ETDA กางโรดแมป Digital ID ปี 2569 ยกระดับ Trust Infrastructure ไทย เชื่อม e-Service รัฐแล้ว 1,797 บริการ ดันยอดบัญชีสะสมพุ่ง 162.63 ล้านบัญชี พร้อมปลดล็อกนิติบุคคล-ต่างด้าว

ETDA เดินหน้าเร่งยกระดับ Digital ID ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นของประเทศ หรือ Trust Infrastructure หลังเชื่อมการใช้งานผ่านบริการ ThaID กับ e-Service ภาครัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ ครอบคลุมบริการสำคัญในชีวิตประจำวัน เช่น การเสียภาษี การย้ายทะเบียนบ้าน การจองทะเบียนรถ การชำระค่าน้ำ–ค่าไฟ และการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล

การขับเคลื่อนครั้งนี้อยู่ภายใต้ Digital ID Framework ระยะที่ 2 ปี 2568–2570 ที่มุ่งให้ Digital ID เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติสำหรับธุรกรรมออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ โดย ETDA ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Digital ID ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 28 ใบอนุญาต จาก 23 หน่วยงาน และมีผู้ให้บริการ Sub Certification Authority หรือ Sub CA ที่ผ่านการรับรองจาก National Root Certification Authority จำนวน 3 ราย

ภาพรวมการใช้งาน Digital ID ในไทยเริ่มขยายฐานอย่างชัดเจน โดยมีบัญชีผู้ใช้งานสะสมผ่านผู้ให้บริการ Digital ID เช่น ThaID, ทางรัฐ, หมอพร้อม, เป๋าตัง และ NDID รวมกว่า 162.63 ล้านบัญชี ข้อมูล ณ เมษายน 2569 ขณะเดียวกัน ETDA ยังเตรียมขยายการใช้งานไปสู่ e-Service ภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว แพลตฟอร์มดิจิทัล Marketplace, Social Commerce และบริการที่ต้องพึ่งพาการพิสูจน์ตัวตนที่น่าเชื่อถือ

โจทย์ใหญ่ในปี 2569 ของ ETDA จึงไม่ได้อยู่แค่การเพิ่มจำนวนบริการที่เชื่อมต่อ แต่รวมถึงการปลดล็อกการใช้งาน Digital ID ให้ครอบคลุมกลุ่มที่ยังมีข้อจำกัดในการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยเฉพาะนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง

สำหรับกลุ่มนิติบุคคล ETDA เตรียมต่อยอดกระบวนการทำธุรกรรมนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่การตรวจสอบผู้มีอำนาจ การมอบอำนาจอิเล็กทรอนิกส์ การลงนามแทนนิติบุคคล การยืนยันตัวตนออนไลน์ ไปจนถึงการทำ e-Contract ผ่าน Integrated Document Signing Platform หรือ IDSP และการทดสอบใน Sandbox ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมศุลกากร และ กพร.

ในกลุ่มคนต่างด้าว ETDA จะร่วมกับหน่วยงานอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง และกรมศุลกากร เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัลสำหรับผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยว ทำงาน ลงทุน ศึกษา หรือพำนักในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานบริการสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน Authoritative Source ที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต พร้อมวาง Use Case นำร่องในกลุ่มนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าว

ส่วนกลุ่มเปราะบาง ETDA มุ่งพัฒนาแนวทางพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่เหมาะกับผู้เยาว์ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ดูแล โดยเฉพาะบริการด้านสาธารณสุขและบริการภาครัฐที่จำเป็น ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข และบริการหมอพร้อม เพื่อให้การดำเนินการแทนสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของสิทธิและผู้ดูแลได้ ลดความเสี่ยงจากการแอบอ้าง

อีกทิศทางสำคัญคือการผลักดัน Verifiable Credentials หรือ VC และ Digital Document Wallet เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้เอกสารสำคัญในรูปแบบดิจิทัลที่ตรวจสอบได้และใช้งานข้ามหน่วยงานได้สะดวกขึ้น โดยปี 2569 จะเริ่มนำร่องเอกสารรับรองดิจิทัลใน 3 เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และใบรับรองผลการศึกษา หรือเอกสารใบอนุญาตอื่นของหน่วยงานภาครัฐ

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า “ปี 2569 จะเป็นปีที่ ETDA เดินหน้าจากการร่วมวางรากฐานไปสู่การร่วมขยายผล Digital ID ให้เกิดการใช้งานจริงมากขึ้น ทั้งในบริการภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ กลุ่มคนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง พร้อมกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล เพื่อให้บริการดิจิทัลของไทยสามารถเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจดิจิทัลโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ETDA ยังเตรียมเดินหน้าสร้างเครือข่ายผ่าน ETDA Bootcamp 2026 และเวที Digital Trust Thailand 2026 วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี แพลตฟอร์มดิจิทัล และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ในการยกระดับบริการดิจิทัลไทยให้ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

Comments

comments