Huawei Digital Power ร่วมกับ Spark EV พัฒนาโครงข่ายสถานีชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Huawei FusionCharge 720 kW รองรับการขนส่งเชิงพาณิชย์ในไทย

การเปลี่ยนผ่านสู่โลจิสติกส์ไฟฟ้าไม่ได้เริ่มและจบเพียงแค่การเปลี่ยนรถบรรทุกจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นรถไฟฟ้า เพราะเบื้องหลังการเดินรถหนึ่งเที่ยว ยังมีองค์ประกอบอีกหลายส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ตัวรถ สถานีชาร์จ กำลังไฟที่เพียงพอ การวางแผนเส้นทาง ความครอบคลุมของเครือข่าย ไปจนถึงการบริหารเวลาของผู้ประกอบการ หากชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งยังไม่พร้อม การนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ในเชิงพาณิชย์ก็อาจยังไม่ตอบโจทย์การดำเนินงานได้เต็มที่

หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ ประเทศไทย และ Spark EV จึงเดินหน้าความร่วมมือเพื่อเติมหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าว นั่นคือโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้า โดย Huawei FusionCharge จะเป็นมาตรฐานเทคโนโลยีการชาร์จสำหรับโครงการ Corridor Hub ของ Spark EV ขณะที่ Spark EV รับบทพัฒนา ลงทุน และบริหารเครือข่ายสถานีชาร์จตามเส้นทางขนส่งสินค้าของประเทศ พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับความต้องการของเส้นทางขนส่งและผู้ประกอบการจริง

หัวใจของความร่วมมือคือ Huawei FusionCharge ระบบชาร์จเร็วพิเศษแบบแยกส่วน (Split-type) ที่ใช้ Power Unit ส่วนกลางระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid-cooled) กำลังสูงสุด 720 กิโลวัตต์ จ่ายไฟให้ Dispenser หลายตัว และแบ่งกำลังไฟระหว่างหัวชาร์จที่ใช้งานอยู่โดยอัตโนมัติ สถานีจึงยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้มีรถเข้าชาร์จพร้อมกันหลายคัน สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ Boost Dispenser มาพร้อมสายชาร์จยาว 7.5 เมตร ที่เข้าถึงช่องชาร์จของรถบรรทุกและรถหัวลากได้สะดวก และรองรับแรงดันสูงสุด 1,000 โวลต์ สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าแรงดันสูงรุ่นใหม่ ในพื้นที่ที่กำลังไฟจากโครงข่ายมีจำกัด ระบบกักเก็บพลังงานที่เชื่อมต่อกับบัส DC ของสถานีช่วยยกกำลังจ่ายสูงสุดขึ้นสู่ระดับเมกะวัตต์ ได้ถึง 1,440 กิโลวัตต์ โดยไม่ต้องขยายการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ผลลัพธ์คือเวลาหยุดชาร์จที่สั้นลง จนสามารถแทรกอยู่ในช่วงพักของพนักงานขับรถและช่วงขึ้น-ลงสินค้าที่มีอยู่แล้วในตารางเดินรถ*

ในมุมของผู้ประกอบการ ความเร็วในการชาร์จเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะ “มีเครื่องชาร์จ” ไม่ได้หมายความว่าจะมีเครือข่ายที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงเสมอไป ตำแหน่งของสถานี ความต่อเนื่องของเส้นทาง และเวลาที่ต้องใช้ในการชาร์จ ล้วนส่งผลต่อการวางแผนรอบรถและต้นทุนการดำเนินงาน ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งเชื่อมเทคโนโลยีชาร์จกำลังสูงเข้ากับการขยายเครือข่ายบนเส้นทางขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ประกอบการที่ใช้รถบรรทุกไฟฟ้าอยู่แล้ว และผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยน Fleet มาเป็น EV

