ตลท. คัดเลือก JMART กลับเข้าคำนวณในดัชนี SET100 มีผล 13 กรกฎาคม 2569 ด้านซีอีโอเผยพร้อมเร่งเครื่องธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone และดึงเทคโนโลยี AI สร้างการเติบโตรอบใหม่
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่จะนำมาใช้คำนวณในดัชนี SET100 และ SET100FF โดยมีการคัดเลือกหุ้นของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เข้ามาร่วมคำนวณในรอบนี้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดทุนที่มีต่อศักยภาพการดำเนินงานและโครงสร้างทางธุรกิจของกลุ่มเจมาร์ท
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรับคัดเลือกให้หุ้น JMART กลับเข้าสู่ดัชนี SET100 และ SET100FF ในครั้งนี้ สะท้อนถึงคุณสมบัติของ JMART ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สภาพคล่องในการซื้อขาย และการได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนี หรือ Passive Fund และเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นในระยะยาว
“บริษัทฯ ขอขอบคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่คัดเลือก JMART เข้าคำนวณในดัชนี SET100 และ SET100FF อีกครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของบริษัทและการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเจมาร์ท เราจะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับศักยภาพของกลุ่มธุรกิจผ่านการผสานพลังระหว่าง Commerce, Finance และ Technology เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน” นายอดิศักดิ์ กล่าว
นอกจากแผนงานด้านตลาดทุนแล้ว กลุ่มเจมาร์ทยังคงเดินหน้าขยายระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่าน 4 แกนธุรกิจหลัก ทั้งการค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ การเงินและสินเชื่อ การบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรที่สำคัญอย่าง สุกี้ตี๋น้อย ในการเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง นายพรานหมูกะทะ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มธุรกิจ
สำหรับทิศทางการเติบโตในปี 2569 กลุ่มเจมาร์ทได้วางเป้าหมายโดยมีธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพอร์ตสมาร์ตโฟนและธุรกิจ Digital Lending ผ่านความร่วมมือของบริษัทในเครือ ทั้ง Jaymart Mobile, SINGER, SGC และ KB J Capital ซึ่งผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ดี ควบคู่ไปกับการวางรากฐานระยะยาวด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเชื่อมโยงการทำงานใน Ecosystem เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและสร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับองค์กร
