Veeam เปิด 3 PrivacyOps AI Agents บน DataAI Command Platform อัตโนมัติงาน Consent, DSR และ Compliance พร้อมลดเวลาจัดทำแบบฟอร์ม DSR ราว 50%

Veeam Software ซึ่งเป็น The Data and AI Trust Company นำเสนอ agentic AI ศักยภาพสูงบน Veeam DataAI™ Command Platform โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรนำมาตรการดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและ AI governance ไปปฏิบัติได้จริงในสภาพแวดล้อมข้อมูลและ AI ที่ซับซ้อน

องค์กรธุรกิจในประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทยกำหนดหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในระบบ AI รวมถึงข้อพิจารณาด้านการขอความยินยอมและการโอนข้อมูลข้ามพรมแดน ทั้งนี้ ร่างแนวปฏิบัติของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการพัฒนาและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และร่างพระราชบัญญัติ AI ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีข้อเสนอเกี่ยวกับข้อกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลใช้บังคับต่อเมื่อได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย โทษปรับทางปกครองสะสมภายใต้ PDPA มีมูลค่าเกินกว่า 21.5 ล้านบาท จาก 6 กรณี และ 9 คำสั่ง รวมถึงค่าปรับ 8 รายการ มูลค่ารวม 14.5 ล้านบาท ที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ PDPA ยังกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งต่อสำนักงาน PDPC ในทันที หรือภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึงเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล อย่างไรก็ตาม โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวจำนวนมากยังต้องอาศัยการประเมินด้วยตนเอง สเปรดชีต และกระบวนการทำงานที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทยของ Veeam กล่าวว่า “สำหรับองค์กรธุรกิจไทย เรื่องนี้ไม่ใช่การถกเถียงในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป เพราะ PDPC ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใน AI ขณะที่ ETDA ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ AI ว่าทุกธุรกิจต้องแสดงให้เห็นได้ว่า AI ขององค์กรใช้ข้อมูลอย่างไร รวมทั้งตอบสนองนโยบายการกำกับดูแลอย่างไร ขณะที่ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล(regulated sectors)ต่างขยายขอบเขตการใช้งาน AI ดังนั้น ความสามารถในการแสดงหลักฐานของการกำกับดูแล ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตั้งแต่แรก ไม่ใช่สิ่งที่นำมาเพิ่มภายหลัง”
นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจในประเทศไทยวางใจเลือกใช้ Veeam ในด้าน Data Resilience มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) สามารถลดระยะเวลาการกู้คืนและการค้นหาข้อมูลจากหนึ่งชั่วโมงเหลือเพียงห้านาที ขณะที่ KBTG ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย ประหยัดเวลาการทำงานด้านธุรการได้ราว 900 ชั่วโมงต่อเดือน พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย; และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไอทีได้ถึง 99% ความเชี่ยวชาญด้านการกู้คืนข้อมูลที่สั่งสมมานี้ จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการขยายขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลในยุค Agentic AI
เมื่อผู้ใช้งานเลือกตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เช่น การปฏิเสธเทคโนโลยีการติดตาม หรือจำกัดวิธีการที่ข้อมูลของตนจะถูกป้อนให้กับโมเดลของ AI ความต้องการเหล่านั้นต้องได้รับการตอบสนองจากทุกระบบที่ข้อมูลเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะระบบที่ผู้ใช้กดเลือกเท่านั้น โดย Consent Agent ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยระบุช่องว่างที่เกี่ยวข้องกับการขอความยินยอมและสนับสนุนเวิร์กโฟลว์การแก้ไข ทำให้ทีมงานด้านความเป็นส่วนตัว กฎหมาย และการตลาดมองเห็นการกำกับดูแลการขอความยินยอมทั่วทั้งระบบที่เชื่อมโยงกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกเหนือจาก Consent Agent แล้ว Veeam ยังได้แนะนำ AI agents เพิ่มอีกสองตัวที่ช่วยแบ่งเบางานปฏิบัติการที่ใช้เวลามากที่สุดออกจากทีมงานด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งรวมถึงการทำแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับคำขอด้านความเป็นส่วนตัวและการประเมินการปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วไปให้เป็นแบบอัตโนมัติด้วย

