GULF ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศผลโครงการ Green Mission ปี 3 มอบทุนสนับสนุนเยาวชนนำต้นแบบเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมไปทดลองใช้จริง

ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลากหลายมิติ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3” ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” โดยนำแนวคิดด้านการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Mitigation) ควบคู่กับการเสริมความสามารถในการปรับตัวและรับมือของชุมชน (Adaptation & Resilience) มาพัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปทดลองใช้เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่จริง

โครงการได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศ มีทีมสมัครเข้าร่วม 927 ทีม ก่อนคัดเลือก 20 ทีมเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะแนวคิดและพัฒนานวัตกรรม และเฟ้นหา 8 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบ Final Pitching เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ตลอดโครงการ เยาวชนทั้ง 20 ทีมได้เรียนรู้นอกห้องเรียนและสัมผัสการประยุกต์ใช้พลังงานและเทคโนโลยีในพื้นที่จริง ผ่านการศึกษาดูงาน ณ โรงไฟฟ้าอุทัยของกลุ่มบริษัท GULF และสถานีบริการภาคพื้นดินของบริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จ.ปทุมธานี ก่อนเข้าสู่ Bootcamp 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จ.สระบุรี ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Carbon Neutral Event

ภายใน Bootcamp เยาวชนได้พัฒนาความรู้ด้าน Climate Change และ Design Thinking ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหาในชุมชน การพัฒนาแนวคิด ไปจนถึงการสร้างและทดสอบต้นแบบ ขณะที่ GULF ร่วมออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเกม “ใคร Made Change?” และ “Solar Slap” เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธุรกิจพลังงาน และพลังงานสะอาดให้เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดคลินิกที่ปรึกษาให้แต่ละทีมได้รับคำแนะนำจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปต่อยอดผลงานก่อนเข้าสู่รอบ Final Pitching

สำหรับรอบ Final Pitching นอกจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์1 จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดยพิจารณาทั้งความถูกต้องทางวิชาการ ความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้จริง ความโดดเด่นของแนวทางการพัฒนา และความน่าสนใจของการนำเสนอ

ผลการแข่งขันปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) กับผลงาน “ฟาง Work” แพลตฟอร์มเชื่อมโยงเกษตรกรที่ต้องการจำหน่ายฟางข้าวกับผู้ที่ต้องการนำฟางไปใช้ประโยชน์ เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้สร้างมูลค่าและรายได้แก่เกษตรกร ควบคู่กับการลดการเผาฟางซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหา PM2.5 โดยนำข้อมูลดาวเทียมมาช่วยประเมินปริมาณฟางและคำนวณการลดการปล่อยคาร์บอนจากการไม่เผา พร้อมรับโล่รางวัลและทุนการศึกษา 40,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กับผลงานนวัตกรรมระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการบุกรุกพื้นที่ป่า ผ่านเครือข่ายกล่อง IoT ขนาดเล็ก หรือ Node ที่สามารถตรวจจับกิจกรรมผิดปกติและส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนชลประทานวิทยา จ.นนทบุรี กับผลงาน “Root to Roof” แผ่นฉนวนกันความร้อนจากผักตบชวาสำหรับโรงเรือนไก่ไข่ขนาดเล็ก ซึ่งต่อยอดจากปัญหาในชุมชนปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อช่วยลดความร้อนภายในโรงเรือนและนำผักตบชวาที่เป็นปัญหาในชุมชนกลับมาใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ โครงการยังมอบ รางวัลที่ปรึกษาดีเด่น แก่ ครูนาฎอนงค์ เพชรสีดำ จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และ ครูวชิราภรณ์ อัครอธิมาตร จากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) เพื่อยกย่องบทบาทของครูที่ร่วมให้คำปรึกษา พัฒนา และต่อยอดแนวคิดของเยาวชนตลอดโครงการ

เป้าหมายของ Green Mission ไม่ได้หยุดอยู่ที่การมอบรางวัลบนเวที แต่ต้องการผลักดันให้แนวคิดของเยาวชนก้าวไปสู่การใช้งานจริง โดยทีมชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับทุนสนับสนุนทีมละไม่เกิน 20,000 บาท เพื่อนำต้นแบบนวัตกรรมไปทดลองใช้ในพื้นที่ ภายใต้คำปรึกษาจากคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญจาก GULF

