Cisco เผยรายงาน Relentless Defense ชี้องค์กรไทยเพียง 57% มั่นใจรับมือ AI Agent ถูกแทรกแซง ขณะที่ 83% เจอฟันด์ร้ายแรงใน 1 ปี ระบุอุปสรรคภายในถ่วงสปีดรับมือภัยไซเบอร์

เทคโนโลยี AI ทำให้ภัยคุกคามเกิดรวดเร็วขึ้น ขณะที่กระบวนการอนุมัติในองค์กรที่ล่าช้า ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย และทีมงานที่ไม่ประสานกัน คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้การรับมือภัยคุกคามช้าลง

สรุปประเด็นสำคัญ: 

  • AI กำลังเพิ่มระดับความเสี่ยง: 83% ขององค์กรในไทยเผชิญเหตุการณ์ไซเบอร์ร้ายแรงที่กระทบการดำเนินธุรกิจใน 1 ปีที่ผ่านมา โดยกว่า 2 ใน 5 เป็นการโจมตีที่นำ AI มาช่วย
  • อุปสรรคใหญ่ที่สุดมาจาก “ภายในองค์กร” ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี: ประมาณ 6 ใน 10 ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทั่วโลกที่กำลังประสบปัญหา ระบุว่าศักยภาพขององค์กร เช่น การประสานงาน กระบวนการอนุมัติ และการเข้าถึงข้อมูล คือสิ่งที่ต้องแก้ไข ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี
  • ผู้นำด้านการป้องกันมีการจัดการองค์กรที่ดีกว่า: ในกลุ่มองค์กรที่มีการเพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ กลุ่มองค์กรที่มีระบบป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง (Relentless Defenders) ซึ่งคิดเป็น 8% ขององค์กรทั่วโลก มีแนวโน้มที่จะพบเหตุการณ์ภัยคุกคามลดลงสูงกว่าสองเท่า (71% เทียบกับ 27% ในองค์กรทั่วไปของไทย)

 องค์กรที่ไม่สามารถประสานงานบุคลากรเพื่อรับมือภัยคุกคามได้ภายในหนึ่งวัน ย่อมเป็นเรื่องยากในการกำกับดูแลระบบอัตโนมัติอย่าง AI Agent ที่ทำงานและตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาที รายงานฉบับใหม่จากซิสโก้ ผู้นำด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในยุค AI ระบุว่า องค์กรที่มีระบบการป้องกันทางไซเบอร์ดีที่สุดไม่ได้พึ่งพาความแข็งแกร่งเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นการผสานรวมความครอบคลุมของระบบ ไม่ว่าจะเป็นการรับมืออย่างรวดเร็ว และทีมงานที่ทำงานเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่มีอุปสรรคในการดำเนินงาน

รายงาน Relentless Defense Report ของซิสโก้ ได้สำรวจวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ปรับตัวเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจาก AI โดยรายงานประเมินคะแนนองค์กรจากการปกป้องระบบ รวมถึงความรวดเร็วในการตรวจจับ การตอบสนอง และการแก้ไขปัญหา ตลอดจนปัจจัยที่ทำให้การทำงานล่าช้า ผลสำรวจพบว่าคะแนนเฉลี่ยขององค์กรในไทยอยู่ที่ 70 จาก 100 คะแนน และมีองค์กรในไทย 19% ที่จัดอยู่ในกลุ่มประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งซิสโก้เรียกว่า “กลุ่มองค์กรที่มีระบบป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง” เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่เพียง 8%

อย่างไรก็ดี คำถามสำคัญคือ “องค์กรในประเทศไทยจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำนี้ไว้ได้หรือไม่ ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรง รวดเร็ว และซับซ้อนยิ่งขึ้น?”

นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ กล่าวว่า “AI ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมและยกระดับความเสี่ยงด้านการป้องกันไซเบอร์อย่างเห็นได้ชัด ในยุคนี้ ความรวดเร็วในการรับมือภัยคุกคามขึ้นอยู่กับความคล่องตัวในการดำเนินงาน ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว องค์กรที่จะรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้ คือองค์กรที่หลอมรวมความปลอดภัยไซเบอร์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ไม่ได้มองว่าเป็นเพียงการทำตามข้อกำหนดมาตรฐาน และต้องขจัดปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อให้ทีมงานสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที”

ปัจจัยที่ทำให้ทีมความปลอดภัยไซเบอร์เสียเวลา

รายงานระบุว่า “ข้อจำกัดด้านกระบวนการภายในองค์กร” คืออุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการสร้างระบบป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง แต่อุปสรรคเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ทีมความปลอดภัยจะแก้ไขได้เพียงลำพัง เพราะทั้งขอบเขตความรับผิดชอบ ขั้นตอนการอนุมัติ และการทำงานแบบแยกส่วนล้วนเกี่ยวข้องกับทั้งฝ่าย IT ฝ่ายจัดซื้อ และผู้บริหารระดับสูง เมื่อทีมงานไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว อำนาจการตัดสินใจไม่มีความชัดเจน และข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างกระจัดกระจาย การนำ AI มาปรับใช้และกำกับดูแลจึงยิ่งกลายเป็นเรื่องซับซ้อนยิ่งขึ้น

  • การประสานงาน: มีองค์กรในไทยเพียง 39% ที่ระบุว่าทีมความปลอดภัย ไซเบอร์ ทีมเครือข่าย และทีม IT ทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียว โดยใช้เครื่องมือและมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน
  • การสื่อสารกับผู้บริหาร: 49% ขององค์กรในไทยระบุว่าตัวชี้วัดที่มีอยู่มีความเป็นเทคนิคมากเกินไปจนไม่สามารถโน้มน้าวผู้บริหารได้, 38% ประสบปัญหาในการแปลงข้อมูลเชิงธุรกิจให้เป็นข้อมูลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ และ 27% ยังไม่มีวิธีการวัดประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เป็นมาตรฐานชัดเจน
  • การเข้าถึงข้อมูล: 45% ขององค์กรในไทยต้องเสียเวลาไปกับการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ มากกว่าการจัดการกับภัยคุกคามจริง และ 43% ระบุว่าพลาดข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเนื่องจากข้อมูลจัดเก็บในจุดที่เข้าถึงได้ยาก

AI ช่วยให้ทีมป้องกันภัยไซเบอร์ทำงานได้เร็วขึ้น แต่ “ความกังวลด้านความปลอดภัย” ยังคงเป็นอุปสรรคที่ทำให้การนำ AI มาใช้ต้องล่าช้าออกไป

บุคลากรด้านไซเบอร์ในไทยมากกว่า 90% ระบุว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและรับมือภัยคุกคามได้ดีขึ้นอย่างน้อย 25% ขณะที่มากกว่า 1 ใน 3 ยืนยันว่า AI ช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานลงได้อย่างชัดเจน

ประเทศไทยมีการเปิดรับและนำ AI มาใช้ในงานความปลอดภัยไซเบอร์รวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด โดยกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรในไทยได้ปรับใช้ศักยภาพความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างกว้างขวาง ซึ่งมีการใช้งานสูงสุดในด้านความปลอดภัยของระบบเครือข่าย และใช้งานต่ำที่สุดในด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ทั้งที่เป็นส่วนที่ AI สามารถเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของทีมความปลอดภัยได้โดยตรง

นอกจากนี้ 41% ขององค์กรในไทยยังไม่ได้นำ AI Agent มาใช้ในงานปฏิบัติการด้านความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังคงกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล การถูกแทรกแซงระบบ และการจัดการข้อมูลของหน่วยงานภายนอก ส่งผลให้มีองค์กรเพียง 57% เท่านั้นที่มั่นใจว่าพร้อมตรวจจับและรับมือได้หาก AI Agent ถูกแทรกแซง

ถอดรหัสความต่าง: กลุ่มองค์กรที่มีระบบป้องกันภัยไซเบอร์แข็งแกร่งทำอย่างไร?