“การเปลี่ยน Fleet เป็น EV จะเกิดได้จริงเมื่อรถ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารเส้นทางทำงานไปด้วยกัน เทคโนโลยีชาร์จกำลังสูงจึงมีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดด้านเวลา และทำให้รถบรรทุกไฟฟ้าตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น” นายแจ็ค เจิ้ง กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ความร่วมมือนี้ได้รับการประกาศภายในงาน Huawei x Spark Green Logistics Thailand Summit 2026 – Powering Thailand’s Freight Corridors เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ The Signature Grand Ballroom โรงแรม Fairmont Bangkok Sukhumvit โดยหัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ ประเทศไทย และ Cornerstone บริษัทแม่ของ Spark EV ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อการพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าในระยะต่อไป ภายในงานยังรวบรวมผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ผลิตรถบรรทุก พันธมิตรด้านพลังงาน และผู้นำในอุตสาหกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมเชิงพาณิชย์ของการขนส่งด้วยพลังงานไฟฟ้า

“ผู้ประกอบการไม่ได้มองแค่ตัวรถ แต่ต้องรู้ว่าจะชาร์จที่ไหน ใช้เวลานานเท่าไร และเส้นทางรองรับหรือไม่ การขยายเครือข่ายที่สอดคล้องกับการเดินรถจริงจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่รถบรรทุกไฟฟ้าเกิดขึ้นได้ในวงกว้างขึ้น” นายวินเซนต์ ยิป ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cornerstone และ Spark EV กล่าว

การเปลี่ยนผ่านสู่ Green Logistics จึงไม่ใช่โจทย์ของผู้ผลิตรถเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการพัฒนาระบบนิเวศที่ทุกส่วนต้องเติบโตไปพร้อมกัน ตั้งแต่รถ เทคโนโลยีชาร์จ เครือข่ายเส้นทาง ไปจนถึงการบริหาร Fleet สำหรับ Huawei และ Spark EV การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จคืออีกหนึ่งชิ้นส่วนที่จะช่วยลดข้อจำกัดในการใช้งานจริง และเพิ่มความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทยก้าวสู่การขนส่งพลังงานสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

*ประสิทธิภาพการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับกำลังไฟของรถแต่ละรุ่น สถานะของแบตเตอรี่ และสภาพการใช้งาน

Huawei partners with Spark EV to develop 720 kW charging network for electric trucks in Thailand

Huawei Digital Power Thailand has signed a Memorandum of Understanding (MoU) with Cornerstone, the parent company of Spark EV, to develop a charging station network for electric trucks under the Corridor Hub project. The initiative utilizes Huawei FusionCharge technology as its standard for station construction.

The Huawei FusionCharge split-type ultra-fast charging system features a liquid-cooled centralized Power Unit delivering up to 720 kW. It automatically distributes power among active charging nozzles. Designed for heavy-duty trucks and tractor-trailers, the Boost Dispenser includes a 7.5-meter charging cable and supports a maximum voltage of 1,000 volts.

In areas with limited grid capacity, the system integrates energy storage connected to the station’s DC bus to increase the maximum output to a megawatt level of 1,440 kW without requiring grid expansion. This reduces charging time, allowing vehicles to charge during drivers’ regular rest breaks or cargo loading periods.

Jack Zheng, Managing Director of the Digital Power Business at Huawei Technologies (Thailand) Co., Ltd., stated that shifting to an EV fleet requires synchronized vehicles, infrastructure, and route management. He emphasized that high-power charging technology plays a crucial role in minimizing time constraints. Vincent Yip, CEO of Cornerstone and Spark EV, added that expanding the network to align with actual transport routes is essential for operators to effectively plan their charging cycles and mitigate operational limits.

The partnership was announced at the Huawei x Spark Green Logistics Thailand Summit 2026 on September 30, 2026, at the Fairmont Bangkok Sukhumvit. The collaboration aims to prepare the Thai logistics sector for a practical transition to clean energy transportation.

Comments

comments