ตัวแทนทีมชนะเลิศจาก โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของฟาง Work มาจากปัญหาที่เราเห็นจริงในชุมชน คือการเผาฟางข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว พวกเราดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Green Mission เพราะทำให้เห็นว่า ปัญหาใกล้ตัวถ้าเราลองคิดและลงมือทำ ก็สามารถพัฒนาเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวมได้ หลังจากนี้เราตั้งใจนำแพลตฟอร์มไปทดลองใช้จริงกับชุมชนในจังหวัดนครปฐม ก่อนพัฒนาต่อยอดไปยังพื้นที่อื่น รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างคุณค่าให้กับเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ผู้เข้าร่วมทั้ง 20 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ที่จะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ผมเชื่อว่าทุกคนคือส่วนหนึ่งของ ‘Green Generation’ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สิ่งสำคัญของ Green Mission จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันหรือรางวัล แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และพัฒนาแนวคิดไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม เพราะความคิดเล็ก ๆ ในวันนี้ หากได้รับความรู้ โอกาส และการสนับสนุนที่เหมาะสม สามารถเติบโตเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน”

นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สิ่งที่ผมประทับใจจาก Green Mission ในปีนี้ คือหลายไอเดียของน้อง ๆ เริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัว จากปัญหาที่เขาเห็นในบ้านหรือชุมชนของตัวเอง แล้วตั้งคำถามว่าเขาจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง ผมคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับ GULF เราอยากช่วยเปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ได้ลองคิด ลองทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ที่สำคัญ เราไม่อยากให้ไอเดียเหล่านี้จบลงหลังการแข่งขัน จึงสนับสนุนให้ทีมที่ได้รับรางวัล นำ Prototype ที่ได้นำเสนอ กลับไปทดลองทำจริงในพื้นที่ และค่อย ๆ พัฒนาต่อให้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้ครับ”

นอกจากรางวัลจากคณะกรรมการ โครงการยังเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตผลงานนวัตกรรมที่ชื่นชอบผ่าน Popular Vote by GULF เพื่อมอบทุนการศึกษา 5,000 บาท จำนวน 2 รางวัล แก่ 2 ทีมที่ได้รับ Engagement สูงสุด โดยสามารถร่วมโหวตผ่านโพสต์บน Facebook – GULF SPARK และวิดีโอใน Instagram และ TikTok – GULF SPARK ระหว่างวันที่ 15-26 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00 น. และประกาศผลวันที่ 28 ตุลาคม 2569

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ GULF ได้ที่ เว็บไซต์ GULF, Facebook Page “Gulf Development” และ “Gulf SPARK”, TikTok “GULF SPARK” รวมถึง Instagram “gulfdevelopment.th” และ “gulfspark.th”

GULF and Chulalongkorn Engineering Faculty Back Community Trials for Three Youth Innovations

GULF Development and Chulalongkorn University’s Faculty of Engineering will provide up to THB 20,000 each to the three top-ranked teams in the third Green Mission by Chula x GULF programme to test their prototypes in communities. The projects address rice straw burning, forest intrusion monitoring and heat in small egg-laying hen houses, with guidance from university faculty and GULF specialists.

Held under the theme “Resilient LAB,” the programme combines climate change mitigation with community adaptation and resilience. It received applications from 927 teams nationwide, selected 20 for incubation and brought eight teams to the final pitching round.

The winning team, from the Demonstration School of Silpakorn University’s secondary division, developed a platform connecting farmers selling rice straw with buyers seeking to use it. The project aims to generate value and income from agricultural residues while reducing straw burning, a contributor to PM2.5 pollution. It uses satellite data to help estimate straw volumes and calculate avoided carbon emissions from not burning the material. The team received a trophy and a THB 40,000 scholarship.

The winning team plans to trial the platform with communities in Nakhon Pathom before considering expansion elsewhere. It also intends to study the feasibility of linking the platform with carbon credits, rather than presenting this as an existing capability.

The first runner-up, Mahidol Wittayanusorn School, developed a forest intrusion monitoring and detection system using a network of small IoT nodes. The nodes detect unusual activity and relay information to help officials inspect affected areas more quickly.

The second runner-up, Chonprathan Wittaya School in Nonthaburi, developed “Root to Roof,” thermal insulation panels made from water hyacinth for small egg-laying hen houses. The project originated from problems in the Plai Bang community in Bang Kruai district, Nonthaburi, and aims to reduce heat inside the houses while finding a use for locally problematic water hyacinth.

During the programme, the 20 teams visited GULF’s Uthai power plant and Gulf Space Technology’s ground station in Pathum Thani. They then attended a three-day, two-night bootcamp at Chulalongkorn University’s regional learning centre in Saraburi, organised as a carbon-neutral event. Activities covered climate change, design thinking, prototype development and testing, with advice from faculty and specialists.

The engineering faculty’s dean said the programme gives young people opportunities to learn through practical experience and develop ideas into tangible solutions. GULF’s director responsible for corporate social responsibility activities said the company would support award-winning teams in taking their prototypes back to communities for further testing and development.

The programme is also holding Popular Vote by GULF, offering two THB 5,000 scholarships to the two teams receiving the highest engagement. Voting takes place through project posts on GULF SPARK’s Facebook page and videos on its Instagram and TikTok accounts from October 15 until noon on October 26, 2026. Results will be announced on October 28, 2026.

Comments

comments