การแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ช่วยเร่งให้การใช้ชีวิตและพฤติกรรมผู้บริโภคแบบดิจิทัลของคนไทยเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมขึ้น มีหลายคนได้ลองใช้แอปฯ ใหม่ ๆ ช่วงกักตัวและพบว่าตอบโจทย์ชีวิตจนใช้เป็นประจำ อาทิ แอปฯ สุขภาพ แอปฯ สื่อสาร แอปฯ จ่ายเงิน และแอปฯ ความบันเทิงต่าง ๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดการระบาดรอบสองขึ้นหรือไม่ก็ตาม พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตยุค New Normal หลัก ๆ เหล่านี้จะคงอยู่คู่กับชีวิตของเราแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น การ Work from Home, สั่งอาหาร Online, ประชุม Online ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เรียนหนังสือผ่าน e-Learning, ช็อปปิ้ง Online และการดูหนังฟังเพลงผ่าน Streaming ที่ทั้งหมดล้วนพึ่งพาดาต้าเน็ต ข้อมูลจาก We Are Social ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่า COVID-19 ส่งผลให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใช้ Video Calling เพิ่มขึ้น 35% และ Video Conferencing โตขึ้นอีก 27% ที่สำคัญกว่า 68% ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ Digital Content อย่าง Netflix หรือแอปฯ ดูหนังฟังเพลงอื่น ๆ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยปรับตัวเก่งและเรียนรู้เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตได้คล่องตัว แล้วเราควรมีดาต้าเน็ตในแพ็กเกจเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอในยุคที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตดำรงชีพมากขนาดนี้?

สำหรับคนที่ไม่มี WiFi บ้าน หลายคนมีความกังวลเรื่องปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือว่าจะเพียงพอถึงสิ้นเดือนหรือไม่ บางคนถึงกับต้องเช็คทุกวันว่าวันนี้ใช้เน็ตไปเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ในเรื่องการเรียนและทำงานไปด้วย แน่นอนว่าการมีปริมาณดาต้าเน็ตสปีดสูง ๆ ย่อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีกว่ายาวนานกว่า FINN MOBILE ลองจับกิจกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ของผู้บริโภคชาวไทยนี้มาคำนวณหาปริมาณการใช้ดาต้าเน็ต มีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้

● เล่น Social Media / ฟังเพลง / ดูหนัง / ท่องโลก TikTok

a. เล่น Social Media

i. อัปเดตไลฟ์สไตล์เพื่อน ๆ และข่าวสารทั่วไป กินเน็ตเฉลี่ย 90MB ต่อชั่วโมง

ii. หากเราเปิดชมวิดีโอหรือส่งข้อความต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ ด้วย อาจเพิ่มปริมาณการใช้เน็ตเฉลี่ย 156MB ต่อชั่วโมง

b. มิวสิค สตรีมมิ่ง

i. ฟังเพลงคุณภาพปานกลาง (160kbps) กินเน็ตเฉลี่ย 72MB ต่อชั่วโมง

ii. ฟังเพลงคุณภาพสูง (320kbps) กินเน็ตเฉลี่ย 115.2MB ต่อชั่วโมง

c. วิดีโอ สตรีมมิ่ง

i. วิดีโอคุณภาพปานกลาง SD (480p) จะกินเน็ตราว 0.7GB ต่อชั่วโมง

ii. วิดีโอคุณภาพสูง HD (1080p) กินเน็ตเฉลี่ย 1.5GB (1080p) ต่อชั่วโมง

iii. วิดีโอคุณภาพสูง UHD (4k) กินเน็ตสูงถึง 7.2GB ต่อชั่วโมง

d. TikTok

i. วิดีโอ TikTok (โหมดวิดีโอคุณภาพต่ำถึงปานกลาง) กินเน็ตราว 51.2MB ต่อ ชั่วโมง

● ค้นหาข้อมูลออนไลน์ ปริมาณเน็ตที่เสียไปในการค้นหาข้อมูลออนไลน์และคลิกเข้าไปดูในเว็บนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของเว็บไซต์ที่เราเยี่ยมชมด้วย บางเว็บไซต์ที่มี rich content เยอะอย่างพวกภาพ หรือวิดีโอ ก็จะ consume เน็ตมากขึ้น โดยเฉลี่ยเน็ตสูญไปราว 60MB ต่อชั่วโมง

