GULF ดำเนินโครงการ Green Energy Green Network for THAIs ส่งมอบระบบโซลาร์เซลล์ให้ชุมชนบ้านแหลมนาว จ.ระนอง เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวและลดภาระค่าใช้จ่าย
“บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ “GULF” ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน มาช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคด้านพลังงานไฟฟ้า โดยสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่ บ้านแหลมนาว ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ภายใต้โครงการ “Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ 3 ของปี 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมการศึกษา ตลอดจนฟื้นฟูการท่องเที่ยวชุมชนและธุรกิจโฮมสเตย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายพิเชษฐ์ ภักดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านแหลมนาว ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เล่าให้ฟังว่า บ้านแหลมนาวเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีลักษณะเป็นแหลมที่ทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันกว่า 10 กิโลเมตร ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยอยู่ราว 57 หลังคาเรือน ประชากรราว 236 คน โดยมี “มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และมีโรงเรียนประถมศึกษาบ้านแหลมนาว ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 38 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยใช้เรือหางยาวขนาดเล็กออกเรือวางอวน และวางเบ็ดเพื่อจับสัตว์น้ำในยามค่ำคืน ก่อนนำไปขายให้แก่พ่อค้าคนกลางบนฝั่งในช่วงยามเช้า ควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรม เช่น สวนสะตอ และสวนยางพารา

เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่ง จึงประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามาโดยตลอด ที่ผ่านมาหมู่บ้านต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟส่วนกลางขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งเดินเครื่องด้วยน้ำมันเบนซิน ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังบ้านเรือนประมาณ 42 หลังคาเรือน โดยสามารถจ่ายไฟได้เพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น.-22.00 น. ขณะเดียวกัน ชาวบ้านต้องร่วมกันจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคืนละ 10 บาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ ขณะที่บางครัวเรือนพึ่งพาชุดโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมจากการใช้งานมาหลายปี ประกอบกับจังหวัดระนองมีฝนตกชุกตลอดปี ส่งผลให้ระบบเดิมมีประสิทธิภาพการใช้งานลดลง ไม่สามารถจ่ายไฟได้อย่างเพียงพอ
ขณะเดียวกัน มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนบ้านแหลมนาว ประสบปัญหาแบตเตอรี่และระบบอินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์เดิมชำรุดเสียหายมานานกว่า 2 ปี ทำให้ไม่มีไฟฟ้าสำหรับหอส่งสัญญาณกระจายเสียงเพื่อแจ้งเวลาละหมาดทั้ง 5 เวลาในแต่ละวัน รวมถึงไม่มีแสงสว่างเพียงพอสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่กว่า 30 คนที่มาร่วมเรียนวิชาศาสนาในช่วงค่ำ เวลา 19.00-20.00 น. นอกจากนี้ เครื่องกรองน้ำดื่มส่วนกลางของหมู่บ้านซึ่งติดตั้งไว้ใกล้กับมัสยิดต้องหยุดทำงานมาเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้กับระบบปั๊มน้ำ แม้อุปกรณ์กรองน้ำทั้งหมดจะยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็ตาม ส่งผลให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น เพราะต้องสั่งซื้อน้ำดื่มบรรจุถังจากบนฝั่งมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า การสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของ GULF ในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์กลางของชุมชน นอกจากจะช่วยให้มัสยิดมีไฟฟ้าใช้สำหรับปฏิบัติศาสนกิจและกระจายเสียงได้ตลอดวันแล้ว ยังช่วยให้เครื่องกรองน้ำดื่มส่วนกลางกลับมาผลิตน้ำสะอาดให้แก่ชาวบ้านได้อีกครั้ง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน พร้อมทั้งเพิ่มแสงสว่างให้แก่พื้นที่การเรียนหนังสือในช่วงค่ำคืนของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้อีกด้วย

“เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ที่ GULF เข้ามามอบสิ่งที่เราอยากได้และตรงกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง เหมือนคนป่วยที่ได้เจอหมอดีมารักษาจนหาย ความเดือดร้อนนี้เรื้อรังหลายปีและได้รับการแก้ไข ชุมชนของเรารู้สึกตื้นตันใจมากที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้ เพราะนอกจากจะนำมาใช้ในมัสยิดและการเรียนศาสนาของเด็ก ๆ แล้ว เครื่องกรองน้ำดื่มของชุมชนที่หยุดใช้มานานก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องซื้อน้ำดื่ม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ในนามตัวแทนชาวบ้านแหลมนาวและเด็กนักเรียนทุกคน ขอขอบคุณ GULF จากใจจริง”
ไม่เพียงเท่านี้ การมีไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เพียงพอและมั่นคง ยังจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวของชุมชน ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยบ้านแหลมนาวได้จัดตั้ง “กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านแหลมนาวโฮมสเตย์” มาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชุมชน โดยกระจายรายได้ไปสู่คนในชุมชนหลากหลายกลุ่ม ทั้งแม่บ้าน ฝ่ายจัดเตรียมอาหาร ผู้ให้บริการเรือหางยาวรับส่ง และกลุ่มเยาวชนนำเที่ยว โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำมาเป็นกองทุนกลางของหมู่บ้าน เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ กิจกรรมวันเด็ก และการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชุมชน

“ที่ผ่านมากลุ่มโฮมสเตย์ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและราคาน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น จนไม่สามารถอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ การสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF ในครั้งนี้จะครอบคลุมถึงเรือนพักและโฮมสเตย์ ทำให้ชุมชนสามารถกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ต้องกังวลเรื่องช่วงเวลาการเปิด-ปิดไฟอีกต่อไป ตรงนี้จะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน และที่สำคัญยังสามารถต่อยอดไปสู่การแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้านในอนาคต” นายพิเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย
GULF จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการ Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย เพื่อส่งมอบโอกาสและการเข้าถึงพลังงานสะอาดไปยังพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนทั่วประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

GULF Installs Solar Power at Ban Laem Nao in Ranong, Restoring Community Water Supply
GULF has installed a solar power system in Ban Laem Nao, Naka subdistrict, Suk Samran district, Ranong province. The installation is the third location served by its Green Energy Green Network for THAIs project in 2026. It covers the community centre as well as accommodation and homestays.
Ban Laem Nao has around 57 households and 236 residents. Previously, a shared 5-kilowatt petrol generator supplied electricity to about 42 homes for only four hours a day, from 6 p.m. to 10 p.m. Residents shared the fuel costs, while older small solar systems used by some households had deteriorated.
Village headman พิเชษฐ์ ภักดี said the new system provides electricity for activities and evening classes at Nurul Islam Mosque. It has also allowed the community water filtration unit, which had stopped operating because its pump lacked power, to produce drinking water again, reducing residents’ need to buy water delivered from the mainland.
The installation also extends to accommodation run by the Ban Laem Nao community homestay group, which had temporarily suspended services because of limited electricity and rising generator fuel costs. The village headman expects the improved power supply to support the return of visitors and income for local food providers, boat operators and youth guides. The announcement did not provide the solar system’s generating capacity or post-installation tourism revenue figures.
