DHL Express เปิดเที่ยวบินตรง Shanghai–Bangkok รายวันด้วย Boeing 767 รองรับสินค้าสูงสุด 50 ตัน เชื่อมจีน อินโดจีน ตะวันออกกลาง และยุโรป

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ประกาศเสริมศักยภาพเครือข่ายการขนส่งด้วยการเปิดตัวเที่ยวบินตรงเส้นทางใหม่ เซี่ยงไฮ้–กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสินค้าบนเส้นทางการค้าระหว่างจีนและเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคอินโดจีน โดยเส้นทางบินใหม่นี้ครอบคลุม ‘เซี่ยงไฮ้–กรุงเทพฯ–บาห์เรน*–บรัสเซลส์–เซี่ยงไฮ้’ ซึ่งจะช่วยยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์กลางการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ และตลาดผู้บริโภค ครอบคลุมทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป

เที่ยวบินดังกล่าวให้บริการด้วยเครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง 767 ของดีเอชแอล ซึ่งรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 50 ตัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ในการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายขีดความสามารถของเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน เสริมความแข็งแกร่งด้านการขนส่งให้กับลูกค้าในตลาดที่มีการเติบโตสูง ขณะเดียวกัน ยังแสดงให้เห็นถึงการติดตามทิศทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของดีเอชแอล และความพร้อมในการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางการค้า

กรุงเทพฯ ถือเป็นเกทเวย์สำคัญสู่ภูมิภาคอินโดจีน ขณะที่บาห์เรนและบรัสเซลส์เป็นศูนย์กลางการขนส่งหลักที่สำคัญของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส การเปิดเส้นทางเซี่ยงไฮ้–กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ช่วยให้ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส สามารถรวบรวมและบริหารจัดการการจัดส่งสินค้าที่มาจากจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนจะเชื่อมโยงไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วยุโรป และตะวันออกกลาง

ปาริชาติ ประมุขกุล, กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า “ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตระดับโลก เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนของภาคธุรกิจในการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน ดังนั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเพื่อสนับสนุนการเติบโตนี้ คือการทำให้มั่นใจว่าธุรกิจต่างๆ จะสามารถเข้าถึงวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูปได้อย่างรวดเร็ว และดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เที่ยวบินตรงเซี่ยงไฮ้–กรุงเทพฯ นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานของการจัดหาวัตถุดิบข้ามแดนในภูมิภาค พร้อมมอบความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือ เพื่อขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจ และนำสินค้าที่ผลิตในไทยออกสู่ตลาดโลก”

คีแรน โอเนล, ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์ขนส่งสินค้ากรุงเทพฯ (Bangkok Hub) กล่าวว่า “การนำเครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง 767 ที่รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 50 ตันเข้ามาให้บริการในศูนย์ขนส่งสินค้าของเราช่วยยกระดับศักยภาพในการรวบรวม คัดแยก และจัดเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลางได้อย่างมาก โครงสร้างพื้นฐานของเรามีความพร้อมเต็มที่ในการรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำบทบาทของ Bangkok Hub ในฐานะกลไกขับเคลื่อนการค้าในภูมิภาค และทำให้ผู้ประกอบการในไทยและอินโดจีนใช้เวลาในการขนส่งที่รวดเร็ว และแม่นยำเพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดโลก”

การให้บริการเที่ยวบินนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ผู้ผลิตและผู้ค้าในตลาดต่างๆ เช่น ไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว มีการจัดหาวัตถุดิบจากจีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำหรับลูกค้าหลายราย การขนส่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตที่ครอบคลุมหลายประเทศ เมื่อการค้าระหว่างจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส จึงมุ่งมั่นพัฒนาความเร็ว ความยืดหยุ่น และความยืดหยุ่นของเครือข่ายการขนส่ง สำหรับลูกค้าที่จัดส่งวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูปทั่วเอเชียไปสู่ตลาดโลก โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ยังได้ขยายศูนย์กระจายสินค้าเซินเจิ้น (Shenzhen Gateway) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน ซึ่งสามารถรองรับสินค้าได้ถึง 900 ตันต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 3 เท่าของความสามารถในการรองรับเดิม เพื่อรองรับการค้าข้ามแดนและธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน 

ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจในยุโรปและตะวันออกกลางยังคงมีการค้าขายอย่างคับคั่งกับพันธมิตรในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จึงช่วยเปิดโอกาสทางการค้าที่มากยิ่งขึ้น และเสริมสร้างความสามารถในการเข้าถึงตลาดของทั้งสองภูมิภาค ในยุคที่กิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศกระจายตัวอยู่ทั่วโลกมากกว่าการกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง 

ท่ามกลางการค้าภายในภูมิภาคเอเชียและการค้าโลกที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ดีเอชแอล ยังคงมุ่งมั่นลงทุนในเครือข่ายการขนส่งทางอากาศเฉพาะของบริษัท ตัวอย่างล่าสุด ได้แก่ การเปิดตัวบริการขนส่งข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเส้นทางใหม่ (Transpacific) โดย ดีเอชแอล โกลบอล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง (DHL Global Forwarding) ที่เชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกา โดยการขยายเครือข่ายเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจเข้ากับตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความคล่องตัวสูง

DHL Express Launches Daily Shanghai–Bangkok Direct Flight with Up to 50-Tonne Cargo Capacity

DHL Express is expanding its air network in Asia with a new daily direct flight between Shanghai and Bangkok, supporting growing trade flows between China, Thailand and the wider Indochina region while strengthening connections to the Middle East and Europe.

The new route covers Shanghai–Bangkok–Bahrain–Brussels–Shanghai and is operated by a Boeing 767 freighter with a maximum payload of up to 50 tonnes. DHL positions Bangkok as a key gateway for consolidating and routing shipments from China and Southeast Asia before connecting them to markets across Europe and the Middle East.

The service comes as manufacturers and traders in Thailand, Vietnam, Cambodia and Laos increasingly source raw materials and components from China. With many production chains now spanning multiple countries, speed and reliability in logistics are becoming increasingly important to business operations.

Parichat Pramukkul, Managing Director of DHL Express Thailand and Head of Indochina, said the direct Shanghai–Bangkok service would strengthen cross-border sourcing infrastructure in the region while providing the speed and reliability businesses need to expand and bring Thai-made products to global markets.

Kieran O’Neill, General Manager of the Bangkok Hub, said the deployment of the Boeing 767 would significantly enhance the hub’s ability to consolidate, sort and route shipments between Asia, Europe and the Middle East, while supporting growing cargo volumes from Thailand and Indochina.

The expansion follows DHL Express’ recent upgrade of its Shenzhen Gateway at Shenzhen Bao’an International Airport, which can now handle up to 900 tonnes of cargo per day, around three times its previous capacity, to support growing cross-border trade and e-commerce in China.

The Shanghai–Bangkok route is another step in DHL’s broader network expansion strategy, connecting major production hubs and consumer markets in Asia with the Middle East and Europe while giving businesses in Thailand and Indochina faster access to global markets.

Comments

comments