● รับ-ส่งอีเมล หากส่งข้อความปกติกินเน็ตไม่เยอะ เช่น ไม่เกิน 80 คำ เน็ตหายไปเพียง 10 Kilobytes (KB) แต่มีความเป็นไปได้ที่เฉลี่ยแต่ละเดือนเราจะรับส่งอีเมลเป็นพัน ๆ ฉบับ และนี่เป็นการคำนวณบางส่วนเผื่อให้เห็นภาพเพิ่มเติม เฉลี่ยต่อเดือนมีอีเมลราว 3,000 ฉบับเราจะสูญเน็ตไปราว 240 MB และหากอีเมลมีแนบโลโก้ รูปภาพ ไฟล์ต่าง ๆ มาด้วย จำกัดขนาดไม่เกิน 10MB ที่รับได้ ก็จะสูญเน็ตเฉลี่ยราว 30GB ต่อเดือน

● ช็อปปิ้งออนไลน์ พฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนไทย เวลาจะช็อปอะไร จะต้องมีการ search ดูเว็บ ดูรีวิว ยิ่งเป็นสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นด้วยแล้ว เฉลี่ยช็อปปิ้งออนไลน์จะสูญเน็ตไม่ต่างจากการค้นหาข้อมูลออนไลน์ อยู่ที่ราว 60MB ต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ดีนอกจากกิจกรรมออนไลน์เหล่านี้แล้ว เพื่อเป็นการตอบรับสถานการณ์ Work From Home และ Learn From Home ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและคงอยู่กับสังคมไทยไปอีกระยะ FINN MOBILE ขอแนะนำวิธีการใช้ “ดาต้าเน็ตความเร็วสูง” บนมือถือยังไงให้คุ้ม ตอบโจทย์ชีวิตสมาร์ท เรียน-ทำงานไม่สะดุด รับยุค New Normal ดังนี้

● เปิดเพิ่มอีกเบอร์ หาแพ็กเกจคุ้ม ๆ ใช้เพื่อเรียน-ทำงานออนไลน์โดยเฉพาะ

เป็นไปได้ที่เราจะมีเบอร์มือถือมากกว่า 1 เบอร์ เพื่อแบ่งใช้ตามความต้องการอย่างเหมาะสม ดังนั้นเมื่อต้องใช้ดาต้าเน็ตเร็วสูงเรียน/ทำงานออนไลน์ไปด้วย การเปิดเบอร์ใหม่เฉพาะก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี เพราะปัจจุบันมีแพ็กเกจราคาคุ้มค่า ถูก ๆ มากมาย อย่างแพ็กเกจ XXL ของ FINN MOBILE ราคาแสนถูกเพียง 299 บาท/เดือน ที่แถมดาต้าเน็ตเพิ่มให้ฟรีอีก 40 GB จากเดิมในแพ็กเกจมีอยู่แล้ว 40 GB รวมเป็นเดือนละ 80GB และสามารถโทรฟรีได้ทุกเครือข่าย 600 นาที หรือเลือกแพ็กเกจ unlimited ที่สามารถใช้เล่นเน็ตไม่จำกัดที่ความเร็วสูงสุด 100 Mbps และโทรได้ไม่จำกัด ในราคา 699 บาท/เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังเปิด hot spot เพื่อใช้งานส่วนตัวจากมือถือออนไลน์ยาว ๆ ก็ยังได้ ไม่ง้อ Wifi (แต่ไม่อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์)

