Kaspersky เผยผลวิจัยพฤติกรรม Sharenting พ่อแม่ยิ่งโพสต์รูปข้อมูลลูกบ่อย ยิ่งขาดแรงจูงใจดูแลระบบความปลอดภัย พบ 49% มองว่าขั้นตอนล็อกความเป็นส่วนตัวยุ่งยาก

 

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีสิงคโปร์ (Singapore Institute of Technology – SIT) เปิดเผยผลงานวิจัยล่าสุดในหัวข้อ “Small Shares, Big Risks: How Parents Assess Threats and Cope with Sharing of Children’s Data” ซึ่งเป็นการศึกษาพฤติกรรมแบบสอบถามออนไลน์จากผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ 0 – 12 ปี ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอียิปต์ โดยผลลัพธ์พบแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับพฤติกรรม “Sharenting” หรือการที่พ่อแม่ผู้ปกครองนิยมแชร์ภาพ ข่าวสาร วิดีโอ และเรื่องราวต่างๆ ของลูกลงบนโลกออนไลน์ ซึ่งชี้ชัดว่าความถี่ในการโพสต์ข้อมูลเด็กที่เพิ่มขึ้น มักแปรผันตรงกับแรงจูงใจที่ลดลงในการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยออนไลน์

งานวิจัยระบุว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ถึง 87% ตระหนักดีว่าการตั้งค่าจำกัดการมองเห็นโซเชียลมีเดียเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเพื่อนสนิทสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของบุตรหลานได้ ทว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 49% กลับระบุว่ากระบวนการเหล่านี้ยุ่งยากและใช้เวลานานเกินไป สอดคล้องกับตัวเลข 40% ที่มองว่าการลบสิทธิ์การแชร์ต้องใช้ความพยายาม และอีกกว่า 36% รู้สึกว่าการปิดเมตาดาต้า (Metadata) รวมถึงการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ในไฟล์รูปภาพนั้นใช้เวลามากเกินไป ความสะดวกสบายและความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มจึงกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองละเลยการป้องกันความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลของเด็ก

แม้ว่าผู้ปกครองมากกว่าสี่ในห้าจะมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง ว่าสามารถหลีกเลี่ยงการโพสต์ภาพที่น่าอับอาย หรือปกปิดข้อมูลสำคัญที่ระบุตัวตนของลูกได้ แต่ในทางกลับกัน ผู้ปกครองถึง 72% ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ ว่า ถึงแม้จะปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียอย่างรัดกุมแล้ว บัญชีออนไลน์ของพวกเขาก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกแฮกเกอร์โจมตีเพื่อเข้าถึงข้อมูลอยู่ดี

ด้านผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติอย่างเร่งด่วนสำหรับพ่อแม่ยุคดิจิทัลเพื่อจัดการความปลอดภัยของครอบครัว โดยควรเริ่มต้นจากการลบบัญชีเก่าที่ไม่ใช้งาน ตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัว และหมั่นตรวจสอบระบบความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียเป็นประจำเนื่องจากมักมีการอัปเดตเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ควรระมัดระวังการเช็กอินระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ลบข้อมูลเมตาดาต้าออกจากไฟล์ภาพ และพิจารณาลบโพสต์ในอดีตที่เปิดเผยสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน หรือสโมสรกีฬาที่บุตรหลานไปเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงอาจเลือกใช้เครื่องมือช่วยเหลืออัจฉริยะอย่างแอปพลิเคชัน Kaspersky Safe Kids เพื่อช่วยติดตามตำแหน่งและจำกัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในแอปเดียว

รองศาสตราจารย์เจียว ฮี จี รองผู้อำนวยการ สถาบันการสอนและการเรียนรู้แห่งสถาบันเทคโนโลยีสิงคโปร์ กล่าวว่า “การวิเคราะห์ของเราแสดงให้เห็นว่า เมื่อความถี่ในการแชร์ข้อมูลลูกเพิ่มขึ้น แรงจูงใจในการใช้มาตรการป้องกันจะลดลง ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างทางพฤติกรรมที่การเปิดเผยข้อมูลของเด็กทางออนไลน์มากขึ้นไม่ได้สอดคล้องกับความพยายามมากขึ้นในการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว วิธีที่พ่อแม่คิดเกี่ยวกับการแชร์เรื่องราวของลูกจะส่งผลต่อวิธีการปกป้องความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลของลูกด้วย ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่พ่อแม่เกี่ยวกับความเสี่ยงของการแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับลูกนั่นเอง”

Comments

comments