เอเอ็มดีเปิดตัวซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์ตระกูลอีพิครุ่นใหม่ล่าสุด อัดแน่นด้วยสถาปัตยกรรมเซนไฟว์สูงสุดแปดสิบสี่คอร์ ชูจุดเด่นประสิทธิภาพสูงแต่กินไฟน้อย ตอบโจทย์ระบบคลาวด์และโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัด
AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ล่าสุด AMD EPYC 8005 อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานด้าน Edge Computing กลุ่มโทรคมนาคม และคลาวด์สตอเรจ ภายใต้คอนเซปต์ Triple Threat ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพการประมวลผลอันทรงพลัง การประหยัดพลังงานขั้นสุด และดีไซน์ขนาดเล็กกะทัดรัดสำหรับการติดตั้งในพื้นที่จำกัด
ซีพียูตระกูล EPYC 8005 หรือในโค้ดเนม Sorano ได้รับการพัฒนาบนสถาปัตยกรรม Zen 5 ตัวใหม่ล่าสุด โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับแต่งคอร์ประมวลผลได้ตั้งแต่ 8 คอร์ ไปจนถึงขีดสุดที่ 84 คอร์ รองรับการทำงาน 168 เธรด ภายใต้การออกแบบแพลตฟอร์มแบบซ็อกเก็ตเดี่ยว ตัวชิปใช้พลังงาน TDP เพียง 70 ถึง 225 วัตต์ ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับความแรงที่ได้รับ นอกจากนี้ยังรองรับหน่วยความจำ DDR5-6400 แบบ 6 แชนเนล และมีช่องทางเชื่อมต่อความเร็วสูง PCIe Gen 5 สูงถึง 96 เลน ทำให้สามารถรองรับปริมาณการส่งข้อมูลแบนด์วิดท์มหาศาลได้อย่างไม่มีคอขวด
จุดเด่นที่สำคัญสำหรับวงการโทรคมนาคมคือการรองรับแพลตฟอร์มที่ผ่านมาตรฐานอุปกรณ์เครือข่าย NEBS ทำให้สามารถนำไปติดตั้งในตู้เซิร์ฟเวอร์ภายนอกอาคารหรือพื้นที่ไซต์เสาสัญญาณได้อย่างทนทาน ตอบรับเวิร์กโหลดอย่าง vRAN ที่ต้องการการประมวลผลแบบเรียลไทม์ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ตัวชิปยังคงใช้สถาปัตยกรรม x86 ที่รองรับชุดคำสั่ง AVX-512 ทำให้องค์กรสามารถย้ายระบบซอฟต์แวร์เดิมมาใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องคอมไพล์โค้ดใหม่ ช่วยลดความเสี่ยงในการอัปเกรดระบบ
ไมเคิล คิม รองประธานและหัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเครือข่ายเสมือนจากซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ ได้กล่าวถึงศักยภาพของนวัตกรรมนี้ไว้ว่า การผสมผสานที่ทรงพลังนี้ได้มอบทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับขยายโครงข่ายที่ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องการ เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์อย่างเต็มรูปแบบ
ทาง AMD ยังได้เผยตัวเลขผลทดสอบด้วยว่า โปรเซสเซอร์รุ่นนี้สามารถทำผลงานด้านความคุ้มค่าต่อวัตต์และต่อดอลลาร์ได้ดีกว่าคู่แข่งในตลาดสถาปัตยกรรมเดียวกันถึง 48 เปอร์เซ็นต์ การมาของ AMD EPYC 8005 จึงถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับองค์กรที่ต้องการนำระบบประมวลผล AI และเซิร์ฟเวอร์ทรงพลังไปตั้งไว้ใกล้ตัวผู้ใช้งานให้มากที่สุดโดยไม่สร้างภาระด้านค่าไฟและพื้นที่

