DHL Express ประกาศปรับอัตราค่าบริการในไทย มีผล 1 ม.ค. 2570 ระบุปัจจัยด้านเงินเฟ้อ พลังงาน และต้นทุนการดำเนินงาน แต่ยังไม่แจ้งอัตราที่เปลี่ยนแปลง

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ประกาศปรับอัตราค่าบริการประจำปี โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
“การค้าระหว่างประเทศยังคงสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจ ในขณะที่ซัพพลายเชนมีความเชื่อมโยงและซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” คุณปาริชาติ ประมุขกุล กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว “เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยการลงทุนในเครือข่ายระดับโลก ความสามารถด้านดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย และโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน การปรับอัตราค่าบริการประจำปีครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการและความน่าเชื่อถือในระดับสูงที่ลูกค้าคาดหวัง พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของการดำเนินงานทั่วโลกของเราได้อย่างต่อเนื่อง”
ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ปรับอัตราค่าบริการเป็นประจำทุกปีเพื่อรองรับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนในอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่ม โดยในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการระดับสากลในกว่า 220 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก บริษัทจึงได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจภายในประเทศและการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก
นอกเหนือจากภาวะเงินเฟ้อ โครงสร้างต้นทุนของบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น ต้นทุนด้านพลังงาน ข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารที่เกี่ยวข้องกับมาตรการด้านศุลกากร กฎระเบียบ และความปลอดภัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ภาวะตึงตัวของตลาดแรงงานในหลายประเทศยังส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าและรักษามาตรฐานของเครือข่ายขนส่งระหว่างประเทศระดับโลก ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก โครงการปรับปรุงฝูงบินให้ทันสมัย ความสามารถด้านดิจิทัล และความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ตัวอย่างความสำเร็จล่าสุดที่สำคัญ ได้แก่ การรับมอบเครื่องบินขนส่งสินค้า Boeing 777 Freighter ครบทั้ง 28 ลำ การนำเครื่องบินที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นเข้ามาใช้งาน รวมถึงการขยายและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในทุกภูมิภาคทั่วโลก
ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสยังเดินหน้าลงทุนในขีดความสามารถด้านความปลอดภัยระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 นี้ บริษัทมีอาคารและศูนย์ปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน TAPA ทั่วโลกมากกว่า 500 แห่ง ตอกย้ำความเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่ได้รับการรับรอง TAPA มากที่สุดในโลก ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐาน และกระบวนการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและระบบไอที เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความยืดหยุ่นของระบบ ความสามารถในการติดตามสถานะการขนส่ง และประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลงทุนในโซลูชันดิจิทัลสำหรับลูกค้า รวมถึงความสามารถที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการขยายการใช้งานแพลตฟอร์ม MyExpress อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการการขนส่งข้ามพรมแดนได้ง่ายยิ่งขึ้นและได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่ดียิ่งขึ้น
ความยั่งยืนยังคงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส บริษัทเดินหน้าลงทุนในเครื่องบินขนส่งที่ประหยัดเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ยานยนต์ไฟฟ้า อาคารและศูนย์ปฏิบัติการที่เป็นกลางทางคาร์บอน ตลอดจนโครงการต่างๆ ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน พร้อมสนับสนุนลูกค้าในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของตนเอง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ อัตราค่าบริการ และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของ DHL Express กรุณาดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.dhl.com
DHL Express to Adjust Thailand Rates from 1 January 2027
DHL Express has announced its annual service rate adjustment in Thailand, effective 1 January 2027. Its announcement does not specify the percentage change or provide the new rates.
The company cited inflation, exchange-rate fluctuations, energy costs and other operating expenses among the factors behind its annual review. It also pointed to changing customs, regulatory and security requirements.
Parichat Pramukkun, Managing Director of DHL Express Thailand and Head of Indochina, said the adjustment would help the company maintain its service standards while continuing to invest in its transport network, digital capabilities and security infrastructure.
DHL Express said it has taken delivery of all 28 Boeing 777 Freighter aircraft and, in 2026, has more than 500 TAPA-certified facilities worldwide. The company is also investing in shipment tracking, AI-enabled tools, its MyExpress platform, sustainable aviation fuel and electric vehicles.
Customers can check service rates and additional charges on the DHL website.