ในระดับโลก กลุ่มองค์กรที่มีระบบป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง ให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคภายในองค์กร และการควบคุมกำกับดูแล AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรัดกุมกว่าองค์กรทั่วไป อีกทั้งยังประเมินผลลัพธ์จากการนำ AI มาใช้ในงานความปลอดภัยไซเบอร์ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากการทุ่มงบประมาณที่มากกว่า แต่เกิดจากการบริหารจัดการโครงสร้างองค์กรอย่างเป็นระบบ จนช่วยให้ทีมความปลอดภัยสามารถรับมือและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

  • 83% ทำงานร่วมกันเป็นทีมความปลอดภัยทีมเดียวที่มีการประสานงานอย่างสมบูรณ์ พร้อมแชร์ข้อมูลและเครื่องมือร่วมกันระหว่างฝ่ายความปลอดภัยไซเบอร์ เครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐาน (เทียบกับ 37% ในองค์กรทั่วไป)
  • 86% ใช้มาตรการควบคุมความปลอดภัยมาตรฐานเดียวกัน ทั้งสำหรับ AI Agent และบัญชีระบบอัตโนมัติ (Non-human Identities) (เทียบกับ 37% ในองค์กรทั่วไป) ขณะที่ 77% มั่นใจว่าจะสามารถตรวจจับและรับมือได้ทันทีหาก AI Agent ถูกแทรกแซง (เทียบกับ 51% ในองค์กรทั่วไป)
  • 25% ระบุว่า AI ช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจจับภัยคุกคามได้มากกว่า 100% (เทียบกับ 7% ในองค์กรทั่วไป)
  • ในกลุ่มองค์กรที่มีการเพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยไซเบอร์ กลุ่มองค์กรที่มีระบบป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง มีแนวโน้มที่จะพบเหตุการณ์ภัยคุกคามลดลงสูงกว่าเกือบสองเท่า (71% เทียบกับ 39% ในองค์กรทั่วไป)

Cisco Report Reveals Only 57% of Thai Organizations Confident in Handling Compromised AI Agents

A newly released Relentless Defense Report from Cisco highlights operational friction within organizations as a critical bottleneck in defending against rapid, AI-driven cyber threats. The findings indicate that while cyber threats emerge and execute in fractions of a second, delayed internal approvals, scattered data, and fragmented teams hinder timely defense operations in Thailand.

According to the study, 83% of surveyed organizations in Thailand suffered serious cybersecurity incidents that disrupted business operations over the past year. Over two-fifths of these incidents involved attacks assisted by artificial intelligence. Globally, approximately six in ten cybersecurity professionals facing operational difficulties reported that organizational barriers—such as collaboration breakdowns, approval bottlenecks, and restricted data access—serve as the root cause of defense delays rather than technology limitations.

The report evaluated organizations based on defense posture, incident response speed, and operational obstacles. Thai organizations scored an average of 70 out of 100 points, with 19% qualifying for Cisco’s high-efficiency category termed Relentless Defenders, compared to the global average of 8%.

The Managing Director of Cisco for Thailand and Myanmar stated that AI has significantly transformed and heightened cyber defense risks. The executive explained that response velocity relies directly on operational agility rather than technology alone. To sustain leadership, enterprises must embed cybersecurity directly into daily operations, move past viewing security as a mere compliance check, and eliminate internal silos to enable accurate, rapid team decisions.

Internal process roadblocks remain the primary barrier for security teams in Thailand. Only 39% of domestic organizations report that cybersecurity, networking, and IT units collaborate as a single integrated team utilizing unified tools and visible datasets. Executive communication presents another hurdle, with 49% stating technical metrics fail to persuade corporate leaders, 38% struggling to convert business information into actionable decisions, and 27% lacking standardized cybersecurity performance measurement. In addition, 45% spend more time correlating data across disparate platforms than addressing actual threats, while 43% missed critical insights because data sat in hard-to-access locations.

While more than 90% of Thai cyber personnel stated AI improves threat detection and response efficiency by at least 25%, operational security concerns continue to slow adoption. Over half of Thai enterprises deployed AI-driven security functions broadly, concentrating usage in network security while recording the lowest adoption in data security and privacy. Furthermore, 41% have not fully integrated AI Agents into daily security workflows due to data breach concerns, system compromise risks, and third-party data handling. Consequently, only 57% express confidence in detecting and responding to compromised AI Agents.

The report notes that Relentless Defenders worldwide mitigate these exposures through coordinated governance rather than increased spending. Among this group, 83% share integrated teams, tools, and data across security, network, and infrastructure divisions, compared to 37% among standard organizations. Additionally, 86% enforce standardized security controls across AI Agents and non-human identities, while 77% maintain confidence in addressing compromised automated agents, compared to 51% in typical organizations.

Comments

comments