรณ์พื้นฐานให้เป็นตัวเร่งขับเคลื่อนความยั่งยืน โดย Galaxy VXL เป็น UPS แบบโมดูลาร์ที่มีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษและมีความหนาแน่นสูง ซึ่งมีน้ำหนักเบาลง ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงใช้วัตถุดิบน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy VX นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 15 ปี เมื่อใช้งานร่วมกับตัวเลือกชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น
อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy VX แล้ว Galaxy VXL สามารถลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ได้ประมาณ 38% และลดคาร์บอนแฝงลงได้ประมาณ 80% ทั้งยังลดการใช้วัตถุดิบลงได้มากกว่า 2 ตันต่อยูนิต และประหยัดพื้นที่ติดตั้งได้ถึง 70% การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นการออกแบบ UPS ยุคใหม่ สามารถยกระดับทั้งความยั่งยืนและประสิทธิภาพการดำเนินงานไปพร้อมกันได้
Galaxy VXL ตอบโจทย์ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 2) ผ่านประสิทธิภาพการทำงานระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม และตอบโจทย์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแฝง (Scope 3) ผ่านการลดการใช้วัตถุดิบ พื้นที่ติดตั้ง และผลกระทบจากกระบวนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
บริการวิเคราะห์และคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งมีอยู่ในข้อเสนอ EcoCare™ ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง โดย EcoCare ให้บริการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และทางเลือกในการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จริงผ่านระบบติดตามตรวจเช็กระยะไกล
ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน
ในขณะที่ AI กำลังเร่งให้โครงสร้างพื้นฐานเติบโตอย่างรวดเร็ว ความท้าทายของอุตสาหกรรมจึงไม่ใช่แค่เรื่องการส่งมอบพลังงานให้มากขึ้นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการจ่ายพลังงานอย่างไรให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น โซลูชันในอนาคตจะได้รับการออกแบบให้ใช้วัตถุดิบน้อยลง มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และสามารถนำกลับมารีไซเคิลเพื่อใช้ใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการบริโภควัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพ ยืดอายุสินทรัพย์และส่งเสริมความเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ยิ่งขึ้น ทั้งนี้การบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะเกิดจากการผสานการปรับปรุงเล็กน้อยในจำนวนมากเข้าด้วยกันตลอดทั้งวงจรชีวิตของโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โซลูชันอย่าง Galaxy VXL ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงแต่มีความเสถียรน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน ESG อีกด้วย และเมื่อการนำ AI มาใช้เร่งตัวขึ้นพร้อมกับความคาดหวังด้านความยั่งยืนที่สูงขึ้น ความท้าทายถัดไปของอุตสาหกรรมคือการทำให้มั่นใจว่า ทุกชั้นของโครงสร้างพื้นฐานมีส่วนช่วยในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม อนาคตของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนจะถูกกำหนดโดยชุดของการตัดสินใจออกแบบที่ดีขึ้นครอบคลุมทั้งระบบนิเวศพลังงาน ไม่ใช่ด้วยเทคโนโลยีเดี่ยวๆ เพียงอย่างเดียว ซึ่ง Galaxy VXL คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยี UPS กำลังวิวัฒนาการอย่างไรเพื่อสนับสนุนอนาคตดังกล่าว
Schneider Electric Presents Galaxy VXL UPS for AI Data Centres, with Up to 70% Less Installation Space than Galaxy VX
Schneider Electric is presenting Galaxy VXL, a three-phase modular uninterruptible power supply, or UPS, for data centres expanding their infrastructure to support AI while reducing environmental impact. According to the company, Galaxy VXL requires up to 70% less installation space, uses more than two tonnes less raw material per unit and reduces lifecycle carbon emissions by approximately 38% compared with Galaxy VX.
The company argues that data centre sustainability assessments should cover design, manufacturing, operation, maintenance and material reuse. UPS systems, which provide backup power to support operational continuity, offer another opportunity to improve efficiency and reduce resource consumption.
Galaxy VXL features a compact, high-density design. Schneider Electric says it is lighter and uses less installation space, electricity and raw material than Galaxy VX. It is designed for a service life of up to 15 years when used with longer-life lithium-ion battery options.
Alongside the approximately 38% reduction in lifecycle carbon emissions, the company reports an approximately 80% reduction in embodied carbon compared with Galaxy VX. Embodied carbon refers to emissions associated with raw material extraction, manufacturing, transport and installation.
Schneider Electric says improved UPS operating efficiency can reduce the impact of electricity consumption under Scope 2, while reductions in raw material use and manufacturing impacts support lower value-chain emissions under Scope 3. Infrastructure design therefore needs to consider both operational energy and resources consumed throughout the product lifecycle.
For system maintenance, the company offers EcoCare services combining data analysis, predictive maintenance, modernisation options and remote monitoring. These services are intended to extend asset life and reduce the need for on-site interventions.
Schneider Electric recommends considering backup power alongside cooling, renewable energy and building design. It advocates infrastructure that uses fewer raw materials, lasts longer and supports recycling at the end of its service life, helping align AI-related capacity expansion with organisational sustainability goals.