“ในโลกยุคปัจจุบัน วิธีการคิดในด้านความเป็นส่วนตัวและการกำกับดูแล AI ต้องปรับเปลี่ยนให้ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง นโยบายที่ตายตัวและการรายงานรายไตรมาสถูกออกแบบมาสำหรับโลกที่ข้อมูลเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าและ AI ยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจ ทว่า โลกใบนั้นได้จบสิ้นลงแล้ว” Michael Dolan รองประธานและ Chief Privacy Officer ของ Best Buy กล่าว
PrivacyOps AI agents บนเฟรมเวิร์กของ DataAI Command Platform
Consent Agent, Data Subject Request Agent และ Assessment Agent พร้อมให้บริการแล้วในฐานะส่วนหนึ่งของ Veeam DataAI™ Command Platform โดยทำให้เวิร์กโฟลว์ด้านความเป็นส่วนตัวและการกำกับดูแล AI ที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินงานได้แบบอัตโนมัติ ช่วยให้ทีมงานเน้นการตัดสินใจที่ต้องใช้ดุลยพินิจของมนุษย์
Consent Agent: AI agent แบบครบวงจรสำหรับการกำกับดูแลการขอความยินยอมและการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริหารจัดการระบบการขอความยินยอมแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบนเนอร์และการทดสอบอัตโนมัติ ไปจนถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและการแก้ไขอัตโนมัติ โดยจับสัญญาณการขอความยินยอมของผู้ใช้จากโดเมนของลูกค้า รวมถึงการตั้งค่าคุกกี้ การปฏิเสธข้อเสนอทางการตลาด การเพิกถอนสิทธิ์สำหรับการปรับแต่งด้วย AI และข้อจำกัดการประมวลผลปลายทาง จากนั้นจะช่วยส่งต่อและบังคับใช้สัญญาณเหล่านั้นในระบบที่เชื่อมโยงและได้รับการกำหนดค่าให้รองรับความต้องการดังกล่าว รวมถึงแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ AI pipelines เทคโนโลยีโฆษณา แอปพลิเคชัน SaaS และระบบนิเวศของบุคคลที่สาม ด้วยพลังจากฐานข้อมูลกฎระเบียบของ Veeam เอเจนต์นี้ให้บริการการประเมินความเสี่ยงภายใต้ขอบเขตอำนาจทางกฎหมาย (jurisdiction-aware risk scoring) และแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ โดย Consent Agent พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้
Data Subject Request Agent: สร้างและดูแลแบบฟอร์มสำหรับรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลที่กำหนดค่าให้เหมาะกับขอบเขตการดำเนินงานและกฎระเบียบขององค์กร ทีมงานสามารถจัดทำแบบฟอร์มได้ภายในไม่กี่นาทีและปรับให้เป็นปัจจุบันตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ โดยไม่ต้องรอการตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายหรือใช้เวลาของนักพัฒนาทุกครั้งที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง Veeam ประมาณการว่า Data Subject Request Agent สามารถลดเวลาในการจัดทำแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (DSR) ได้ราว 50% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและการนำไปใช้งานขององค์กร โดย Data Subject Request Agent พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้
Assessment Agent: วิเคราะห์หลักฐานสนับสนุนเพื่อจัดทำคำตอบสำหรับแบบประเมินที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละองค์กร ครอบคลุมการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA) การประเมินความสอดคล้องตาม EU AI Act และแบบสอบถามความเสี่ยงของผู้ขาย โดย Assessment Agent พร้อมให้บริการแล้วในวันนี้

สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานด้านความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการกำกับดูแล AI
ความสามารถต่าง ๆ ที่กล่าวถึงนี้มีอยู่ใน Veeam DataAI™ Command Platform ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรสำหรับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและ AI โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ผสานรวม DataAI Security, DataAI Governance, DataAI Compliance, DataAI Privacy และ DataAI Resilience เข้าด้วยกัน และขับเคลื่อนด้วย DataAI Command Graph ซึ่งเป็นชั้นข้อมูลอัจฉริยะของ Veeam ที่มีส่วนเชื่อมต่อหลายร้อยรายการ ครอบคลุมสภาพแวดล้อมบนคลาวด์ SaaS และภายในองค์กร
