Cadence ประกาศขยายความร่วมมือ Intel Foundry ดึงเทคโนโลยี Agentic AI และโซลูชัน EDA ยกระดับกระบวนการผลิตชิป Intel 14A เร่งสปีดนวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งอนาคต

Cadence (Nasdaq: CDNS) ประกาศขยายความร่วมมือกับ Intel Foundry เพื่อยกระดับการทำงานด้าน Design Technology Co-Optimization (DTCO) สำหรับเทคโนโลยีกระบวนการผลิตชิปรุ่นถัดไปของอินเทล โดยเริ่มต้นจาก Intel 14A ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวฉบับใหม่ ซึ่งผสานโซลูชันการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDA) และ Design IP ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Agentic AI ของ Cadence เข้ากับนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตและความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบขั้นสูงของอินเทล เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์แห่งอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือด้าน DTCO ดังกล่าวมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือ กระบวนการทำงาน และแนวทางการออกแบบ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้าน ประสิทธิภาพการทำงาน การใช้พลังงาน และการใช้พื้นที่บนชิป (Performance, Power and Area: PPA) โดย Cadence และอินเทลจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยี Intel 14A และพัฒนา Process Design Kits (PDKs) ที่พร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังจะนำกระบวนการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI และผลิตภัณฑ์หลักของ Cadence มาใช้ เพื่อช่วยเร่งการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงในกระบวนการออกแบบ

อนีรุดห์ เดฟแกน (Anirudh Devgan) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Cadence กล่าวว่า “การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่าง Cadence และอินเทลไปสู่ความร่วมมือเชิงลึกในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของทั้งสองบริษัท ความร่วมมือดังกล่าวจะผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถยกระดับประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน และประสิทธิภาพในการออกแบบไปอีกขั้น พร้อมผลักดันขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น และเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

นากา จันทราเซการัน (Naga Chandrasekaran) รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของ Intel Foundry กล่าวว่า “การขยายความร่วมมือกับ Cadence ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Intel Foundry ในการเดินหน้าตามโรดแมปด้านเทคโนโลยีและเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการผสานเทคโนโลยีกระบวนการผลิตและแพ็กเกจจิ้งของอินเทลเข้ากับเครื่องมือออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Cadence ทำให้เราสามารถยกระดับการทำ Co-Optimization ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสริมศักยภาพในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแสดงให้เห็นถึงความสามารถของทั้งสองบริษัทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง”

Comments

comments