OPPO Find X10 Series ผสานกล้อง Hasselblad กับ LUMO เน้นรายละเอียด สี และแสงเงาธรรมชาติ รุ่น Pro Max ใช้กล้อง 200MP สามตัว พร้อมระบบวัดแสงมัลติสเปกตรัม 24 ช่องสัญญาณ

OPPO แบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความสำเร็จของ OPPO Find X Series ด้วยการเปิดตัว OPPO Find X10 Series สมาร์ตโฟนแฟลกชิปกล้องสมจริงรุ่นล่าสุด สานต่อความสำเร็จจาก OPPO Find X8 Series และ OPPO Find X9 Series รวมถึง OPPO Find X9 Ultra ที่เปิดตัวสู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรก ของตระกูล Ultra Series เมื่อต้นปี 2569 และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับนวัตกรรมการถ่ายภาพบนสมาร์ตโฟนให้สมจริงยิ่งขึ้น

ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการถ่ายภาพและ AI ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพ OPPO มุ่งเน้นการถ่ายทอดภาพที่ไม่เพียงแค่สวยงามเท่านั้น แต่ยังคงความสมจริงทั้งสีสัน รายละเอียด และอารมณ์ของช่วงเวลานั้น ผ่าน OPPO Find X10 Series ที่ผสานระบบกล้องเจเนอเรชันใหม่ พัฒนาร่วมกับ Hasselblad เข้ากับ LUMO True Image Engine ซึ่งประกอบด้วย 3 นวัตกรรมหลัก ได้แก่ LUMO Hyper Pixel Engine เพื่อเก็บรายละเอียดอย่างสมจริง, LUMO True Color Engine เพื่อถ่ายทอดสีสันอย่างเที่ยงตรง และ LUMO Natural Tone Engine เพื่อโทนภาพที่เป็นธรรมชาติ ตอกย้ำแนวคิด “เก็บภาพอย่างที่เห็น เก็บช่วงเวลาอย่างที่รู้สึก” ให้ทุกโมเมนต์ถูกบันทึกไว้อย่างสมจริงดั่งตาเห็น

True Detail: เก็บรายละเอียดสมจริงให้มากขึ้น เติมแต่งให้น้อยลง

OPPO Find X10 Series ยกระดับมาตรฐานการถ่ายภาพสมจริงด้วยระบบกล้องความละเอียดสูงที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad โดย OPPO Find X10 มาพร้อมระบบกล้องคู่ 200MP ขณะที่ OPPO Find X10 Pro Max สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกของอุตสาหกรรมด้วยระบบกล้อง 200MP สามตัว ครอบคลุมช่วงทางยาวโฟกัสสำคัญ เพื่อเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างครบถ้วนตั้งแต่ขั้นตอนการรับแสง ผสานเทคโนโลยี LUMO Hyper Pixel Engine เจเนอเรชันใหม่ ที่รองรับการถ่ายภาพความละเอียด 26MP เป็นค่าเริ่มต้น* ตั้งแต่มุมอัลตร้าไวด์จนถึงการซูม 9.9 เท่า โดยไม่ต้องสลับโหมด พร้อมมอบภาพที่คมชัด รายละเอียดครบถ้วน และขนาดไฟล์เหมาะสมกับการใช้งาน ในชีวิตประจำวัน

หมายเหตุ *ในสภาพแสงที่เพียงพอ กล้องจะให้ความสำคัญกับการบันทึกภาพที่ความละเอียด 26MP หากเมื่ออยู่ในสภาพแสงน้อย ระบบจะสลับเป็นความละเอียด 12MP โดยอัตโนมัติ พร้อมใช้เทคโนโลยีรวมพิกเซล (Pixel Binning) เพื่อลดสัญญาณรบกวนและรักษาคุณภาพของภาพ

เจาะลึกระบบกล้องของ OPPO Find X10 Pro Max

สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บรายละเอียดภาพในระดับสูงสุด Hasselblad Hi-Res Mode รองรับการถ่ายภาพความละเอียด 50MP ครอบคลุมถึง 5 ช่วงทางยาวโฟกัส เมื่ออยู่ในสภาพแสงที่เหมาะสม พร้อมใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาพจากหลายเฟรมผ่าน LUMO Hyper Pixel Engine เพื่อสร้างภาพความละเอียดเต็ม 200MP จากกล้องที่รองรับ เพิ่มความยืดหยุ่นในการครอปและขยายภาพโดยยังคงรายละเอียดที่คมชัด นอกจากนี้ ยังช่วยปรับสมดุลความคมชัดและลดสัญญาณรบกวนอย่างเหมาะสม พร้อมรักษารายละเอียดพื้นผิวและโทนผิวในภาพพอร์ตเทรตให้ดูเป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดทุกมิติของภาพได้อย่างสมจริงดั่งตาเห็น

ถ่ายด้วยกล้องหลักของ OPPO Find X10 Pro Max

True Color: วัดสีให้แม่นยำตั้งแต่ต้นทาง เพื่อถ่ายทอดสีสันอย่างสมจริง

OPPO Find X10 Series มาพร้อมกับการถ่ายทอดสีสันให้สมจริงยิ่งขึ้นด้วย True Color Camera เจเนอเรชันใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีตรวจวัดแสงแบบมัลติสเปกตรัม 24 ช่องสัญญาณ เข้ากับเทคโนโลยี DAG และ DCG-HDR รองรับไดนามิกเรนจ์สูงสุด 17-stop ช่วยเก็บข้อมูลสีและรายละเอียดได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพแสงที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นแสงโทนอุ่นและโทนเย็นที่ผสมกัน สภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หรือการถ่ายภาพย้อนแสงในช่วงพระอาทิตย์ตก เพื่อถ่ายทอดสีสันได้อย่างครบถ้วนและใกล้เคียงกับสิ่งที่ตาเห็น

