ฮอนด้าประเทศไทยประกาศยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณใหม่ขับเคลื่อนระบบแบรนด์สู่ยุคยานยนต์อัจฉริยะซอฟต์แวร์ดีไฟนด์เวฮิเคิลผสานระบบปฏิบัติการอาซิโมโอเอสและรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่พร้อมอัพเกรดโชว์รูมใช้โลโก้ใหม่ทั่วประเทศ

Honda ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จุดพลุแผนยุทธศาสตร์ทางธุรกิจประจำปีงบประมาณ 2569 ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว” เพื่อรับมือกับการแข่งขันท่ามกลางตลาดยานยนต์ที่มีความท้าทายสูง โดยทิศทางใหม่นี้เน้นการปฏิรูปโครงสร้างใน 2 มิติหลัก คือ ด้านผลิตภัณฑ์ (Product) และ ด้านการขายและการบริการ (Sales & Services) เพื่อมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศตลอดเส้นทางการใช้งานของลูกค้า

ในพาร์ทเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ ยักษ์ใหญ่ค่ายรถยนต์รายนี้เตรียมทรานส์ฟอร์มไลน์อัปยานยนต์ไปสู่รถยนต์อัจฉริยะ หรือ Software-Defined Vehicles (SDV) อย่างเต็มตัว โดยมีระบบปฏิบัติการ ASIMO OS เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมซอฟต์แวร์ ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนและโครงสร้างตัวถังของรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (Next-gen Honda Hybrid) ทั้งมิติฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างเป็นระบบ ยิ่งไปกว่านั้นยังเตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีความสนุกอย่าง Honda S+ Shift เพื่อถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เป็น DNA ลิขสิทธิ์เฉพาะ ควบคู่ไปการยกระดับภาพลักษณ์ความแรงด้วยการเชื่อมโยงรถยนต์ที่ทำตลาดจริงเข้ากับแบรนด์ย่อยในสนามแข่งอย่าง HRC หรือ Honda Racing Corporation

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า:
“ผมขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนฮอนด้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ เรามุ่งยกระดับกลยุทธ์อย่างรอบด้าน ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งด้านการขายและการบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน (Customer Journey) ขณะเดียวกัน ฮอนด้า จะเดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างและยั่งยืน”
ขณะที่พาร์ทการขายและการตลาด Honda เดินหน้าปฏิรูปโครงข่ายโชว์รูมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศให้กลายเป็น Experience Hub ที่มุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์แบบ Wow & Stress-Free ผสานสิทธิประโยชน์และการดูแลเฉพาะบุคคลอย่างไร้รอยต่อระหว่างแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังเตรียมปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันมากขึ้น ผ่านแผนการตลาดคอลแลป (Collaboration) ร่วมกับแบรนด์ยอดนิยม รวมถึงการทยอยปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์องค์กรในศูนย์บริการด้วยการใช้โลโก้ H mark รูปแบบใหม่ภายในปีนี้เพื่อสะท้อนความทันสมัยในโลกยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน

