แคสเปอร์สกี้ชี้ ภัยคุกคามไซเบอร์ปัจจุบันเป็น AI-native อนาคตความปลอดภัยไซเบอร์จึงต้องขับเคลื่อนด้วย AI
แคสเปอร์สกี้ส่งสัญญาณเตือนเรื่องภัยคุกคามร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยได้กล่าวถึงช่องว่างในการมองเห็นภัยคุกคามที่กำลังเป็นปัญหาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และบทบาทของศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) ในยุค AI
คุณไม่สามารถป้องกันสิ่งที่คุณมองไม่เห็นได้
ข้อความสำคัญจากเอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือ ผู้โจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจาก AI นั้นได้เคลื่อนไหวเร็วกว่าที่องค์กรจะมองเห็น เข้าใจ และตอบสนองได้ทันท่วงที

เอเดรียน เฮีย กล่าวว่า “เนื่องจากความเร็วและการเชื่อมต่อกำลังเปลี่ยนแปลงองค์กรธุรกิจและหน่วยงานสมัยใหม่ในภูมิภาคนี้ โดยส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วย AI และแอปพลิเคชันต่างๆ ทีมรักษาความปลอดภัยจึงเผชิญกับจุดบอดที่เพิ่มขึ้นในสภาพแวดล้อม IT และ OT ส่งผลให้ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่การแข่งขันกับเวลาอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันกับการมองไม่เห็นภัยคุกคาม”
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ยุคใหม่
เอเดรียนได้กล่าวถึงแนวโน้มสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แคสเปอร์สกี้กำลังจับตามอง ได้แก่ การโจมตีโดยใช้ AI ช่วยเหลือ การก่อวินาศกรรมทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานในระบบ IT และ OT และการจารกรรมทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
เอเดรียนกล่าวว่า “เมื่อปีที่แล้วเราตรวจพบและบล็อกไฟล์ที่เป็นอันตรายที่ไม่ซ้ำกันถึงครึ่งล้านไฟล์ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าปี 2024 ถึง 7% การโจมตีทางไซเบอร์ล่าสุดทั่วเอเชียแปซิฟิกชี้ว่าเส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์และโลกแห่งความเป็นจริงนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน Nichirei Corp ประสบกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้เครือข่ายโลจิสติกส์หยุดชะงัก ในขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของอินเดียได้กลายเป็นเป้าหมายของแรนซัมแวร์ในเอเชียแปซิฟิก โดยกลุ่มต่างๆ ได้ทำการโจมตีโรงงานและบริการไอทีภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง”
“AI agent ได้สร้างซัพพลายเชนชั้นใหม่ เฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียว แคสเปอร์สกี้ตรวจพบมัลแวร์มากกว่า 15,000 รายการที่แฝงตัวมาในรูปแบบของซอฟต์แวร์ AI agent และด้วยความที่เอเจนต์เหล่านี้มีการเชื่อมโยงและพึ่งพาเฟรมเวิร์ก API รวมถึงปลั๊กอินจากภายนอกแบบไดนามิก หากคอมโพเนนต์ต้นทางเพียงจุดเดียวถูกเจาะระบบ ก็อาจส่งผลกระทบลุกลามแบบลูกโซ่ไปยังระบบปลายทางทั้งหมด ซึ่งเป็นการขยายพื้นที่การโจมตีให้เอื้อต่อการก่อวินาศกรรมและการจารกรรมทางไซเบอร์อย่างมหาศาล ในยุคที่ภัยคุกคามปรับตัวเป็น AI-native และระบบป้องกันต้องขับเคลื่อนด้วย AI องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจึงต้องมองข้ามแค่การยับยั้งการโจมตี แล้วหันมาตั้งคำถามว่าระบบของตนมีศักยภาพในการตรวจจับและมองเห็นภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นภายในระบบได้อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง” เอเดรียนกล่าวเสริม
รายงานใหม่จาก Kaspersky Compromise Assessment พบว่าเหตุการณ์ที่ได้รับการวิเคราะห์จำนวน 31% เป็นกิจกรรมอันตรายที่เกิดขึ้นในองค์กรมานานกว่าสามเดือนแล้ว การละเมิดที่มีความรุนแรงสูงจำนวน 52% ถูกค้นพบหลังจากตรวจไม่พบเป็นเวลา 90 วันเท่านั้น และเหตุการณ์ที่ยาวนานที่สุดที่ระบุในปีที่แล้วยังคงตรวจไม่พบเป็นเวลานานถึงสี่ปี
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความท้าทายด้านปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในวงกว้าง องค์กรหลายแห่งลงทุนในเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชดเชยช่องว่างในการตรวจสอบ การตรวจจับ และความพร้อมในการปฏิบัติงานได้
“รายงานล่าสุดของเราชี้ให้เห็นว่าเหตุใดศูนย์ SOC แบบครบวงจรที่ทันสมัยจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญของธุรกิจ เพราะเมื่อองค์กรพึ่งพาแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยเชิงรับ หรือขาดการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีมีเวลาในการแฝงตัวขยายวงโจมตี ยกระดับสิทธิ์เข้าถึง และเข้าถึงสินทรัพย์สำคัญขององค์กร การมีศูนย์ SOC ที่มีระดับความพร้อมสูงจะช่วยบีบระยะเวลาเสี่ยงเหล่านี้ให้สั้นลง ด้วยการมอบความสามารถในการมองเห็นภาพรวมระบบ ความเชี่ยวชาญ และระเบียบปฏิบัติระดับปฏิบัติการที่จำเป็น เพื่อตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามก่อนที่จะบานปลายเป็นอุบัติเหตุทางไซเบอร์ครั้งใหญ่” เอเดรียนกล่าวเสริม

ศูนย์ SOC ที่สร้างขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อฟื้นฟูการมองเห็น
อาชญากรไซเบอร์ใช้ AI มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขยายขนาดและสร้างการโจมตีอัตโนมัติ ผู้ป้องกันก็ต้องทำเช่นเดียวกัน แคสเปอร์สกี้ได้ผสมผสาน AI กับความเชี่ยวชาญของมนุษย์มาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
ตั้งแต่ปี 2004 แคสเปอร์สกี้ได้สร้างและปรับปรุงโมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) ขั้นสูงที่ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลเทเลมิทรีที่ไม่ระบุตัวตนทั่วโลกจำนวนมหาศาล ซึ่งรวบรวมอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบจากอุปกรณ์เอ็นด์พอยต์หลายล้านเครื่องทั่วโลก แหล่งข้อมูลคุณภาพสูงนี้ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากระบบ AI ที่ไม่เพียงแต่ปลอดภัยและแม่นยำเท่านั้น แต่ยังมีความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย
“สำหรับแคสเปอร์สกี้นั้น AI ไม่ใช่ส่วนเสริม ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา AI ได้ถูกผสานรวมเข้ากับเทคโนโลยีทั้งหมดของเรา ทำให้ตรวจจับได้เร็วขึ้น ระบบอัตโนมัติฉลาดขึ้น และให้การป้องกันสม่ำเสมอ เราเชื่อเสมอว่า ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อนาคตของความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงอยู่ที่การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และความเชี่ยวชาญของมนุษย์ ไม่ใช่ว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็น HuMachine Intelligence ความชาญฉลาดของมนุษย์และเครื่องจักร นี่คือปรัชญาที่ชี้นำนวัตกรรมของเรามาหลายปี และจะยังคงกำหนดวิธีการที่เราใช้ปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามในอนาคตต่อไป” เอเดรียนอธิบาย
บริษัทที่บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ซับซ้อนและจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล สามารถใช้ประโยชน์จากโซลูชันที่ครอบคลุมจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Kaspersky Next ซึ่งให้การป้องกันแบบเรียลไทม์ การมองเห็นภัยคุกคามอย่างเต็มรูปแบบ และความสามารถในการตรวจสอบและตอบสนอง EDR/XDR ที่แข็งแกร่ง โมเดล AI ที่สร้างขึ้นภายในแพลตฟอร์มจะแปลงข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีโครงสร้างและนำไปใช้ได้จริงสำหรับทีมรักษาความปลอดภัยและผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความพยายามด้วยตนเอง อีกทั้งยยังลดช่องว่างด้านทักษะอีกด้วย
นอกจากนี้ แคสเปอร์สกี้ยังช่วยให้องค์กรได้ฟื้นฟูการมองเห็นผ่านบริการรักษาความปลอดภัยแบบจัดการ เช่น Kaspersky Compromise Assessment, Kaspersky MDR และ Kaspersky Incident Response ซึ่งครอบคลุมวงจรการจัดการเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การระบุภัยคุกคามไปจนถึงการป้องกันและการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้การใช้งานและการบำรุงรักษาศูนย์ SOC อย่างต่อเนื่องประสบความสำเร็จ แคสเปอร์สกี้เสนอการจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่าน Kaspersky SOC Consulting ตั้งแต่การตั้งค่าเริ่มต้นหรือเมื่อต้องการปรับปรุงการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ บริการให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ สร้างศูนย์ SOC ที่แข็งแกร่งและปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันและบริการของแคสเปอร์สกี้สำหรับการสร้างและยกระดับศูนย์ SOC โปรดคลิกที่ลิงก์นี้