True Color Camera เจเนอเรชันใหม่บน OPPO Find X10 Series

เสริมประสิทธิภาพด้วย LUMO True Color Engine ที่ผสานข้อมูลสีจาก True Color Camera เข้ากับเทคโนโลยีการ ประมวลผลสีขั้นสูงของ OPPO เพื่อปรับสมดุลแสงขาว และถ่ายทอดสีสันได้อย่างเที่ยงตรงตามการรับรู้ของสายตามนุษย์ โดยเฉพาะสีที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ทั้งสีผิว ท้องฟ้า และใบไม้ พร้อมรักษาความเป็นธรรมชาติของสีโดยไม่เร่งความอิ่มสีจนเกินจริง ให้ทุกภาพสะท้อนสีสันและบรรยากาศได้อย่างสมจริงดั่งตาเห็น

ถ่ายด้วยกล้องหลักของ OPPO Find X10 Pro Max

True Tone: รักษาความสัมพันธ์ของแสง ถ่ายทอดมิติและอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ

OPPO พัฒนาเทคโนโลยีด้านการการถ่ายทอดแสงและเงาอย่างสมจริงด้วย LUMO Natural Tone Engine เทคโนโลยีประมวลผลโทนภาพเจเนอเรชันใหม่บน OPPO Find X10 Series ที่พัฒนาต่อยอดจาก Hasselblad Master Mode ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกบน OPPO Find X7 Series โดยมุ่งรักษาความสมดุลระหว่างส่วนสว่าง (Highlight) โทนสีกลาง (Midtone) และส่วนเงา (Shadow) ให้กลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ ลดการปรับแต่งแสงเฉพาะส่วนที่มากเกินไป เพื่อคงมิติและบรรยากาศของภาพให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตาเห็น

LUMO Natural Tone Engine นำมาตรฐานโทนภาพจาก Hasselblad Master Mode มาประยุกต์ใช้กับโหมดถ่ายภาพ อัตโนมัติ พร้อมผสานการปรับแสงเฉพาะส่วนอย่างเหมาะสมเข้ากับการจัดการโทนภาพโดยรวม ช่วยถ่ายทอดระดับความ สว่างได้อย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการถ่ายภาพย้อนแสงที่สามารถเก็บรายละเอียดใบหน้าและตัวแบบได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังคงความสว่างของไฮไลต์และมิติของเงาไว้อย่างสมดุล โดยไม่ทำให้ภาพสว่างหรือมืดเกินจริง

ถ่ายด้วยกล้องเทเลโฟโต้ของ OPPO Find X10 Pro Max

ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ OPPO ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ด้วยการผสานนวัตกรรม ฮาร์ดแวร์และระบบประมวลผลภาพอัจฉริยะเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการถ่ายภาพบนสมาร์ตโฟนให้สมจริงยิ่งกว่าที่เคย ไม่เพียงถ่ายทอดทุกรายละเอียด สีสัน และมิติแสงเงาได้อย่างที่ตาเห็น แต่ยังเก็บรักษาอารมณ์ ความรู้สึก และคุณค่าของทุกช่วงเวลาสำคัญไว้ได้อย่างแท้จริง เพราะภาพถ่ายที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงภาพที่สวยงามที่สุด แต่คือภาพที่พาเรากลับไปสัมผัสความรู้สึกในช่วงเวลานั้นได้อีกครั้ง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/

OPPO Introduces Find X10 Series Featuring Up to Triple 200MP Camera System and Hasselblad Co-Engineering

OPPO has officially launched its flagship Find X10 Series, succeeding the Find X8 and Find X9 lineups to expand its imaging portfolio. The new smartphone generation integrates next-generation camera hardware developed in collaboration with Hasselblad, paired with the proprietary LUMO True Image Engine composed of the LUMO Hyper Pixel Engine, LUMO True Color Engine, and LUMO Natural Tone Engine to maintain color balance, structural clarity, and natural lighting gradation across diverse shooting conditions.

Hardware configurations differ between the two models in the lineup. The Find X10 features a dual 200MP camera system, while the Find X10 Pro Max introduces an industry-first triple 200MP camera array covering primary focal lengths. Supported by the LUMO Hyper Pixel Engine, both devices output 26MP photos by default from ultra-wide perspectives up to a 9.9x focal range without requiring manual mode adjustments under adequate lighting conditions. In low-light environments, the imaging pipeline automatically transitions to 12MP resolution using pixel-binning technology to control digital noise. For full-resolution outputs, the Hasselblad Hi-Res Mode delivers 50MP capture across five focal lengths and processes multi-frame data into complete 200MP files from supported modules.

Color accuracy and dynamic range are managed through a redesigned True Color Camera system. The hardware combines a 24-channel multi-spectrum light sensor with DAG and DCG-HDR technologies, providing up to 17 stops of dynamic range to process mixed color temperatures and backlit scenes like sunsets. The LUMO True Color Engine calculates white balance using inputs from this 24-channel sensor to preserve authentic hues for skin tones, foliage, and sky elements without unnatural saturation boosts.

Tone management relies on the LUMO Natural Tone Engine, adapted from the Hasselblad Master Mode previously introduced on the Find X7 Series. The processing algorithm applies global tone mapping alongside localized exposure balance to avoid over-brightening or excessive shadow crushing during difficult backlit portraits. Consumers can follow official product distribution and availability updates through the official OPPO Thailand channels.

#OPPOFindX10SeriesTH #กล้องHasselbladสีสันสมจริง #เก็บภาพอย่างที่เห็น #oppothailand

Comments

comments