ทรู คอร์ปอเรชั่น เฝ้าระวังเครือข่ายสื่อสารใน 11 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ส่งทีมวิศวกรนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าลุยน้ำเสริมสถานีฐานแฟลตคลองจั่น พร้อมใช้ AI ดูแลระบบ 24 ชั่วโมง

ทรู คอร์ปอเรชั่น เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฝ้าระวังสถานการณ์สถานีฐานรองรับการสื่อสารเพิ่มใน 11 จังหวัดเสี่ยง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยทีมวิศวกรเครือข่ายทรูติดตามสถานการณ์น้ำและความเสี่ยงต่อโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมทีมและอุปกรณ์รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสาร เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่แฟลตเคหะคลองจั่น ซึ่งยังคงเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมขังยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างหนัก ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าดูแลการสื่อสารด้วยความห่วงใย ส่งทีมวิศวกรเครือข่ายลุยระดับน้ำสูง พร้อมใช้เรือท้องแบนลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์เข้าไปเสริมสถานีฐานภายในชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่าย รองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่
ทรู คอร์ปอเรชั่นได้บริหารจัดการโครงข่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และมีการระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าในบางจุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ทรูได้เพิ่มการรองรับสัญญาณจากสถานีฐานบริเวณใกล้เคียง ทำให้ประชาชนยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ตามปกติ พร้อมเสริมมาตรการอีกขั้นด้วยการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าไปจ่ายไฟให้สถานีฐานภายในชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่าย รองรับการใช้งานสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังต้องเฝ้าระวัง

วิศวกรทรูฝ่าน้ำท่วมสูง นำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสริมสถานีฐาน เพิ่มความพร้อมการสื่อสาร 24 ชั่วโมง
ภารกิจครั้งนี้ ทีมวิศวกรทรูได้ลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์อะไหล่ที่จำเป็นขึ้นเรือท้องแบน ฝ่าระดับน้ำที่บางจุดสูงถึงระดับอก ก่อนนำอุปกรณ์ขึ้นอาคารแฟลตและติดตั้งระบบจ่ายไฟให้กับสถานีฐานบนอาคาร เพื่อเพิ่มความพร้อมและขีดความสามารถของโครงข่ายให้รองรับการใช้งานภายในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการโทร การใช้งานดาต้า การติดต่อกับครอบครัว การติดตามข้อมูลสถานการณ์ ตลอดจนการประสานขอความช่วยเหลือของประชาชนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

เบื้องหลังการดูแลโครงข่ายท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ทรู คอร์ปอเรชั่นได้นำ AI รูปแบบ Predictive Analytics มาใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงต่อโครงข่ายล่วงหน้า โดยสามารถประเมินสถานการณ์ในกรณีที่พื้นที่มีแนวโน้มเกิดไฟฟ้าดับต่อเนื่อง ว่าสถานีฐานจุดใดอาจได้รับผลกระทบในช่วงเวลาใด รวมถึงวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของความครอบคลุมสัญญาณและขีดความสามารถในการรองรับการใช้งาน เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการส่งทีมวิศวกร ระบบไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์เข้าเสริมในแต่ละพื้นที่ ลดผลกระทบต่อการใช้งานของประชาชนให้ได้มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business Network Intelligence Center (BNIC) ใช้ AI วิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีฐานต่างๆ เป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์โครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงตามที่ระบบคาดการณ์ไว้ ศูนย์ BNIC จะประสานทีมภาคสนามให้เข้าดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้การดูแลโครงข่ายสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านความพร้อมภาคสนาม ทรูได้เตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับสถานีฐาน และอุปกรณ์โครงข่ายสำรอง รวมถึงรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) เรือท้องแบน และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมและเสริมความพร้อมของโครงข่ายได้ตามสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานีฐานสำคัญ (Critical Cell Sites) ที่รองรับโรงพยาบาล สนามบิน ศูนย์บัญชาการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมประสานการทำงานกับสำนักงาน กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมด้วยความห่วงใย
นอกเหนือจากภารกิจดูแลโครงข่าย ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังส่งต่อความห่วงใยไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบในแฟลตเคหะคลองจั่น โดยนำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเข้าไปมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ยังคงอยู่ภายในชุมชน
พร้อมกันนี้ ทรูยังคงติดตามและดูแลการสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งทีมวิศวกรได้เข้าดูแลโครงข่าย พร้อมนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (COW) เข้าเสริมสัญญาณ เพื่อรองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชน รวมถึงการประสานงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าช่วยเหลือในพื้นที่
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังต้องเฝ้าระวัง ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงติดตามสถานการณ์และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งทีมวิศวกรและอุปกรณ์เข้าพื้นที่ตามความจำเป็น เพื่อให้การสื่อสารยังคงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่เชื่อมประชาชนกับครอบครัว ข้อมูลข่าวสาร และความช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤต

True Deploys Backup Generators to Khlong Chan Base Stations After Local Power Cuts, Monitors Flood Risks in 11 Provinces
True Corporation has sent engineers to transport generators and equipment by flat-bottomed boat to the Khlong Chan housing community. The equipment supplies power to local base stations and increases communications capacity after the Metropolitan Electricity Authority suspended electricity supply at some locations for safety during flooding.
Before deploying the generators, True increased coverage support from nearby base stations. The company said residents remained able to communicate normally. Adding backup power to base stations on the housing buildings provides further capacity for residents’ voice and data use, as well as communications among flood relief personnel.
Engineers transported generators and spare parts through areas where water reached chest height before moving the equipment onto the buildings and installing power systems for the base stations. Prolonged flooding continues to affect daily life in the community.
True uses AI-based predictive analytics to assess network risks and help allocate personnel and equipment. This includes estimating which base stations may be affected, and when, during prolonged power outages, alongside analysing changes in coverage and capacity. The information helps prioritise the deployment of engineers, backup power systems and equipment.
The Business Network Intelligence Center (BNIC) monitors the network around the clock, using AI to analyse and connect data from base stations. When it detects abnormalities or predicted risks, the centre coordinates a response from field teams.
True has also increased base station monitoring in 11 provinces following the Royal Irrigation Department’s decision to raise discharge from the Chao Phraya Dam. These are Uthai Thani, Chai Nat, Sing Buri, Ang Thong, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Suphan Buri, Lop Buri, Pathum Thani, Nonthaburi, Samut Prakan and Bangkok. Teams and equipment are on standby as conditions change.
Prepared resources include generators, fuel, batteries, backup power systems and network equipment, along with Cell-On-Wheel (COW) mobile base stations, flat-bottomed boats and four-wheel-drive vehicles. Priority is given to base stations serving hospitals, airports, command centres, public assistance centres and critical infrastructure. True is coordinating with the Office of the National Broadcasting and Telecommunications Commission, the Department of Disaster Prevention and Mitigation and other relevant agencies.
Alongside its network operations in Khlong Chan, True has distributed drinking water and essential supplies to residents remaining in the community. It is also monitoring other flooded areas, including Rom Klao housing in Lat Krabang, where a COW unit has been deployed to support residents and relief personnel. The company said it would continue monitoring conditions 24 hours a day and deploy teams as needed.