Kaspersky Finds 31% of Cyber Threats Linger in Organisations for More Than Three Months
Kaspersky is warning that cybersecurity in the AI-native era is shifting from simply preventing attacks to being able to “see” threats inside an organisation. Data from Kaspersky Compromise Assessment found that 31% of analysed incidents involved malicious activity that had already been present for more than three months.
The findings also point to a significant detection gap. Fifty-two percent of high-severity breaches were discovered only after remaining undetected for more than 90 days, while the longest-running incident identified last year had gone unnoticed for as long as four years.
“Cybersecurity today is no longer just a race against time. It is a race against invisibility,” said Adrian Hia, Managing Director for Asia Pacific at Kaspersky.
The challenge is growing as attackers increasingly use AI to automate and scale attacks, support cyber espionage and target both IT and OT infrastructure. Kaspersky said it detected and blocked around 500,000 unique malicious files per day last year, 7% higher than in 2024.
A new area of risk is emerging around AI agents, which are creating another software supply-chain layer. Kaspersky said it has identified more than 15,000 malware samples disguised as AI agent software this year alone.
Because AI agents dynamically connect to frameworks, APIs and third-party plugins, the compromise of a single upstream component could cascade into multiple downstream systems, significantly expanding the attack surface for cyber sabotage and espionage.
Hia said that as threats become AI-native, defensive systems must also increasingly be powered by AI. Technology alone, however, cannot compensate for gaps in continuous monitoring, response processes and operational readiness.
Kaspersky therefore sees modern security operations centres as playing a broader role than simply processing alerts. SOCs need comprehensive visibility, faster anomaly detection and the ability to reduce the amount of time attackers can remain hidden, move laterally or escalate privileges.
Kaspersky said it has incorporated Machine Learning into its security technologies since 2004 and describes the future approach as “HuMachine Intelligence,” combining the speed and automation of AI with the expertise and judgement of human security professionals.
For enterprises, Kaspersky Next provides real-time protection, EDR/XDR capabilities and AI-powered data analysis. The company also offers Kaspersky Compromise Assessment, Kaspersky MDR, Kaspersky Incident Response and Kaspersky SOC Consulting to support threat assessment, detection, response and SOC development.
The broader message is that cybersecurity in the AI-native era is not defined only by how quickly attacks can happen, but also by how long threats can remain inside systems without being seen. Visibility and SOC readiness are therefore becoming critical to stopping incidents before they escalate into major cyber events.