DataAI Privacy ขับเคลื่อนด้วย People Data Graph ซึ่งเป็นกราฟข้อมูลอัจฉริยะด้านอัตลักษณ์ (identity intelligence graph) ที่ออกแบบมาเพื่อรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างเข้าด้วยกันในสภาพแวดล้อมไฮบริดมัลติคลาวด์ สิ่งนี้สนับสนุนการบังคับใช้นโยบายแบบเรียลไทม์ตามเขตอำนาจกฎหมาย และสร้างหลักฐานที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบ (audit-ready evidence) ว่ามีการนำเจตนารมณ์และนโยบายไปปรับใช้อย่างไร AI agents ของ Veeam ทำงานบนบริบทที่อัปเดตอย่างต่อเนื่องแทนที่จะเป็นภาพรวม ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง จึงช่วยให้การกำกับดูแลก้าวทันกับ AI
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI agents เหล่านี้ได้ที่บล็อกของ Veeam ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.veeam.com
Veeam Launches Three AI Agents for Privacy and AI Governance, Cutting DSR Form Creation Time by Around 50%
Veeam has introduced three PrivacyOps AI agents on the Veeam DataAI Command Platform to automate privacy, consent and regulatory-compliance workflows. The company estimates that its Data Subject Request Agent can reduce the time required to create data-subject request forms by around 50%, depending on each organisation’s requirements and implementation.
The three agents, now available, are Consent Agent, Data Subject Request Agent and Assessment Agent. They are designed to remove time-consuming operational work from privacy, legal and governance teams, allowing personnel to focus on decisions requiring human judgement.
Consent Agent monitors user-consent signals, including cookie preferences, marketing opt-outs, the withdrawal of permission for AI personalisation and downstream processing restrictions. It then helps propagate and enforce those preferences across configured systems, including analytics platforms, AI pipelines, advertising technology, SaaS applications and third-party ecosystems.
Data Subject Request Agent creates and maintains forms for exercising data-subject rights according to an organisation’s operating scope and regulatory requirements. Forms can be updated as regulations change, with Veeam estimating a reduction of around 50% in preparation time.
Assessment Agent analyses supporting evidence and prepares responses for organisation-specific assessments. Its scope includes Data Protection Impact Assessments, EU AI Act assessments and vendor-risk questionnaires.
“The ability to demonstrate evidence of governance must be built into operations from the beginning,” said Jessada Pasworawit, Senior Director for Thailand at Veeam. He said organisations must be able to explain how their AI systems use data and how they comply with governance policies.
The launch comes as Thailand strengthens its data-governance environment. Under the Personal Data Protection Act, organisations must notify the PDPC immediately or within 72 hours of becoming aware of a personal-data breach, unless the incident is unlikely to pose a risk to the rights and freedoms of data subjects.
Veeam said cumulative administrative penalties under the PDPA have exceeded THB 21.5 million across six cases and nine orders. The PDPC opened a public consultation on draft guidance covering personal-data protection in AI development and use in February 2026, while ETDA consulted on a draft AI Act in July 2026. These proposals will become enforceable only if they complete the legislative process and are enacted.
All three agents operate within the Veeam DataAI Command Platform, which brings together DataAI Security, Governance, Compliance, Privacy and Resilience. The platform provides hundreds of connections across cloud, SaaS and on-premises environments.
DataAI Privacy is powered by People Data Graph, an identity-intelligence graph designed to unify structured and unstructured personal data across hybrid multicloud environments. This supports real-time policy enforcement based on legal jurisdiction and generates audit-ready evidence showing how data policies have been applied across connected systems.