● เน็ตรั่ว เน็ตไหล ปิดได้ก็ปิด ปรับสปีดได้ยิ่งดี

ดาต้าเน็ตความเร็วสูงในแพ็กเกจมือถือมีปริมาณจำกัด หากเกิดอาการเน็ตรั่ว เน็ตไหล โดยไม่รู้ตัว พอจะใช้จริง ๆ ดันหมดขึ้นมาก็อาจทำเราหัวเสียไม่ใช่น้อย ดังนั้นควรหมั่นตรวจสอบและเช็คว่าแอปฯ หรือโซเชียลตัวใดสูบดาต้าเน็ตเราออกไปบ้าง เช่น การปิดเล่นวิดีโอแบบอัตโนมัติ เป็นต้น หรือตั้งค่าลดความละเอียดวิดีโอจาก HD เป็นแบบความละเอียดปานกลาง หรืออย่าง FINN MOBILE ที่ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมดาต้าเน็ตได้ตลอดเวลาได้ด้วยตนเอง ตอนไหนอยากดู Netflix ก็เปิดใช้เน็ตความเร็วสูง 100 Mbps ช่วงไหนใช้แค่แชทรับส่งข้อความ อีเมล ก็สลับมาใช้เน็ตความเร็วมาตรฐาน (ฟรี) ได้ตลอดเวลา

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: โดยเฉลี่ยความเร็ว download & upload แนะนำเพื่อใช้งานแอปฯ Learn & Work Online อาทิ WebEx, Zoom, Slack, Skype และ Google Meet ได้แบบไม่สะดุดนั้นอยู่ที่ประมาณ 18 Kbps – 8 Mbps (สำหรับ download speed) และ 12Kbps – 3.2 Mbps (สำหรับ upload speed) ตามลำดับ

● ตรวจสอบการใช้งานดาต้าเน็ตอยู่เสมอ

บริการมือถือที่ดีในวันนี้ควรให้สิทธิ์เราปรับเปลี่ยนแพ็กเกจเองได้ตามใจตลอดเวลา เพื่อความ “คุ้มค่ายืนหนึ่ง” เมื่อเงินที่สูญไปไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในช่วงนี้ เราก็ปรับลด/เพิ่มแพ็กเกจเน็ตได้ เช่นเดียวกับ FINN MOBILE ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนแพ็กเกจได้ตลอดเวลา ไม่มีสัญญาผูกมัด และไม่ซับซ้อน

FINN MOBILE เห็นความสำคัญและเข้าใจถึงความต้องการใช้งานเน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคในยุค New Normal จึงได้ขยายแคมแปญ “โปรถูกกว่าเดิม ถูกสุด ๆ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน” เริ่ม 1 สิงหาคม 2563 จนถึง 31 สิงหาคม 2563 สำหรับแพ็กเกจ XXL เหลือเพียง 299 บาท/เดือน รับดาต้าเน็ต 80 GB เร็วสูงสุด 100 Mbps โทรฟรีทุกเครือข่าย 600 นาที และแพ็กเกจ Unlimited ในราคาเพียง 699 บาท/เดือน ได้เน็ตความเร็วสูงสุด 100 Mbps ไม่อั้น โทรฟรีไม่อั้นทุกเครือข่าย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค New Normal แบบไม่สะดุด สุดคุ้ม ไร้กังวลดาต้าเน็ตหมดกลางเดือน ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://finnmobile.io/th/

 

เกี่ยวกับ FINN MOBILE

FINN MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ราคาถูกกว่าแน่นอน ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในประเทศไทย จ่ายน้อยกว่า แต่ให้อิสระมากกว่า ด้วยบริการที่ไม่มีสัญญาผูกมัด พร้อมเล่น LINE ดู LINE TV ฟรีไม่เสียเน็ตในแพ็กเกจ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยการควบคุมและจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อซิม เลือกเบอร์ เปลี่ยนแพ็กเกจ ปรับความเร็วอินเตอร์เน็ต ควบคุมค่าใช้จ่าย จนถึงการจ่ายค่าบริการด้วยตัวเอง ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.finnmobile.io และแอปพลิเคชัน FINN MOBILE

Comments

comments