bolttech เผยรายงาน Cyber Safety ไทย 90% มั่นใจความปลอดภัยออนไลน์ แต่เพียง 43% ทำตามสุขอนามัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด
ผลวิจัยล่าสุดโดยโบลท์เทค บริษัทเทคโนโลยีประกันภัยระดับโลก ระบุว่าผู้บริโภคชาวไทยให้ความตระหนักถึงความเสี่ยงทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่คาดว่าอาชญากรรมไซเบอร์จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของตน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคหลายคนยังคงมั่นใจในความปลอดภัยทางออนไลน์ของตนเองมากเกินไป ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงช่องว่างด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ที่กำลังเพิ่มขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นสาเหตุที่เกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 47) ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง การแฮ็กส์ หรืออาชญากรรมไซเบอร์ ในขณะที่ภัยคุกคามได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง ซึ่งตรวจจับได้ยาก

รายงาน Asia-Pacific Cyber Safety Landscape 2026 ของโบลท์เทค (bolttech) ได้จัดทำร่วมกับแบลกบ็อกซ์ รีเสิร์ช (Blackbox Research) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยอิสระ โดยได้สำรวจผู้บริโภคจำนวน 3,850 รายใน 11 ตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยประเมินถึงพฤติกรรมออนไลน์ ประสบการณ์และทัศนคติเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์
ความเชื่อมั่นของคนไทยขัดแย้งกับพฤติกรรมเสี่ยงทางออนไลน์
ช่องว่างการรับรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมออนไลน์ในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 47 ซึ่งสูงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 41 ผลวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันอย่างชัดเจนระหว่างความมั่นใจและพฤติกรรมที่แท้จริงของคนไทย:
- ร้อยละ 90 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยให้คะแนนพฤติกรรมการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ของตนเองในระดับ ‘ดี’ หรือ ‘ดีมาก’ แต่มีเพียงร้อยละ 43 เท่านั้นที่ปฏิบัติตามสุขอนามัยทางไซเบอร์อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ
- รหัสผ่านยังคงเป็นจุดอ่อน โดยร้อยละ 72 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบัญชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ใช้งานที่มีอายุน้อย
การหลอกลวงที่ขับเคลื่อนด้วย AI สร้างความกังวลใจ เนื่องจากอาชญากรรมไซเบอร์ยังคงเพิ่มสูงขึ้น
ความกังวลเกี่ยวกับ AI เพิ่มสูงขึ้น โดยร้อยละ 96 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยมองว่า AI จะเร่งให้เกิดการฉ้อโกงมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยี deepfake ที่สามารถบั่นทอนความน่าเชื่อถือและทำให้ยากต่อการแยกแยะระหว่างเนื้อหาที่ถูกต้องและเนื้อหาที่เป็นการหลอกลวง ตัวเลขนี้สอดคล้องกับระดับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 92

ร้อยละ 69 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยคาดว่ามีสมาชิกบางคนในครอบครัวที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ในปีหน้า ในขณะที่กว่า 9 ใน 10 คน (ร้อยละ 94) รายงานว่าเคยประสบกับภัยคุกคามไซเบอร์หรือการพยายามหลอกลวงมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจในการตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ของคนไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเพียงร้อยละ 37 เท่านั้นที่กล่าวว่าพวกเขามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะทำอย่างไร ในขณะที่ร้อยละ 59 กล่าวว่าพวกเขามั่นใจในระดับหนึ่ง เพียงแค่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรในทางทฤษฎีเท่านั้น
ภัยคุกคามไซเบอร์ได้สร้างผลกระทบทางการเงินอย่างชัดเจน โดยร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยรายงานว่าเหตุการณ์ฉ้อโกงได้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางการเงิน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 67 ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- ความเสียหายส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็กถึงปานกลาง โดยร้อยละ 28 สูญเสียเงินน้อยกว่า 50 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,600 บาท) และร้อยละ 19 สูญเสียเงินระหว่าง 50-500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,600 – 16,000 บาท)
- ผลกระทบทางอารมณ์ยังคงรุนแรง โดยร้อยละ 96 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยรายงานว่าประสบความเครียดทางอารมณ์จากภัยคุกคามไซเบอร์ โดยความปลอดภัยของข้อมูลถูกระบุว่าเป็นข้อกังวลอันดับต้นๆ
“การฉ้อโกงได้กลายเป็นอุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค” เดวิด แบล็ค ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ แบลกบ็อกซ์ รีเสิร์ช สิงคโปร์ ได้ตั้งข้อสังเกต “แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเผชิญกับภัยคุกคามจากการหลอกลวง แต่ก็ยังมีความไม่สอดคล้องกันอย่างมากระหว่างความวิตกกังวลของสาธารณชนและการกระทำส่วนบุคคล เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ระบุว่ามาตรการความปลอดภัยของตนเองไม่ทันต่อสถานการณ์”
ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจต่อสถาบันต่างๆ แต่พวกเขาก็ยังต้องการการควบคุมที่มากขึ้นในการป้องกันตนเอง
โดยร้อยละ 78 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยได้กล่าวว่าพวกเขาให้ความไว้วางใจสถาบันต่างๆ แอปพลิเคชัน หรือผู้ให้บริการทั้งหลายที่จะปกป้องข้อมูลของพวกเขา เทียบกับค่าเฉลี่ยกลางที่ร้อยละ 74 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในขณะเดียวกัน มีผู้บริโภคหลายคนแสวงหาการควบคุมที่มากขึ้นในการป้องกันตนเอง โดยร้อยละ 75 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยยินดีที่จะจ่ายเงินสำหรับโซลุชันการป้องกันทางไซเบอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่มีต่อมาตรการเพิ่มเติมในการป้องกันต่างๆ
- มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยให้ความสำคัญกับคุณสมบัติต่างๆ อย่างเช่น การตรวจสอบและการแจ้งเตือน รองลงมาคือการคุ้มครองที่มุ่งเน้นครอบครัว และบริการสนับสนุนเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์
- ผู้บริโภคที่คำนึงถึงราคามักจะเลือกใช้โซลูชันพื้นฐานมากกว่า เช่นการตรวจสอบ การแจ้งเตือน หรือการปิดกั้นหรือบล็อกการหลอกลวง
“มันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทประกันภัย ธนาคาร ผู้ให้บริการเทคโนโลยี บริษัทโทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทยจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องผู้บริโภคจากกลโกงต่างๆ” จอห์น ชาน ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและหัวหน้ากลุ่มกลยุทธ์ บริษัทโบลท์เทค กล่าว “ผู้บริโภคชาวไทยต้องการเข้าถึงโซลูชันที่ใช้งานง่ายและสามารถผสมผสานเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น เพื่อช่วยรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ทางไซเบอร์”
หากต้องการอ่านรายงานฉบับเต็มของ “Asia-Pacific Cyber Safety Landscape 2026” โปรดคลิกที่นี่
